ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ก็ถึงเวลาของการจัดการเรื่องภาษี เหล่ามนุษย์เงินเดือนคงจะไม่อยากเสียภาษีกันมากมายนัก เพราะลำพังค่าใช้จ่ายก็แทบจะเดือนชนเดือนอยู่แล้ว วันนี้มาทบทวนกันหน่อยว่ารัฐบาลให้เราลดหย่อนภาษีได้ทางไหนบ้าง โดยเฉพาะปี 2560 มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษีด้วย รับรองว่าประชาชนอย่างเราๆ มีเฮกันแน่นอน

ทบทวนการคิดภาษีกันสักนิด

เรื่องภาษีเป็นเรื่องต้องรู้ โดยเฉพาะทุกคนที่มีรายได้ เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียภาษีแน่นอน สำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้ที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี ได้แก่

  • คนโสด มีรายได้จากเงินประเภทเงินเดือน เกิน 120,000 หรือได้เงินจากเงินประเภทอื่นๆ นอกจากเงินเดือน เกิน 60,000 บาท
  • คนมีคู่สมรส มีเงินได้จากเงินประเภทเงินเดือน เกิน 220,000 หรือได้เงินจากเงินประเภทอื่นๆนอกจากเงินเดือน เกิน 120,000 บาท

เชื่อว่าหลายคนต้องมีเงินได้ต่อปีเกินจำนวนเงินข้างต้นอย่างแน่นอน มาดูต่อว่าแล้วจะต้องเสียภาษีเท่าไร่ วิธีการคิดคำนวณว่าเราจะต้องเสียภาษีเท่าไหร่ จำสูตรนี้ไว้ให้ขึ้นใจ

เงินได้ – (ค่าใช้จ่าย + ค่าลดหย่อน) = เงินได้สุทธิ

เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี = เงินภาษีที่ต้องจ่าย

ในปี 2560 นี้ รัฐจั่วหัวด้วยคำสวยๆ ว่า เงินเดือนไม่ถึง 26,000 ไม่ต้องเสียภาษี! มาดูกันเลยว่าโครงสร้างภาษีอะไรที่เปลี่ยนแปลงให้เราได้เฮกัน

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ขั้นเงินได้สุทธิตั้งแต่ อัตราภาษี ภาษีสะสมสูงสุดของขั้น
0 – 150,000 ยกเว้น** 0
เกิน 150,000 – 300,000 5% 7,500
เกิน 300,000 – 500,000 10% 27,500
เกิน 500,000 – 750,000 15% 65,000
เกิน 750,000 – 1,000,000 20% 115,000
เกิน 1,000,000 – 2,000,000 25% 365,000
เกิน 2,000,000 – 5,000,000 30% 1,265,000
เกิน 5,000,000  บาท ขึ้นไป 35% N/A

รายการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนมีอะไรบ้าง

  1. การหักค่าใช้จ่าย
    • สำหรับผู้ที่ได้เงินเดือน เงินค่าจ้าง ที่เป็นเงินได้พึงประเมินมาตรา 40 (1) และ (2)ให้หักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท (จากเดิมหักได้ 60,000 บาท)
    • การหักค่าใช้จ่าย สำหรับผู้ที่ได้เงินค่าแห่งกู๊ดวิลล์ อันเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) ให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท (จากเดิมหักได้ 60,000 บาท)
  2. หักค่าลดหย่อน
    • ผู้มีเงินได้ หักลดหย่อน 60,000 บาท (จากเดิมหักได้ 30,000 บาท)

จะเห็นว่าหากนำเงินได้ มาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนพื้นฐานแล้ว สามารถหักไปได้สูงสุด 160,000 บาทเลยทีเดียว เมื่อมาดูอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะเห็นว่าหากมีเงินสุทธิไม่เกิน 150,000 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษีดังนั้น หากได้รับเงินเดือน เดือนล่ะ 25,500 บาท ภายใน 1 ปี จะมีเงินได้ 306,000 บาท เมื่อนำมาทำตามสูตรการคิดภาษีจะได้ดังนี้

  • เงินได้ – (ค่าใช้จ่าย + ค่าลดหย่อน) = เงินได้สุทธิ
    306,000 – (100,000 + 60,000) = 146,000
  • เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี = เงินภาษีที่ต้องจ่าย
    146,000 x  ยกเว้น** = ไม่ต้องเสียภาษี! << เงินเดือนไม่ถึง 26,000 ไม่ต้องเสียภาษีนั่นเอง

สำหรับผู้ที่มีรายได้มากกว่าข้างต้นที่กล่าวมา ไม่ใช่ว่าจะต้องเสียภาษีมากมายอะไร เพราะนอกจากค่าลดหย่อนพื้นฐานแล้ว ยังมีค่าลดหย่อนอีกหลายข้อที่สามารถนำมาคิดได้ด้วย เช่น

  1. คู่สมรสที่ไม่มีรายได้ของผู้มีเงินได้ หักลดหย่อน 60,000 บาท
  2. บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย หักลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท ไม่จำกัดจำนวนคน หากมีบุตรที่ชอบด้วยกฏหมายอยู่แล้ว 3 คนขึ้นไป จะไม่สามารถนำบุตรบุญธรรมมาคิดได้ หากมีบุตรที่ชอบด้วยกฏหมายอยู่แล้ว ไม่ถึง 3 คน ให้นำบุตรบุญธรรมมาคิดด้วย แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 3 คน
  3. บิดามารดาที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีเงินได้ไม่ถึง 30,000 บาท ต่อปี หักลดหย่อนคนละ 30,000 บาท
  4. ค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ ที่มีเงินได้ไม่ถึง 30,000 บาท ต่อปี หักลดหย่อนคนละ 60,000 บาท
  5. เบี้ยประกันชีวิต หักค่าลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
  6. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ลดหย่อนได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
  7. ค่าบริจาค ลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินร้อยละ 10  ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอย่างอื่นก่อนหักลดหย่อนเงินบริจาค

เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างของการลดหย่อนภาษีซึ่งมีอีกมาก ผู้เสียภาษีสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ กรมสรรพากร เพราะฉะนั้นหากศึกษาและวางแผนให้ดี จะทำให้ช่วยประหยัดภาษีไปได้มากทีเดียว

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะนอกจากเราจะได้ค่าลดหย่อนตามโครงสร้างภาษีเบื้องต้นแล้ว ในแต่ละปีรัฐมักจะมีนโยบายดีๆ ให้ประชาชนได้ยิ้มเสมอ อย่างปี 2560 นี้ มีอีก 1 นโยบายที่สำคัญในปลายปีที่จะช่วยคุณลดหย่อยภาษีได้อีก นั่นคือ ช้อปช่วยชาติ

ช้อปช่วยชาติ นำไปลดหย่อนภาษีได้

ช้อปช่วยชาติเป็นนโยาบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ ให้ประชนออกมาจับจ่ายใช้สอย โดยสามารถนำบิลใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ในปีภาษี 2561 แต่ก็มีเงื่อนไขบางอย่างต้องศึกษาให้ดีก่อน ไม่อย่างนั้นการช้อปครั้งนี้คุณอาจจะไม่ได้ประโยชน์ด้านภาษีก็เป็นได้ ตามไปดูเลยว่ามีอะไรบ้าง

เงื่อนไขของช้อปช่วยชาติ

  1. ผู้ที่มีสิทธิได้รับคืนภาษี ต้องเป็นบุคคนธรรมดา(ไม่ใช่คณะบุคคล) ที่มีเงินได้อยู่เกณฑ์ต้องเสียภาษี(มีเงินได้มากกว่า 150,000 บาท)
  2. การใช้จ่ายนี้จะต้องเป็นการใช้จ่ายภายในประเทศ บิลค่าใช้จ่ายจะต้องอยู่ในช่วงวันที่ 11 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2560
  3. ใบเสร็จที่นำมาเป็นหลักฐานเรียกคืนภาษี ต้องเป็นใบกำกับภาษีรูปแบบเต็มตามมาตรา 86/4 แห่ง ป.รัษฎากร มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ชื่อเรา วันที่ รายการซื้อของ จำนวนเงิน ให้ครบถ้วน
  4. สินค้าที่ยกเว้น ไม่สามารถนำมาหักภาษีได้ ได้แก่ สุรา ยาสูบ เบียร์ ไวน์ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ น้ำมันก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ รวมทั้งค่าบริการนำเที่ยวและค่าที่พักโรงแรม
  5. ค่าใช่จ่ายสามารถนำมายื่นลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท
  6. อัตราการลดหย่อนภาษีของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของเราในปีนั้น โดยมีอัตราคืนภาษีดังนี้
    ขั้นเงินได้สุทธิตั้งแต่ อัตราภาษี ภาษีที่จะได้รับคืนสูงสุด
    0 – 150,000 ยกเว้น** 0
    เกิน 150,000 – 300,000 5% 750
    เกิน 300,000 – 500,000 10% 1,500
    เกิน 500,000 – 750,000 15% 2,250
    เกิน 750,000 – 1,000,000 20% 3,000
    เกิน 1,000,000 – 2,000,000 25% 3,750
    เกิน 2,000,000 – 5,000,000 30% 4,500
    เกิน 5,000,000  บาท ขึ้นไป 35% 5,250

    จากตารางนี้ หมายความว่า ค่าใช่จ่ายสามารถนำมายื่นลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท เป็นตัวเลขตั้งต้น ต้องนำมาคิดอัตราการได้คืนภาษี ตามฐานภาษีของเรา เช่น

    หากเรามีรายได้ในช่วง 300,000 – 500,000 เราจะสามารถเรียกคืนภาษีได้ 10 %
    เมื่อเรา ซื้อสินค้าราคา 28,000 บาท นำในเสร็จมาเรียกคืนภาษีได้ ไม่เกิน 15,000 บาท
    โดยจากฐานภาษีเรา เรียกคืนได้ 10 % ก็จะได้เงินคืน 1,500 บาท นั่นเอง

เพราะฉะนั้น หากใครมีเงินได้สุทธิอยู่ในขั้นสูงๆ เช่น เกิน 5,000,000 บาทขึ้นไป ก็จะสามารถเรียกคืนภาษีได้สูงสุดถึง 35% เรียกว่านโยบายนี้ค่อนข้างมีประโยชน์กับคนที่มีฐานรายได้สูง เพราะฉะนั้นผู้อ่านอย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าจะเรียกเงินคืนได้ถึง 15,000 บาท ไม่อย่างนั้นการใช้จ่ายครั้งนี้ แทนที่จะช่วยประหยัด อาจกลับกลายเป็นว่า ทำให้เราเสียเงินซื้อของที่ไม่จำเป็นมาก็ได้ แต่หากเป็นของที่เราจำเป็นต้องใช้อยู่แล้วหรือเป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน ช่วงปลายปีนี้ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะออกไปจับจ่ายใช้สอย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชาติแถมยังได้ประหยัดเงินในกระเป๋าอีกด้วย

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ