สำหรับชาวมนุษย์เงินเดือนยุคปัจจุบัน นอกจากรายได้ที่ไม่ได้หาหรือเพิ่มกันง่าย ๆ แล้ว ค่าครองชีพยังสูงจนเรื่องการออมเงินเป็นเรื่องยาก แค่จะบริหารการใช้เงินในแต่ละเดือนให้อยู่รอดปลอดภัย ก็เรียกได้ว่าแทบหมดแรง

วิธีง่าย ๆ สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่จะทำให้การเก็บออมเงินเริ่มต้นขึ้นได้มีอยู่หลายวิธี

วิธีแรก คือ แบ่งสัดส่วนเงิน ตามวัตถุประสงค์ของเงินนั้น ๆ ตัวอย่างเช่น

  • เงินสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน อาทิ ค่าอาหารกลางวัน ค่ากาแฟ ค่าขนม ค่ารถเมล์
  • เงินสำหรับค่าใช่จ่ายประจำเดือน อาทิ ค่าเช่าห้องรายเดือน ค่าบัตรรถไฟฟ้า ค่าสาธารนูปโภค
  • เงินสำหรับฉุกเฉิน เงินส่วนนี้อาจแบ่งโดยใช้วิธีหัก 5 เปอร์เซ็นจากรายได้ทั้งหมด และควรแบ่งแยกจากเงินส่วนอื่นให้ชัดเจน สำหรับกรณีฉุกเฉิน เช่น เจ็บป่วยกะทันหัน หรือครอบครัวต้องใช้เงินด่วนเท่านั้น
  • เงินสำหรับการออม เงินส่วนนี้ใช้วิธีแบ่งโดยคิดเป็นเปอร์เซ็นจากรายได้เช่นกัน ซึ่งเราจะไม่แตะเงินส่วนนี้เลยถ้าไม่จำเป็น เช่น เงินฉุกเฉินหมดและต้องใช้เพิ่มจริง ๆ
  • เงินสำหรับการลงทุน เงินส่วนนี้เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของเงินออม เพียงแต่แบ่งออกมาเก็บโดยใช้วิธีที่ทำให้เงินเพิ่มขึ้นด้วย และแน่นอนว่าย่อมมีความเสี่ยงที่เงินจะลดลงหรือหายไป ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกวิธีการลงทุนแบบไหน เช่น การลงทุนในกองทุน การลงทุนในหุ้น หรือการลงทุนในประกันออมทรัพย์

วิธีที่สองคือ การนำเงินไปลงทุน

สืบเนื่องมาจากวิธีแรก เมื่อเราแบ่งเงินออกเป็นส่วน ๆ แล้ว ย่อมต้องมีส่วนสำหรับนำมาลงทุนเพื่อให้เงินที่มีอยู่นั้นงอกเงยเพิ่มขึ้น ดีกว่าเก็บไว้เฉย ๆ ในบัญชีซึ่งไม่ได้มีดอกเบี้ยสูงมากนัก การลงทุนมีอยู่หลายรูปแบบ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าสามารถพิจารณารับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน การเลือกช่องทางที่มีโอกาสได้เงินเพิ่มมาก ๆ ต้องแลกมากับความเสี่ยงที่สูงมากเช่นกัน

ลงทุนโดยเข้าโครงการฝากประจำ โครงการฝากประจำนี้ ย่อมให้ดอกเบี้ยเงินฝากสูงกว่าการฝากเงินธรรมดา เพราะเราจะไม่สามารถโยกย้ายเงินหรือถอนเงินมาใช้ได้ในช่วงที่อยู่ในโครงการ ดังนั้นขอให้มั่นใจว่า ก่อนนำมาฝากประจำ เราไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนนี้จริง ๆ เพราะหากต้องนำไปใช้ระหว่างที่อยู่ในโครงการ จะทำให้การฝากประจำเป็นโมฆะ และจะไม่ได้รับดอกเบี้ยในอัตราที่ควรได้

ลงทุนในกองทุนที่มีเงินปันผล โดยก่อนลงทุนต้องศึกษาประวัติของกองทุนให้ดีเสียก่อนว่าผลประกอบการหรือผลการดำเนินงานของกองทุนนั้นเป็นอย่างไรในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา หรืออาจสอบถามจากธนาคาร หรือผู้ที่เคยลงทุนมาก่อนเพื่อหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

ลงทุนในประกันออมทรัพย์  ผู้คนอาจยังไม่คุ้นเคยกับการลงทุนในรูปแบบนี้มากนัก ซึ่งในความจริงแล้ว การลงทุนในประกันออมทรัพย์ให้ประโยชน์แก่ตัวเราถึง 2 ต่อ การประกันออมทรัพย์เป็นเหมือนการหักเงินเพื่อออมทั่วไปซึ่งได้ดอกเบี้ยเงินฝาก แต่ในขณะเดียวกันก็ได้ประกันชีวิตด้วย หรือกล่าวง่าย ๆ คือ เงินค่าเบี้ยประกันที่เราต้องจ่ายในแต่ละเดือน จะเป็นเงินออมของเราทั้งหมด ทั้งนี้ เงื่อนไขต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการประกันออมทรัพย์รายนั้น ๆ

วิธีที่สามคือ ตั้งเงื่อนไขในการเก็บเงิน 

หนุ่มสาววัยทำงาน ด้วยวัยที่กำลังเข้าสังคมหรือต้องไปสังสรรค์กับเพื่อน อาจทำให้เผลอใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายโดยไม่ทันคิดอยู่เป็นประจำ ลองตั้งกฎง่าย ๆ ในการควบคุมพฤติกรรมการใช้เงินของตนเอง ให้เปรียบเสมือนเป็น เครื่องเตือนใจ ในการเก็บเงิน

ตัวอย่างเช่น ทุกครั้งที่ได้รับธนบัตร 50 บาทหรือเหรียญต่าง ๆ จะไม่มีทางนำไปใช้เด็ดขาด และนำไปฝากเข้าบัญชีทุกครั้ง หรือนำไปลงทุนในช่องทางต่าง ๆ เป็นต้น

เหล่านี้เป็นเพียง 3 วิธีที่จะช่วยให้การเก็บออมของมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายกลายเป็นเรื่องง่ายและไม่น่าเบื่ออีกต่อไป และนอกจากนี้ ยังมีอีกหลากหลายวิธีที่จะทำให้คุณสามารถออมเงินได้มากขึ้น รอติดตามที่ Wealthcare แพลนชีวิตของคนรุ่นใหม่

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ