“วัยรุ่น” เป็นวัยแห่งพลังและนับเป็นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตโลดโผนโจนทะยาน นอกจากการศึกษาเล่าเรียนเพื่อไขว่คว้าหาความรู้สำหรับเลี้ยงชีพในอนาคตแล้ว ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมมากมายยิ่งกว่าช่วงวัยอื่น ๆ แม้วัยรุ่นจะเป็นวัยแรกแย้มที่ร่างกายเจริญเติบโตแข็งแรงสมบูรณ์และสามารถดูแลตนเองได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องพึ่งพาหรืออาศัยการเลี้ยงดูแบบประคบประหงมจากพ่อแม่ผู้ปกครองดังเช่นในวัยเด็ก แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้ทุพพลภาพหรือร้ายแรงถึงขั้นสูญเสียชีวิต รวมทั้งการเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยโรคต่าง ๆ หนักบ้างเบาบ้าง หากฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวมั่งคั่งชนิดมีเงินทองเหลือเฟือก็อาจไม่หนักหนาเท่าใดนัก แต่หากไม่ใช่ ก็อาจกลายเป็นภาระใหญ่หลวงของครอบครัว การพิจารณาเลือกทำประกันชีวิตอันเป็นสินค้าทางการเงินที่ช่วยบริหารจัดการความเสี่ยงหรือบรรเทาปัญหาซึ่งอาจเกิดขึ้นจึงตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี

ประกันชีวิตที่เหมาะกับวัยรุ่นโดยเฉพาะนิสิตนักศึกษา ได้แก่ การประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา ซึ่งให้ความคุ้มครองในช่วงระยะเวลาหนึ่งตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินตามจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์ เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในระยะเวลาประกันภัย มีจุดประสงค์เพื่อคุ้มครองการสูญเสียชีวิตก่อนวัยอันควร การประกันชีวิตแบบนี้ไม่มีการออมทรัพย์ จะจ่ายเงินเฉพาะกรณีเสียชีวิตเพียงอย่างเดียวเท่านั้นและคุ้มครองในระยะเวลาตามสัญญา เบี้ยประกันภัยแบบนี้จึงไม่สูงเหมือนกับประกันชีวิตแบบอื่น ๆ และไม่มีการคืนเงินให้หากผู้เอาประกันภัยอยู่จนครบกำหนดสัญญา

นอกจากการประกันภัยที่เน้นความคุ้มครองชีวิตแล้ว จึงยังควรพิจารณาเลือกซื้อสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุพ่วงไปด้วย เพราะช่วงชีวิตวัยรุ่นย่อมมีการเดินทางทัศนศึกษา ขับขี่ยวดยานพาหนะหรือศึกษาเล่าเรียนในสาขาวิชาที่อาจมีความเสี่ยงสูง ทั้งในแง่ที่ต้องใช้อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย การสัมผัสรังสี สารเคมีหรือการใช้เครื่องจักรกล อาทิ สาขาวิชาด้านการกีฬา วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เป็นต้น ตลอดจนปัญหาเรื่องความเจ็บไข้ได้ป่วยซึ่งหลีกเลี่ยงได้ยาก การประกันภัยลักษณะนี้จะช่วยลดทอนหรือแบ่งเบาภาระของครอบครัวในเรื่องค่ารักษาพยาบาลได้มาก ทั้งจากการประสบอุบัติเหตุ เจ็บป่วย ทุพพลภาพหรือสูญเสียอวัยวะ

อย่างไรก็ตาม แม้สถานศึกษาหลายแห่งจะมีประกันอุบัติเหตุสำหรับนิสิตนักศึกษา ซึ่งเป็นการประกันชีวิตประเภทกลุ่ม (ในลักษณะที่กรมธรรม์หนึ่งมีผู้เอาประกันชีวิตร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป) ให้ด้วย ซึ่งนิสิตนักศึกษาจะได้รับความคุ้มครองการประสบภัยเนื่องจากอุบัติเหตุ ทั้งกรณีบาดเจ็บและกรณีเสียชีวิต (กำหนดกรมธรรม์มีระยะเวลาตลอดปีการศึกษา) แต่ก็มีข้อจำกัดตรงที่อัตราวงเงินค่ารักษาพยาบาลต่อครั้งและวงเงินเสียชีวิตมีจำนวนไม่มาก ซ้ำกรณีบาดเจ็บยังต้องสำรองเงินจ่ายไปก่อน จากนั้นจึงค่อยนำหลักฐานการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ติดต่อกับหน่วยงานของสถานศึกษาภายหลัง ปัญหาจึงเกิดขึ้นว่า ในหลายกรณีวัยรุ่นหรือผู้ปกครองมีเงินไม่พอสำหรับจ่ายค่ารักษาพยาบาล การซื้อสัญญาประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุเพิ่มเติมจากการประกันชีวิตประเภทกลุ่มที่เน้นความคุ้มครองการประสบภัย เนื่องจากอุบัติเหตุของสถานศึกษาและการประกันภัยที่เน้นความคุ้มครองชีวิต จึงยังคงมีความจำเป็น

ส่วนวัยรุ่นบางรายที่กำลังวางแผนไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ หากมีความพร้อมและต้องการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ในดินแดนห่างไกลอย่างมีคุณภาพ รวมทั้งสามารถศึกษาหาวิชาความรู้ได้อย่างราบรื่น ก็ควรพิจารณาทำประกันภัยก่อนเดินทางเพื่อคุ้มครองชีวิตและสุขภาพระหว่างศึกษาเล่าเรียนในต่างแดนไว้ด้วย เพราะปัญหาที่ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น ประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยจนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลต่างประเทศซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก หากปราศจากการวางแผนด้านนี้ ทางครอบครัวอาจต้องสูญเสียเงินจำนวนไม่น้อยทีเดียว

กล่าวโดยสรุปได้ว่า วัยรุ่นวัยใสโดยเฉพาะนิสิตนักศึกษาควรพิจารณาทำประกันชีวิต เพราะการประกันภัยจะช่วยกระจายความเสี่ยงและโอบอุ้มคุ้มครองให้สามารถรับมือกับความไม่แน่นอนต่าง ๆ ได้อย่างมั่นคงและอบอุ่นใจมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ทั้งครอบครัวและตัววัยรุ่นเองสามารถใช้ชีวิตได้อย่างผ่อนคลายไร้กังวล อย่างไรก็ตาม ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อประกันชีวิต ควรศึกษาข้อมูลรายละเอียดกรมธรรม์ เงื่อนไข ตลอดจนข้อยกเว้นต่าง ๆ อย่างรอบคอบรอบด้าน ร่วมกับความเหมาะสมของงบประมาณที่มีอยู่เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ รวมถึงคุ้มค่ากับเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายและได้รับความคุ้มครองที่มีประโยชน์สูงสุด

ที่มา : Shopsmart Finance