หากคุณเพิ่งเริ่มทำงานแค่ไม่กี่เดือนหรือยังไม่ถึงปี แต่เงินในบัญชีเหลือเก็บเป็นศูนย์ก็คงไม่น่าแปลกใจอะไร แต่หากคุณทำงานมาหลายปีแถมเงินเดือนก็มากขึ้นกว่าแต่ก่อนตั้งเยอะ แต่เงินเก็บในบัญชียังไม่เป็นรูปเป็นร่าง อันนี้นับว่าน่ากลุ้มใจอยู่เหมือนกัน เพราะเหตุใดทำไมบางคนทำงานมานานแต่ก็ยังไม่มีเงินเก็บสักที เรามาลองดูสาเหตุกันดีกว่าว่าจะตรงกับใครบ้างไหม

  1. ไม่มีการตั้งเป้าหมายในการออมเงิน
    หลายคนไม่เคยคิดเรื่องเงินเก็บ เรื่องเป้าหมายในการใช้ชีวิต หรือเรื่องอนาคตของตน อาจทำให้พวกเขาเหล่านั้นขาดแรงจูงใจที่คิดจะเก็บเงิน แต่หากเราคิดที่จะสร้างแรงจูงใจให้แก่ตัวเองขึ้นมา เช่น อยากเก็บเงินไว้เรียนต่อ หรืออยากเก็บเงินสักก้อนไว้ประกอบธุรกิจที่ตัวเองชอบ คราวนี้ เราจะมีแรงจูงใจที่คิดจะเก็บเงินขึ้นมาและก็จะหาวิธีเก็บออมเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้
  2. ใช้จ่ายโดยไม่คิดให้รอบคอบ
    สินค้าและบริการในปัจจุบันมีการพัฒนาไปมาก และก็ยังคงมีสิ่งใหม่ ๆ ออกมาอยู่ตลอดเวลา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากสิ่งเหล่านี้จะดึงดูดใจให้เราพร้อมจะจ่ายอยู่เสมอ และยิ่งใครก็ตามที่มีบัตรเครดิตไว้ซื้อก่อนผ่อนทีหลังแล้วล่ะก็ มือไวจ่ายไวอย่างแน่นอน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่จะทำให้เราใช้จ่ายอย่างไม่ทันคิดเท่าที่ควร เมื่อรู้ตัวอีกทีเงินเดือนก็หมดเสียแล้ว บางคนนอกจากจะเงินหมดไม่เหลือเก็บแล้ว ยังอาจจะต้องเป็นหนี้กับสิ่งที่เกินความจำเป็นเหล่านี้อีกด้วย
  3. รสนิยมเปลี่ยนไปตามรายได้
    เงินเดือนขึ้นทุก ๆ ปีแต่ทำไมเงินในแต่ละเดือนก็ยังใช้หมดไม่เหลืออยู่เหมือนเดิม เป็นเรื่องธรรมดาที่พอเรามีรายได้มากขึ้นรสนิยมการเลือกกินเลือกใช้ของก็จะแพงมากขึ้นไปด้วย เช่น ตอนเริ่มทำงานใหม่ ๆ มีรายได้น้อย เราอาจเลือกทานข้าวแกงอาหารตามสั่งตามร้านข้างทางที่ไม่หรูหรานัก ดื่มกาแฟแก้วละไม่กี่สิบบาท เดินทางโดยการขึ้นรถเมล์หรือรถไฟฟ้า ซื้อเสื้อผ้าตามตลาดนัดหรือรอซื้อสินค้าลดราคาเยอะตามห้างสรรพสินค้า แต่เมื่อรายได้สูงขึ้น บางคนอาจรู้สึกพอใจกับการได้ทานอาหารตามร้านหรูหราหรือการซื้อสินค้าราคาสูงเพื่อเป็นการยกระดับรสนิยมของตัวเอง และพร้อมจะใช้จ่ายเพื่อความสะดวกในการเดินทางที่ดีกว่าการขนส่งสาธารณะแบบปกติ เพราะฉะนั้น รายได้ที่มากขึ้นก็เลยถูกทดแทนด้วยรายจ่ายที่มากขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงรสนิยมนั่นเอง
  4. มีภาระรับผิดชอบมากขึ้น
    เงินเดือนเยอะขึ้นก็ย่อมหมายความถึงอายุในการทำงานและอายุของเราที่เพิ่มมากขึ้น สิ่งที่ตามมาก็คงจะหนีไม่พ้นความรับผิดชอบที่มากขึ้นจากภาระต่าง ๆ เช่น การผ่อนบ้านผ่อนรถ การดูแลครอบครัว การดูแลคุณพ่อคุณแม่ที่เกษียณอายุแล้ว เป็นต้น ดังนั้น เมื่อมีภาระค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น โอกาสที่จะมีเงินเหลือเก็บก็ย่อมลดลงเช่นกัน
  5. ลืมนึกถึงชีวิตในวัยเกษียณ
    บางคนมีเงินเท่าไรก็ใช้หมดเพราะคิดว่าเดี๋ยวก็หาใหม่ได้ แต่กลับลืมไปว่าในตอนนี้เรายังแข็งแรงและอยู่ในวัยทำงาน เราสามารถทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว แต่หากถึงเวลาที่เราแก่ตัวลงล่ะ เราจะทำอย่างไร คิดดูแล้วชีวิตคงลำบากไม่น้อยหากไม่มีเงินเก็บออมในวัยเกษียณ ดังนั้น เราจึงไม่ควรละเลยที่จะสร้างหลักประกันชีวิตให้แก่ตัวเองด้วยการออมเงิน ซึ่งเราสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การแบ่งเงินไปลงทุนผ่านกองทุนที่น่าสนใจต่าง ๆ การซื้อประกันชีวิต หรือการซื้อหลักทรัพย์ เช่น บ้าน ที่ดิน ทองคำ เป็นต้น

พฤติกรรมการใช้เงินเป็นสิ่งที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพียงแค่เรารู้จักทำบัญชีรายรับรายจ่ายและยับยั้งชั่งใจในความอยากได้ รู้จักใช้จ่ายและลงทุนในสิ่งที่จะก่อให้เกิดรายได้ในอนาคต เพียงแค่นี้ปัญหาความไม่มั่นคงในชีวิตที่เกิดจากการไม่มีเงินเก็บก็จะหมดไปอย่างแน่นอน

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ