การทำพินัยกรรม เป็นการบันทึกข้อความตามความประสงค์เพื่อมอบทรัพย์สินให้แก่ทายาทหลังจากที่ตนเสียชีวิตไปแล้ว ในขณะทำพินัยกรรม ผู้ทำจะต้องมีสติรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา และพินัยกรรมจะกลายเป็นเอกสารบันทึกข้อความที่ถูกต้องตามกฎหมายซึ่งจะมีผลบังคับใช้ทันที อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ผู้ทำพินัยกรรมมีชีวิตอยู่ และทำพินัยกรรมขึ้นมาใหม่อีกหลายฉบับ ให้ถือว่าฉบับสุดท้ายเป็นฉบับที่ถูกต้องและมีผลบังคับใช้เพียงฉบับเดียวเท่านั้น

ทำความรู้จักรูปแบบพินัยกรรมพร้อมวิธีการทำ

ก่อนจะเริ่มทำพินัยกรรม ควรเรียนรู้ก่อนว่า พินัยกรรมมีกี่รูปแบบ และแต่ละแบบมีวิธีการทำอย่างไร เพื่อความเข้าใจและสามารถเลือกแบบพินัยกรรมได้ตรงตามความต้องการของตัวเองมากขึ้น โดยมีข้อมูลและรายละเอียด ดังนี้

  1. พินัยกรรมแบบธรรมดา
    เป็นการทำพินัยกรรมแบบธรรมดาทั่วไป โดยจะทำขึ้นเป็นหนังสือ อาจใช้วิธีการเขียนหรือพิมพ์ข้อความที่ประสงค์ลงไปก็ได้ โดยมีขั้นตอนการทำ ดังนี้

    • ลงวันที่ วัน / เดือน / ปี ที่ทำพินัยกรรมให้เรียบร้อย เพื่อเป็นการพิสูจน์ความสามารถของผู้ทำ กล่าวคือเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าในขณะที่ทำพินัยกรรม ผู้ทำยังคงมีสติครบถ้วนและเป็นผู้ทำพินัยกรรมขึ้นมาเองจริง ๆ
    • หลังจากเขียนหรือพิมพ์พินัยกรรมเรียบร้อยแล้ว ให้ลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน ตามด้วยพยานลงลายมือชื่อ โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามพยานพิมพ์ลายนิ้วมือหรือใช้ตราประทับแทนการลงลายมือชื่อเด็ดขาด
    • หากมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลโดยการขีดออก ลบ หรือเติมข้อความเข้าไป ผู้ทำประกันจะต้องลงวันที่และลายมือชื่อ เพื่อรับรองการเปลี่ยนแปลงข้อมูลด้วย พร้อมทั้งต้องมีพยานลงลายมือชื่อในขณะนั้น 2 คนเช่นกัน
  2. พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ
    เป็นพินัยกรรมที่ทำขึ้นเป็นหนังสือ โดยผู้ทำประกันจะเขียนข้อความในพินัยกรรมขึ้นเองทั้งฉบับ โดยมีขั้นตอนการทำ ดังนี้

    • ผู้ทำพินัยกรรมจะเขียนข้อความในพินัยกรรมขึ้นมาเองทั้งฉบับ ซึ่งจะพิมพ์ไม่ได้เด็ดขาด
    • การทำพินัยกรรมแบบนี้จะมีพยานหรือไม่มีก็ได้ เพราะเป็นการเขียนด้วยลายมือของผู้ทำพินัยกรรมเอง
    • ลงวันที่ วัน / เดือน / ปี ที่ทำพินัยกรรมอย่างชัดเจน เพื่อพิสูจน์ความสามารถของผู้ทำในขณะนั้น และเพื่อไม่สับสนในการเรียงลำดับก่อนหลัง เมื่อมีการแก้ไขหรือทำพินัยกรรมฉบับใหม่อีกหลายฉบับ
    • ลงลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรม หากมีพยาน ก็ให้ลงลายมือชื่อของพยานด้วย

หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลภายในพินัยกรรมโดยการลบ ขูดหรือเติมข้อความลงไป ต้องทำโดยผู้ทำพินัยกรรมเท่านั้น และมีการลงลายมือชื่อกำกับ

  1. พินัยกรรมทำเป็นเอกสารฝ่ายเมือง
    เป็นพินัยกรรมที่ทำขึ้นโดยจะยื่นคำร้องขอทำที่อำเภอต่อหน้านายอำเภอ พร้อมด้วยพยานอีก 2 คน ซึ่งสามารถทำที่อำเภอใดก็ได้ โดยมีขั้นตอนการทำ ดังนี้

    • ยื่นคำร้องขอทำพินัยกรรมที่อำเภอ แล้วแจ้งข้อความที่ต้องการใส่ไว้ในพินัยกรรมแก่นายอำเภอ
    • นายอำเภอจะจดข้อความเหล่านั้นไว้ และอ่านให้ผู้ทำพินัยกรรมกับพยานฟัง หากถูกต้องตรงกัน ผู้ทำพินัยกรรมและพยานจะต้องลงลายมือชื่อเพื่อยืนยัน
    • นายอำเภอจะเก็บรักษาพินัยกรรมไว้ที่อำเภอ หรือผู้ทำพินัยกรรมประสงค์จะนำไปเก็บไว้เองก็ได้
    • เมื่อผู้ทำพินัยกรรมเสียชีวิต ผู้จัดการมรดกหรือผู้รับมรดกจะต้องนำหลักฐานแสดงการตายของผู้ทำพินัยกรรมมายื่นต่อนายอำเภอ เพื่อที่จะรับมอบพินัยกรรมนั้น
  2. พินัยกรรมทำเป็นเอกสารลับ
    เป็นการทำพินัยกรรมเพื่อเก็บไว้เป็นเอกสารลับเฉพาะ ซึ่งต้องแจ้งต่อนายอำเภอ มีขั้นตอนการทำ ดังนี้

    • แจ้งความจำนงเพื่อทำพินัยกรรมลับตามแบบของเจ้าพนักงาน และยื่นต่อนายอำเภอ
    • เขียนหรือพิมพ์ข้อความลงในพินัยกรรม พร้อมลงลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมอย่างชัดเจน
    • ผนึกพินัยกรรมให้เรียบร้อย และลงลายมือชื่อคาบรอยผนึก
    • นำพินัยกรรมไปแสดงต่อนายอำเภอ ซึ่งต้องมีพยาน 2 คน
    • ผู้ทำพินัยกรรม ต้องให้ถ้อยคำต่อหน้าคนทั้งหมด ว่าตนเป็นผู้เขียนพินัยกรรมขึ้นมา นายอำเภอจะจดถ้อยคำพร้อม วัน / เดือน / ปี ไว้ พร้อมกับประทับตราตำแหน่ง และให้พยานลงลายมือชื่อบนซองนั้น
  3. พินัยกรรมทำด้วยวาจา
    เป็นการทำพินัยกรรมด้วยวาจา ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็นจริง ๆ เช่น ผู้ทำพินัยกรรมตกอยู่ในอันตราย หรือไม่สามารถหาเครื่องมือเครื่องเขียนได้ทันท่วงที โดยจะมีขั้นตอนการทำพินัยกรรม ดังนี้

    • ผู้ทำพินัยกรรม จะต้องแสดงเจตนาและข้อความที่จะใส่พินัยกรรม ต่อหน้าพยานสองคน
    • พยานต้องไปแสดงตนต่อนายอำเภอให้เร็วที่สุด พร้อมแจ้งข้อความที่ผู้ทำพินัยกรรมกล่าวมา ให้กับนายอำเภอทราบ ได้แก่ ข้อความที่ผู้ทำพินัยกรรมได้สั่งไว้ด้วยวาจา วัน / เดือน / ปี และสถานที่ที่ทำพินัยกรรม รวมถึงเหตุผลที่ทำให้ผู้ทำพินัยกรรมไม่สามารถทำพินัยกรรมตามแบบอื่น ๆ ที่กำหนดไว้ได้
    • นายอำเภอจะจดข้อความที่พยานแจ้งไว้ และให้พยานลงลายมือชื่อ โดยการทำพินัยกรรมแบบนี้ จะหมดอายุหลังจาก 1 เดือนที่ผู้ทำพินัยกรรมสามารถกลับสู่ฐานะที่จะทำพินัยกรรมตามแบบอื่นได้ ซึ่งผู้ทำพินัยกรรม จะต้องมาทำพินัยกรรมใหม่อีกครั้ง โดยเลือกทำตามแบบที่ 1,2,3 หรือ 4 ข้างต้น

การทำพินัยกรรม ทำได้ไม่ยาก และสามารถเลือกรูปแบบในการทำได้ตามความต้องการ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะทำพินัยกรรมได้จะต้องมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือบุคคลไร้ความสามารถ พร้อมทั้งมีหลักฐานที่จะนำไปใช้แสดงในการทำพินัยกรรมอย่างครบถ้วน สิ่งสำคัญคือพึงจำไว้เสมอว่า ผู้เขียนพินัยกรรมและผู้ที่เป็นพยานในการทำพินัยกรรมจะไม่สามารถเป็นผู้รับพินัยกรรมได้ ดังนั้น ในการทำพินัยกรรมจึงควรเลือกบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรับมรดกมาเป็นพยาน

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ