มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบเงินเฟ้ออย่างง่ายกันดีกว่า “เงินเฟ้อ” คือการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินที่ส่งผลกระทบต่อสินค้าที่เราซื้อหากันในท้องตลาด เมื่อใดก็ตามที่ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้น เราจะเห็นผงซักฟอก, น้ำยาล้างจาน, กระดาษ, น้ำตาล, สบู่, ยาสีฟัน ฯลฯ มีราคาสูงขึ้นจากเดิม ผลกระทบที่ตามมาก็คือความสามารถในการซื้อของผู้บริโภคลดน้อยลง ยกตัวอย่างเช่น จากเดิมเมื่อปีที่แล้วเงิน 30 บาทสามารถซื้อน้ำตาลทรายได้ 1 ถุง

แต่เมื่อเกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้นมา ราคาน้ำตาลทราย 1 ถุงปรับขึ้นเป็น 40 บาท ซึ่งประชาชนก็จำเป็นต้องใช้เงินมากขึ้น หรือในทางกลับกันก็อาจจะลดปริมาณการใช้น้ำตาลให้น้อยลงเพื่อลดค่าใช้จ่ายนั่นเอง แม้คำว่าเงินเฟ้อ อาจดูเหมือนชื่อที่ห่างไกลจากประชาชนระดับรากหญ้า เป็นชื่อที่เหมือนจะเกี่ยวข้องกันในระบบเศรษฐกิจแบบมหภาคเพียงอย่างเดียว

แต่ในความเป็นจริง ปัญหานี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวต่อเศรษฐกิจทุกหย่อมหญ้า เนื่องจากส่งผลกระทบไปทั่วโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่หาเช้ากินค่ำและคนที่มีรายรับหมุนเวียนแบบวันต่อวันเป็นอย่างมากทีเดียว เพื่อความเข้าใจที่แน่ชัดในตอนนี้ เงินเฟ้อคือความน่ากลัวที่ทุกคนควรทำความรู้จัก พร้อมกันนี้ มาลองเปรียบเทียบมูลค่าเงินที่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อ 30 ปีที่แล้วกับยุคปัจจุบันดีกว่า ว่ามีความแตกต่างมากน้อยแค่ไหน ?

เปรียบเทียบปัญหาเงินเฟ้อเมื่อ 30 ปีที่แล้วกับมูลค่าเงินยุคปัจจุบัน

หากพูดตามหลักเศรษฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินจะต้องมีความ “สมดุล” กัน ซึ่งหลัก ๆ คือรายได้กับราคาสินค้าภาพรวมควรขึ้นด้วยกันทั้งคู่ ส่วนอันไหนจะขึ้นมากน้อยกว่ากันก็อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงในช่วงดังกล่าว ความสัมพันธ์ระหว่างมูลค่าเงินที่เพิ่มขึ้นเป็นเพราะรายได้ที่มาจากการทำงานของแต่ละคนในปัจจุบัน หากเทียบกับเมื่อ 30 ปีก่อน แน่นอนว่าเทียบกันแล้ว ณ ตอนนี้คนกินเงินเดือนมากกว่าในยุคสมัยก่อนและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งทุกอย่างล้วนสัมพันธ์กันเป็นลูกโซ่ เมื่อรายได้ลูกจ้างเพิ่มขึ้น เจ้าของบริษัทก็จำเป็นต้องเพิ่มมูลค่าสินค้า จะได้เพียงพอต่อการนำเงินมาเลี้ยงลูกจ้าง ต้นทุนวัตถุดิบต่าง ๆ ที่มาจากบริษัทอื่นก็มีการเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

ดังนั้น ค่าแรงของบริษัทตัวเองเมื่อเพิ่มขึ้น ค่าแรงของบริษัทอื่นก็ต้องเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ความจริงหากเราต้องการเปรียบเทียบค่าเงินที่เปลี่ยนแปลงไป ลองเทียบดูความน่ากลัว ในกรณีที่ค่าเงินเฟ้ออยู่ที่ 3% ต่อปี หากเงินเมื่อ 30 ปีที่แล้วมีมูลค่า 10,000 บาท ในปัจจุบันจะมีค่าเพียงแค่ประมาณ 4,000 กว่าบาทเท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่าเราใช้เงินซื้อของได้น้อยลงจากอดีตเป็นอย่างมาก

เมื่อภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้นมาก ๆ จะส่งผลเสียต่อสมดุลของระบบเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นประชาชนระดับไหนก็ตาม การผลิตการลงทุนไม่สามารถคำนวณได้ เนื่องจากไม่แน่ใจว่าต้องลงทุนซื้อวัตถุดิบเท่าไร สินค้าที่ผลิตออกมาควรมีราคาอยู่ที่เท่าไร แล้วปริมาณกำไรที่ได้รับจะเป็นอย่างไรอีกด้วย ในส่วนของผู้บริโภคก็เกิดความไม่มั่นใจในราคาสินค้าว่าจะแพงขึ้นอีกหรือไม่ เงินที่มีจำนวนเท่าเดิม แต่กลับซื้อของได้น้อยลง ทำให้เศรษฐกิจซบเซา ผู้คนใช้เงินกันอย่างระมัดระวังมากขึ้น กลายเป็นปัญหาระดับมหภาคขึ้นมา เนื่องจากเป็นตัวการที่ทำให้เม็ดเงินภายในประเทศหยุดชะงักจนถึงขั้นย่ำแย่

การเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อในยุคปัจจุบัน

การเปลี่ยนแปลงระดับราคาสินค้ามาจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องเพิ่มราคาสินค้าให้สูงขึ้นตามเพื่อความอยู่รอดของบริษัท ส่วนอีกปัจจัยเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ผู้บริโภคต้องการสินค้ามากขึ้น ในปัจจุบันค่าเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ การแก้ไขจึงกลายเป็นเรื่องยาก เนื่องจากการปรับอัตราดอกเบี้ยให้มากขึ้นจะส่งผลให้กระแสเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนมากขึ้น เงินบาทเกิดภาวะแข็งค่าหากเทียบกับเงินสกุลอื่น แน่นอนว่าเป็นปัญหาที่กระทบต่อผู้ส่งออกอย่างหนัก และค่าเงินบาทในปัจจุบันก็ยังคงแข็งค่าขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องรีบดำเนินการแก้ไขก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างหนักในอนาคต

การลดลงของระดับเงินเฟ้อสามารถเกิดขึ้นได้หรือไม่ ?

เมื่อเกิดภาวะเงินเฟ้อ ส่งผลให้เศรษฐกิจไม่คึกคัก เกิดภาวะชะลอตัว ประชาชนมีกำลังซื้อไม่มากพอ ระดับเงินเฟ้อจึงจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนก่อนจะหนักหนาไปมากกว่านี้ การแก้ไขให้เงินเฟ้อลดลงสามารถทำได้ แต่ไม่ใช่วิธีการที่จะตอบได้ว่าช่วยได้เสมอไป โดยภาครัฐจะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้ต้นทุนกู้ยืมลดลง ประชาชนจะได้หันมากู้ยืมเพื่อนำเงินไปใช้จ่าย รวมถึงเจ้าของธุรกิจนำเงินกู้ยืมเพื่อไปสานต่อการผลิตของตนเองต่อไป กิจกรรมทางเศรษฐกิจจึงมีความคึกคัก เกิดการขยายตัว ผู้คนสามารถหันมาจับจ่ายใช้สอยกันได้เป็นปกติในระยะหนึ่ง ๆ เท่านั้น


เราจะอยู่อย่างไรในยุคที่ต้องเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อ

ในปัจจุบัน ภาวะเงินเฟ้อยังคงเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องเผชิญ เมื่อราคาสินค้าสูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่กลับสวนทางกับมูลค่าเงินที่ลดลง การแก้ไขอาจต้องเริ่มต้นที่ตัวเราเองเสียก่อน เราสามารถใช้วิธีตนเป็นที่พึ่งแห่งตนโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อของ กล่าวคือ ซื้อเฉพาะของที่จำเป็นต้องใช้ ทำอาหารกินเอง เดินทางไปทำงานด้วยรถโดยสารเพื่อลดค่าน้ำมัน รวมไปถึงการลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันส่วนอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็น ก็จะช่วยให้เราอยู่รอดต่อไปได้ในยุคที่ต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจเช่นนี้

โดยสรุปแล้วเงินเฟ้อคือการที่ข้าวของต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันมีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะที่เงินมีมูลค่าลดลงหรือเท่าเดิมไม่สมดุลกับราคาสินค้า หากเกิดขึ้นรุนแรงย่อมส่งผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ ถือว่าเป็นความน่ากลัวที่อยู่ใกล้ตัว สามารถส่งผลต่ออนาคตข้างหน้าได้หากเราไม่รู้จักปรับตัวให้สามารถรอดพ้นจากภาวะดังกล่าวไปได้

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ