หลังจากที่รัฐบาลได้ออกมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามที่คุ้นหูกันดีในชื่อ “ช้อปช่วยชาติ” เพื่อให้ประชาชนมีการใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการในประเทศเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2560 นั้น ทำให้หลายคนตื่นตัวกับมาตรการดังกล่าว และมีการพูดถึงกันในหลากหลายรูปแบบ ทั้งจากปากต่อปาก ตาม Social media ต่างๆ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งก็มีทั้งจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง จึงทำให้หลายคนอาจเกิดความเข้าใจผิดในมาตรการนี้ได้ วันนี้เรามาไขทุกข้อข้องใจ พร้อมกับทำความเข้าใจแบบละเอียดยิบกับ “ช้อปช่วยชาติ” ในครั้งนี้กันดีกว่า

ช้อปช่วยชาติ คืออะไร?

“ช้อปช่วยชาติ” เป็นนโยบายที่รัฐบาลออกมาตรการภาษีช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประชาชนมีการใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการภายในประเทศให้เพิ่มขึ้น ด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ในการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยการนำหลักฐานจากการใช้จ่ายที่เรียกว่า “ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ” ที่เกิดจากการซื้อสินค้าหรือใช้บริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งเราจะต้องเรียกขอจากผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ในช่วงวันที่ 11 พฤศจิกายน – วันที่ 3 ธันวาคม 2560

เงื่อนไขการใช้ “ช้อปช่วยชาติ 2560” เป็นยังไง?

  • ซื้อสินค้าหรือบริการที่กำหนดระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2560
  • ใช้สิทธิลดหย่อนสูงสุด 15,000 บาท
  • ใช้ได้เฉพาะบุคคลธรรมดา
  • ต้องเป็นค่าใช้จ่ายจากสินค้าหรือบริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (VAT)
  • ใช้ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ ตามมาตรา 86/4 แห่ง ป.รัษฎากร เป็นหลักฐานประกอบการยื่นภาษี
  • ใช้ลดหย่อนภาษีประจำปี 2560 ที่จะยื่นแบบในต้นปี 2561

ค่าใช้จ่ายสินค้าหรือบริการแบบไหนใช้ลดหย่อนภาษีในช้อปช่วยชาติ “ได้” และ “ไม่ได้”?

หลายคนยังสงสัยอยู่ว่าสินค้าหรือบริการแบบไหนที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีใน “ช้อปช่วยชาติ” ครั้งนี้ “ได้” และ “ไม่ได้” เนื่องจากสินค้าและบริการในประเทศเรามีมากมายหลากหลาย วันนี้มาดูและทำความเข้าใจพร้อมซื้อสินค้าและบริการให้ถูกต้องตรงวัตถุประสงค์เพื่อการลดหย่อนภาษีกันเลย

ใช้สิทธิ “ช้อปช่วยชาติ” ได้สูงสุดเท่าไหร่ และได้รับเงินคืนจากการลดหย่อนเท่าไหร่?

จากที่รัฐบาลประกาศว่าค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการในระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2560 สามารถนำค่าใช้จ่ายนั้นมาหักลดหย่อนได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ขอบอกเลยว่ามีหลายคนเข้าใจผิดว่าถ้าเราใช้จ่ายครบ 15,000 บาท เราก็จะสามารถเอาไปลดหย่อนภาษีแล้วได้เงินคืน 15,000 บาท ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว “คิดผิด” เพราะเกณฑ์การเสียภาษีและการขอลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะแตกต่างกันตามรายได้ของแต่ละคน จริงๆ แล้วเราจะต้องนำยอดการใช้จ่ายนี้ไปคำนวณภาษีตามขั้นภาษีที่เราเสียอยู่แล้วในแต่ละปี โดยอัตราภาษีจะแบ่งตามขั้นรายได้สุทธิ ดังนี้

ตัวอย่าง การใช้ช้อปช่วยชาติที่ทำให้เห็นภาพมากขึ้น

สมศรี ทำงานประจำมีรายได้ต่อเดือน 35,000 บาท จากนโยบายช้อปช่วยชาติ 2560 ในครั้งนี้ สมศรีต้องการใช้ลดหย่อนภาษีในโครงการนี้ สมศรีจึงไปซื้อโทรศัพท์มือถือมูลค่า 16,500 บาท และขอรับใบกำกับภาษีฉบับเต็ม ในขณะนี้สมศรีมีรายได้ต่อปีเท่ากับ 420,000 บาท (35,000 x 12 = 420,000) (สมศรีต้องคำนวณจากฐานรายได้สุทธิในช่วง 300,001-500,000 บาท)  ดังนั้น สมศรีจะได้รับยกเว้นภาษี 10% และเงินคืนที่ได้จากการขอลดหย่อนภาษีในครั้งนี้เท่ากับ 1,500 บาท
**จากตัวอย่างนี้ จะเห็นได้ว่าตามนโยบายช้อปช่วยชาติสามารถใช้จ่ายสูงสุดได้ 15,000 บาท ถึงแม้ว่าสมศรีจะซื้อสินค้าเกิน 15,000 บาทก็ตาม สุดท้ายก็สามารถนำมาคำนวณได้แค่เกณฑ์กำหนดสูงสุดเท่านั้น

ขั้นตอนการใช้นโยบาย “ช้อปช่วยชาติ 2560” มีอะไรบ้าง?

เมื่อเราต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามนโยบายนี้เราจะต้องใช้จ่ายด้วยการซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าหรือสถานบริการภายในประเทศที่มีการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (VAT) อยู่แล้ว ทุกครั้งที่ซื้อหรือใช้บริการจะต้องขอรับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ (สามารถนำยอดจากใบกำกับภาษีมารวมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายในครั้งเดียว) ซึ่งหลักฐานที่เราจะต้องยื่นให้ผู้ขายเพื่อใช้ในการออกใบกำกับภาษีคือ บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมใบเสร็จรับเงินที่ได้จากการซื้อสินค้าหรือใช้บริการนั้นๆ ทั้งนี้ใบกำกับภาษีจะต้องมีชื่อผู้ซื้อสินค้าหรือชำระค่าบริการเพียงคนเดียว ไม่สามารถนำใบกำกับภาษีที่มีผู้ซื้อสินค้าหลายคนมาหักลดหย่อนได้ หลังจากนั้นเราก็เก็บหลักฐานใบกำกับภาษีนี้ไว้เป็นเอกสารประกอบการยื่นภาษีต่อไป

มาดูตัวอย่างใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ

ข้อความสำคัญในใบกำกับภาษี

  1. คำว่า “ใบกำกับภาษี” ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด
  2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี
  3. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  4. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขของเล่ม (ถ้ามี)
  5. ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ
  6. จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการ โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการให้ชัดแจ้ง
  7. วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี

ไม่รู้ไม่ได้!! เมื่อต้องการลดหย่อนภาษีจาก “ช้อปช่วยชาติ 2560”

  • ใครที่มีรายได้สุทธิต่อปีไม่เกิน 150,000 บาท หรือรายได้ไม่เกินเดือนละ 12,500 บาท ไม่จำเป็นต้องใช้นโยบาย “ช้อปช่วยชาติ” เพราะไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอยู่แล้ว
  • กรณีซื้อสินค้าราคามากกว่า 15,000 บาท สามารถนำมาลดหย่อนได้ แต่จะใช้สิทธิได้เพียง 15,000 บาทเท่านั้น
  • การซื้อทองคำสามารถนำมาลดหย่อนได้เฉพาะค่ากำเหน็จจากทองคำรูปพรรณเท่านั้น ไม่สามารถใช้กับทองคำแท่งได้
  • การซื้อของผ่านระบบออนไลน์สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ในกรณีที่ร้านค้านั้นมีการจดทะเบียนการค้าถูกต้อง และมีการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย ดังนั้น ถ้าเราต้องการช้อปช่วยชาติผ่านระบบออนไลน์ควรสอบถามข้อมูลจากผู้ขายให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน
  • เราสามารถซื้อสินค้าหรือบริการหลายๆ ครั้งแล้วนำยอดมารวมกันได้ แต่จะต้องเป็นการใช้จ่ายในช่วงระยะเวลาที่กำหนด คือตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2560 เท่านั้น
  • สำหรับคู่สมรสที่ยื่นเสียภาษีไม่ว่าจะแยกยื่น หรือยื่นร่วมกัน สามารถใช้สิทธิลดหย่อนช้อปช่วยชาติได้สูงสุดคนละ 15,000 บาท
  • กรณีในใบกำกับภาษีเดียวกันที่มีรายการสินค้าหรือบริการที่มีทั้งเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม จำไว้ว่าเราจะได้รับสิทธิลดหย่อนเฉพาะสินค้าหรือบริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น ดังนั้น เวลาคำนวณภาษีอย่าเอาจำนวนสินค้าและบริการที่ไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มไปรวมเด็ดขาด
  • จำนวนเงินคืนจากค่าลดหย่อนภาษีจากช้อปช่วยชาติของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินได้ และอัตราภาษีของแต่ละคน ถึงแม้ว่าเราจะใช้จ่ายสินค้าหรือบริการสูงสุด 15,000 บาทตามสิทธิที่กำหนดก็ตาม
  • การประกาศซื้อ-ขายใบกำกับภาษีเป็นเรื่องผิดกฎหมาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 200,000 บาท และรับโทษทางแพ่ง ต้องรับผิดเบี้ยปรับสองเท่าของเงินภาษี

จากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คงพอเห็นภาพรวมของ “ช้อปช่วยชาติ 2560” กันบ้างแล้ว ใครที่ต้องการนำค่าใช้จ่ายจำนวนนี้ไปเป็นค่าลดหย่อนภาษีก็ควรเลือกซื้อสินค้าหรือบริการที่เราจำเป็นต้องใช้จริงๆ ดีกว่า เพราะจำนวนเงินคืนจากการลดหย่อนภาษีนี้ดูแล้วเหมือนจะมีประโยชน์กับผู้ที่มีรายได้สูงๆ มากกว่าคนที่มีรายได้น้อย ดังนั้น ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก็ไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินในการซื้อสินค้าหรือบริการใดๆ เพิ่มอีก ไม่เช่นนั้น อาจจะทำให้เราเสียเงินไปโดยไร้ประโยชน์นั่นเอง

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ