คิดจะเริ่มเป็นนักลงทุน นอกจากจะต้องเรียนรู้และศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนที่มีความสนใจแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่นักลงทุนมือใหม่ควรทำความเข้าใจ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับภาษีนั่นเอง เพื่อจะได้วางแผนลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจกับปัญหาภาษีในภายหลัง ว่าแล้วไปดูกันดีกว่าว่า การจะเป็นนักลงทุน จะต้องรู้อะไรเกี่ยวกับภาษีบ้าง

  1. รายจ่ายในการลงทุนกับการหักภาษี
    หลายคนมีความเข้าใจว่า รายจ่ายในการลงทุนจะสามารถนำมาใช้เพื่อหักภาษีได้ ซึ่งนั่นถือเป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก เพราะจริงๆ แล้วรายจ่ายจากการลงทุนไม่สามารถนำมาหักภาษีได้แต่อย่างใด เพียงแต่กำไรที่ได้จากการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการขายหุ้นหรือกองทุนรวม จะถูกยกเว้นภาษี ทำให้คุณไม่ต้องถูกหักภาษีจากกำไรที่ได้มานั่นเอง เรียกได้ว่าแม้จะมีข้อเสียตรงที่หักภาษีไม่ได้ แต่ก็ยังมีข้อดีอยู่บ้างที่ไม่ต้องนำกำไรไปคำนวณภาษี ซึ่งก็ถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียว
  2. ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับเครดิตเงินปันผล
    สำหรับผู้ที่เล่นหุ้น เครดิตเงินปันผล เป็นสิ่งที่คุณควรทำความเข้าใจมากที่สุด เพราะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของภาษีโดยตรง ซึ่งอันดับแรกเราจะพาคุณมาดูที่มาที่ไปของเครดิตเงินปันผลกันก่อน

    • ที่มาของเครดิตเงินปันผล
      เมื่อลงทุนในหุ้น สิ่งที่ผู้ลงทุนจะได้รับก็คือเงินปันผลนั่นเอง โดยเงินปันผลที่ได้มานี้จะต้องนำมาคำนวณภาษี ซึ่งก็สามารถทำได้ 2 วิธีด้วยกัน คือการยอมให้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% โดยจะทำให้คุณไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีก ส่วนอีกวิธีคือ การนำมารวมคำนวณภาษี เพื่อรับสิทธิ์ในการใช้เครดิตภาษีเงินปันผล ซึ่งก็เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
    • เครดิตเงินปันผล คืออะไร?
      เครดิตเงินปันผล คือ ภาษีที่ได้จ่ายไปแล้วครั้งหนึ่งในรูปแบบของภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งผู้ถือหุ้นที่ได้รับเงินปันผล และได้นำเงินปันผลดังกล่าวมาคำนวณเพื่อเสียภาษี โดยสามารถใช้สิทธิ์ยื่นเครดิตเงินปันผล เพื่อขอคืนภาษีส่วนที่บริษัทได้จ่ายไปแล้วกลับคืนมาได้นั่นเอง
  3. ภาษีที่ควรรู้ เมื่อลงทุนในกองทุนรวม
    ในกรณีที่ลงทุนในกองทุนรวม เงินปันผลที่ได้จากกองทุนจะเข้าเกณฑ์เงินได้ประเภทที่ 8 ซึ่งต้องเสียภาษีตามกรมสรรพากรกำหนด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนสามารถเลือกรูปแบบการจัดการกับภาษีในแบบที่ต้องการได้ โดยมีให้เลือก 2 ทางคือ ยอมให้หัก ณ ที่จ่าย 10% และไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีอีก ส่วนอีกวิธีหนึ่งคือ การนำเงินปันผลมารวมคำนวณรายได้ตอนปลายปีนั่นเอง โดยทั้งนี้จะเลือกวิธีไหนดีนั้นก็คงต้องลองพิจารณาดูว่าแบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน แต่แนะนำว่าผู้ที่ต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงกว่า 10% ควรเลือกวิธีไม่นำเงินมารวมคำนวณรายได้จะช่วยให้ประหยัดภาษีได้มากกว่าและคุ้มกว่ามากทีเดียว
  4. อย่าลืมเก็บเอกสารหัก ณ ที่จ่ายให้ครบ
    อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่นักลงทุนจะพลาดไม่ได้เลย ก็คือการเก็บเอกสารหัก ณ ที่จ่ายให้ครบถ้วนนั่นเอง โดยเฉพาะคนที่ต้องการขอคืนภาษี เพราะจะต้องยื่นเอกสารเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขอคืนภาษีด้วย หากเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่มีอะไรที่จะนำมาใช้ยืนยันการถูกหัก ณ ที่จ่ายได้ ก็ไม่สามารถขอคืนภาษีได้แต่อย่างใด ดังนั้นอย่าได้ละเลยที่จะเก็บเอกสารไว้เด็ดขาด
  5. คำนวณภาษีได้ง่ายๆ ผ่านเน็ต
    สำหรับนักลงทุนที่อยากจะลองคำนวณภาษีเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะเลือกทางไหนดี ต้องบอกก่อนเลยว่า เดี๋ยวนี้คุณสามารถลองคำนวณภาษีผ่านเน็ตได้แล้วนะ ซึ่งก็ไม่ต้องยุ่งยากกับการคิดคำนวณภาษีแต่อย่างใด โดยเข้าไปคำนวณเล่นๆ ที่เว็บยื่นแบบภาษีของสรรพากรนั่นเอง แต่ก็ต้องระวังอย่าเผลอไปกดปุ่มตกลงยื่นแบบเด็ดขาด เพราะจะกลายเป็นการยื่นแบบภาษีไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ทีนี้ก็คงมีเรื่องวุ่นๆ ตามมาแน่

เป็นอย่างไรบ้างกับเรื่องภาษีที่นักลงทุนมือใหม่ควรรู้และทำความเข้าใจให้มากขึ้น ซึ่งใครที่คิดจะเป็นนักลงทุน ก็ลองมาศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของภาษีกันดู จะได้ไม่เกิดความผิดพลาดในการจัดการกับภาษีนั่นเอง

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ