เริ่มต้นปีใหม่คนไทยทุกคนก็มีหน้าที่ต้องยืนภาษี เพื่อเป็นการจ่ายเงินให้รัฐบาลนำไปพัฒนาประเทศต่อไป ซึ่งถือเป็นหน้าที่ที่ทุกคนจำเป็นต้องทำ ดังนั้น รัฐบาลจึงอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนด้วยการทำระบบการยื่นภาษีออนไลน์เพื่อการประหยัดเวลา แต่บางท่านก็อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับระบบนี้เท่าใดนัก ทาง Wealth Care จึงมีสอน STEP by STEP ของการยื่นภาษีออนไลน์กัน ด้วย 12 ขั้นตอนง่าย ๆ มาดูกัน

  1. เตรียมเอกสารทั้งรายได้ และลดหย่อนภาษี ก่อนที่จะมีการยื่นภาษีเราจะต้องเตรียมตัวโดยการนำเอกสารต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับรายได้ ค่าลดหย่อน เพื่อให้ตัวเองรู้ว่ามีรายได้จากไหนบ้าง และเป็นจำนวนเงินเท่าไร เพื่อยื่นให้กับทางศรรพากรอย่างถูกต้อง ซึ่งเอกสารและหลักฐานที่สำคัญ ได้แก่
    • ใบทวิ 50 เป็นเอกสารที่บอกว่าผู้จ้างเรา (ผู้จ่ายเงินได้) จ่ายเงินให้เราเท่าไร และหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นจำนวนเท่าใด (ใบทวิ 50 นี่เองที่เป็นเหมือนต้นขั้วของตั๋วที่บริษัทส่งไปให้สรรพากร บริษัทบอกว่าจ้างงานนาย A เป็นเงินเท่านี้บาท แต่ถ้านาย A ไม่ยื่นภาษี สรรพากรก็จะรู้ทันทีว่านาย A จงใจเลี่ยงภาษี)
      ใบทวิ 50
      แต่ถ้าเป็นใบทวิ 50 ที่เป็นของบริษัทจะมีบอกรายละเอียดเพิ่มเติม ในส่วนของค่าลดหย่อนภาษีด้วย เช่น เงินประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพอีกด้วย
    • เอกสารค่าลดหย่อนภาษี เป็นเอกสารสำคัญสำหรับคนที่วางแผนการเสียภาษีมาบ้างแล้ว จะมีการซื้อค่าลดหย่อนภาษีเอาไว้เพื่อให้จ่ายภาษีลดลงม ซึ่งเอกสารที่คนส่วนใหญ่จะมี เช่น
      • หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ยืมบ้าน
      • หนังสือรับรอง LTF RMF
      • เบี้ยประกันชีวิต
    • หนังสือการรับรองเงินบริจาค เช่น ใบอนุโมทนาบัตร
  2. เข้าสู่เว็บไซต์กรมสรรพากร http://rdserver.rd.go.th/publish/index.php เข้าและคลิกที่เมนูยื่นแบบออนไลน์ หรือ E-FILING ยื่นแบบผ่านอินเตอร์เน็ต
  3. เลือกยื่นภาษีแบบ ภ.ง.ด. 90/91

  4. คลิกเมนูลงทะเบียนเพื่อสมัครและเริ่มต้นการยื่นภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตกันดีกว่า
  5. เลือกประเภทการลงทะเบียน
  6. กรอกข้อมูลส่วนบุคคล โดยส่วนสำคัญคือข้อมูลหลังบัตรประชนชน ดังนั้น อย่าลืมเตรียมบัตรประชาชนติดตัวไว้ด้วย
  7. เมื่อสมัครเสร็จแล้วก็กลับมา Login เพื่อเข้าสู้การยื่นภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อเป็นการเพิ่มข้อมูลส่วนตัวสำหรับใช้ในการจัดส่งเอกสาร เช่น ทางสรรพากรอาจจะส่งไปรษณีย์มาหาเราเพื่อขอเอกสารยืนยันเพิ่มเติม

    และเมื่อกรอกข้อมูลที่อยู่เรียบร้อยแล้ว ให้กดปุ่มทำรายการต่อไป เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนที่ 1 ของการยื่นภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต
  8. ในหน้านี้ จะสังเกตเห็นได้ว่า มีแถบสีฟ้าและเทาด้านบน แสดงให้เห็นว่าเราอยู่ในขั้นตอนที่เท่าไรของการยื่นภาษีแล้ว ในหน้านี้จะบ่งบอกสถานะของตัวผู้ยื่นภาษีว่ามีสถานภาพโสดหรือสมรส และเป็นการเลือกด้วยว่าจะยื่นภาษีคู่สมรสหรือแยกยื่น

    จุดสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือที่หัวข้อสถานะการยื่นแบบ ทุกคนที่เพิ่งเข้ามายื่นแบบภาษีออนไลน์ครั้งแรกต้องเลือกยื่นแบบปกติ
  9. ขั้นตอนต่อไปเป็นหน้าที่สำคัญมาก ๆ เป็นการบอกสรรพากรว่าตัวเองมีเงินได้ และค่าลดหย่อยในเรื่องใดบ้าง ความหมายก็คือ หากเรามีรายได้หรือค่าลดหย่อนที่หัวข้อไหนก็ให้ติ๊กเครื่องหมายถูกที่หน้าข้อนั้น

    ซึ่งรายได้ที่ทุกคนมีแน่ ๆ คือ มาตรา 40 (1) พูดง่าย ๆ คือเงินเดือน
    และค่าลดหย่อนที่ทุกคนน่าจะมีคือ เงินสมทบกองทุนประกันสังคม มีข้อไหนก็ติ๊กถูกที่ข้อนั้น ๆ แน่นอนว่าหากเราข้ามขั้นตอนนี้ไปแล้ว แต่เราเพิ่งนึกออกว่า เราเคยบริจาคเงินให้แก่การศึกษา เราสามารถกลับมาที่หน้านี้ใหม่ เพื่อติ๊กเครื่องหมายถูกเพิ่มเข้าไปได้
  10. หลังจากที่เราเลือกว่าเรามีเงินได้ และค่าลดหย่อยอะไรบ้าง ขั้นตอนต่อมาคือเราต้องบอกว่าเงินได้ และค่าลดหย่อนเหล่านั้นเป็นจำนวนเท่าไร แน่นอนว่ามันจะสัมพันธ์กับขั้นตอนก่อนหน้านี้ หากเราติ๊กถูกที่ข้อไหน ข้อนั้นจะเป็นช่องสีขาวให้เรากรอก

  11. ขั้นตอนสุดท้าย คือ หลังจากที่เรากรอกรายได้และค่าลดหย่อนลงไปในระบบหมดแล้ว ระบบจะนำไปคิดคำนวณตามภาษีขั้นบันไดตามที่เราเคยได้ยิน และคำนวณออกมาให้เสร็จสับว่าต้องเสียภาษี หรือจะได้คืนภาษีเท่าไร

    หน้านี้ความสำคัญของมันอยู่ที่ด้านล่างสุด 2 หัวข้อ

    1. เจตนาบริจาคภาษีที่ชำระเกินไว้ให้พรรคการเมืองหรือไม่ หากเราได้รับเงินคืนจะมีข้อนี้โผล่ขึ้นมา แต่หากเราติ๊กประสงค์บริจาค เราจะไม่ได้รับเงินคืน โปรดระวังไว้ด้วย
    2. การผ่อนชำระภาษี แน่นอนว่าบางคนอาจเสียภาษีเยอะแล้ว จึงไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า ทำให้ไม่มีเงินก้อน ดังนั้น รัฐบาลก็ให้ผ่อนจ่ายภาษีด้วยเช่นกัน
  12. ขั้นตอนสุดท้ายของการยื่นภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นหน้าที่ยืนยันข้อมูลต่าง ๆ ที่เรากรอกไปตั้งแต่ต้นว่า ข้อมูลถูกต้องและเป็นความจริง หากมีจุดไหนที่เรากรอกผิดก็สามารถกลับไปแก้ไขได้ แต่ถ้าเรียบร้อยแล้วก็กดยืนยันการยื่นแบบได้เลย

เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย สำหรับการยื่นภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นสิ่งที่ไม่ยากและทำให้ผู้ยื่นประหยัดเวลาขึ้นเยอะ เนื่องจากไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสรรพากร รวดเร็ว และง่ายกว่าแต่ก่อนมากทีเดียว อย่างไรก็ตาม การยื่นภาษียังมีขั้นตอนอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกเล็กน้อยเช่นกัน หลังจากยื่นเสร็จแล้ว หากสรรพากรตรวจพบความผิดปกติจากข้อมูลที่เรายื่นไป ทางสรรพากรจะส่ง SMS หรือไปรษณีย์มาหาเราเพื่อขอเอกสารยืนยันเพิ่มเติม ดังนั้น คนที่ยื่นภาษีทุกคนก็อย่าลืมว่าคุณ ๆ ทั้งหลายต้องยื่นข้อมูลที่เป็นจริงเท่านั้น

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ