สมัยนี้ใครทำงานมีเงินเดือนประจำ ต่างก็มีบัตรเครดิตกันทั้งนั้น เพราะทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น ใช้จ่ายได้คล่องตัว แถมสิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิตแต่ละใบยังช่วยให้ผู้ใช้เซฟเงินในกระเป๋าได้ด้วย แต่อาจมีหลายคนสงสัยว่า เห็นคนบางคนเขามีบัตรเครดิตกันหลายใบเหลือเกิน ทั้งที่วงเงินในบัตรใบหนึ่งก็ได้ 2-3 เท่าของเงินเดือนอยู่แล้ว ไม่พอใช้หรืออย่างไร

แท้จริงแล้ว คนที่เขามีบัตรเครดิตหลายใบ เขาไม่ได้ใช้เงินเต็มวงเงิน หรือบางคนมีบัตรแต่แทบไม่ได้ใช้ด้วยซ้ำ อย่างนั้นมีเพื่ออะไร จำเป็นต้องมีไหม ไปดูประโยชน์ของการมีบัตรหลายใบกันเลย

มีบัตรเครดิตหลายใบ เพราะอะไร

  1. ใช้งานคนละจุดประสงค์เพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษที่ต่างกัน เช่น
    • ใช้ซื้อสินค้าแล้วได้ส่วนลดตามเงื่อนไขของบัตร เช่น รูดผ่านบัตรนี้ ได้ลด 10 % ,โปรโมชั่น ผ่อนชำระ 0% 10 เดือน เป็นต้น
    • ใช้รับส่วนลดทุกรายการในห้าง เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรของห้าง และมีห้องรับรองพิเศษและที่จอดรถสำหรับผู้ถือบัตร
    • มีโปรโมชั่นสะสมแต้มได้ 2 เท่า แต้มที่สะสมในบัตรสามารถนำไปเป็นส่วนลดเวลาซื้อสินค้า หรือแลกรับ Gift Voucher ของร้านค้าต่างๆ ตามที่บัตรกำหนด
    • รับเครดิตเงินคืนเมื่อซื้อสินค้า หรือบางรายการมีโปรพิเศษ เช่น เติมน้ำมัน ได้เงินคืนสูงพิเศษ ถือว่าคุ้มค่ามาก
    • สิทธิพิเศษและราคาพิเศษ เมื่อซื้อตั๋วหนัง ตั๋วเครื่องบินและรถโดยสาร ช้อปปิ้ง ทานอาหาร

  2. สำรองเผื่อวงเงินเต็ม หรือกรณีบัตรมีปัญหาใช้ไม่ได้ ในกรณีที่บางจังหวะฉุกเฉินและต้องใช้เงินมากกว่าปกติ อาจจะทำให้เกินวงเงินได้ มีบัตรสำรองไว้อีกใบ ก็ทำให้อุ่นใจกว่า
  3. ใช้ในโอกาสต่างกัน เช่น บัตรนี้ไว้ใช้จ่ายเบี้ยประกันอย่างเดียว บัตรนี้ใช้สะสมแต้ม อีกบัตรใช้รับเงินคืน บางคนบริการจัดการการใช้บัตรอย่างนี้เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการเงินและค่าใช้จ่าย รวมถึงทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ก็จะมีการบันทึกจากการทำรายการของบัตรเครดิตทุกครั้ง

แต่การมีบัตรเครดิตหลายใบ ก็ไม่ได้มีแต่ข้อดีอย่างเดียว เราคงเห็นหลายคนเป็นหนี้พราะบัตรเครดิตกันมากแล้ว เพราะฉะนั้น เมื่อเรามีบัตรเครดิตหลายๆ ใบก็ต้องระวังไว้เช่นกัน

ข้อควรระวังเมื่อมีบัตรเครดิตหลายใบ

  1. อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า บัตรเครดิตแต่ละใบจะให้วงเงิน 2-3 เท่าของเงินเดือน ดังนั้นหากเรามีบัตรเครดิตหลายใบ เราก็จะมีความสามารถในการใช้จ่ายเงินได้มากขึ้น แต่อย่าลืมว่าเงินที่เราใช้จ่ายในบัตรเครดิต ไม่ใช่เงินของเรา(หรือเรียกได้ว่าเป็นหนี้ที่เราต้องหาเงินไปจ่ายตอนสิ้นเดือน) ดังนั้นหากเราใช้เต็มวงเงิน แปลว่าเราจะมีเงินไม่พอชำระหนี้บัตรเครดิตทั้งหมด แต่ปกติเราสามารถผ่อนจ่ายหนี้บัตรได้อยู่แล้ว ส่วนที่ค้างชำระ เราก็จะต้องเสียดอกเบี้ยให้ธนาคารเจ้าของบัตร นั่นแปลว่า เราจะต้องเสียเงินที่เราไม่ได้ใช้จริง(ดอกเบี้ย)มากขึ้น การใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตเกินตัวกว่าที่จะหาเงินมาชำระหนี้ได้นี้เอง เป็นบ่อเกิดของความล้มเหลวทางการเงินของคนหลายๆ คน
  2. บัตรเครดิตหลายๆ ใบ อาจทำให้เราสับสนเรื่องการใช้จ่าย และประเมินไม่ได้ว่าเราใช้จ่ายรวมทุกใบแล้วเป็นเงินเท่าไหร่ เช่น เราใช้จ่ายเพียง 10% ของวงเงินบัตร แต่เราดันมีบัตรเครดิตถึง 10 ใบ เมื่อรวมยอดการใช้จ่ายแล้วปรากฏว่าเกินรายได้ของเรา ก็จะทำให้ผ่อนจ่ายไม่หมดนั่นเอง
  3. ค่าธรรมเนียมบัตรรายปี บางบัตรอาจมีเงื่อนไขการยกเว้น แต่ก็มีที่ยกเว้นไม่ได้เช่น หากใช้ไม่ถึงยอดที่ธนาคารกำหนด อาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียม และเป็นจำนวนไม่น้อย ยิ่งมีหลายบัตร ค่าธรรมเนียมยิ่งบาน
  4. มีปัญหาเรื่องการขอสินเชื่อ การมีบัตรเครดิตเยอะเท่ากับมีความสามารถในการใช้จ่าย(สร้างหนี้)เยอะ ดังนั้นธนาคารอาจมองว่าเรามีภาระเยอะ จึงขอสินเชื่อยากขึ้นนั่นเอง แต่หากเรามีบัตรเยอะก็จริง แต่ใช้จ่ายไม่เคยเต็มวงเงินหรือไม่ใช้เลย อาจจะไม่มีผลพิจารณาเป็นภาระก็ได้ บางทีจึงกล่าวได้ว่าจำนวนบัตรไม่มีผล แต่ยอดการใช้จ่ายมีผล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินแต่ละแห่ง

    ในทางกลับกัน หากคุณมีบัตรที่มีการใช้จ่าย และชำระเงินตรงตามเวลา เต็มจำนวนตลอด นั่นก็เท่ากับว่าคุณสร้างเครดิตที่ดีให้กับตัวคุณเอง ก็จะทำให้การพิจารณาขอสินเชื่อง่ายขึ้น แต่อย่าลืมว่าถึงแม้คุณจะชำระเงินตรงเวลา เต็มจำนวน แต่ถ้ารายจ่ายคุณมาก ก็เท่ากับว่าคุณมีภาระมากเช่นกัน

การมีบัตรเครดิตหลายใบแล้วได้ใช้ประโยชน์จริงๆ ถือเป็นข้อดีมาก เพราะโปรโมรชั่นต่างๆ จะทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ โปรโมชั่นของแต่ละบัตรทำมาเพื่อตอบสนองคนแต่ละสไตล์อยู่แล้ว หากเราชอบช้อปปิ้ง ก็ให้เลือกบัตรส่วนลดช้อปปิ้ง สะสมแต้มแลกส่วนลด หรือชอบดูหนัง ก็มีบัตรที่ซื้อตั๋วหนังราคาถูก ชอบท่องเที่ยวก็ใช้บัตรที่ใช้ได้ทุกประเทศ จองตั๋วราคาถูกหรือมีบริการแบบVIP เป็นต้น เราไม่จำเป็นต้องมีเยอะ แต่เลือกที่ตรงกับเรา แล้วมีไว้ไม่เกิน 5 ใบ เป็นจำนวนที่กำลังดี

ส่วนบัตรที่ไม่ใช่แบบที่เราต้องการ ก็ไม่ควรเปิด เพราะอาจมีผลต่อการพิจารณากู้เงิน แต่ถ้าหากเปิดไปแล้ว แล้วเราไม่เดือดร้อนจะทิ้งไว้สำรองก็ได้ ขอแค่ดูเงื่อนไขให้ดีเรื่องค่าธรรมเนียมรายปี

สำหรับคนที่ประมาณการใช้จ่ายไม่ได้ การมีบัตรเครดิตให้น้อยใบ จะดีที่สุด เพราะบัตรเครดิต นอกจากจะให้ประโยชน์แต่ก็ให้โทษได้เช่นกัน โดยเฉพาะ หากเราทำเสียเครดิตไปแล้ว จะต้องใช้เวลาสั่งสมความน่าเชื่อถืออีกนาน ทีนี้การทำธุรกรรมทางการเงินของเราก็จะยากยิ่งขึ้นแน่นอน

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ