หลังจากที่เราเริ่มทำงานมีรายได้ แน่นอนว่าหลังจากหักค่าใช้จ่ายออกแล้ว ส่วนที่เหลือควรเป็น “เงินออม” แต่หากใครบริหารเงินผิดพลาดตั้งแต่ตอนนี้ เงินออมอาจกลายเป็นศูนย์หรือบางคนหนักเข้าอาจก่อหนี้สินโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ ดังนั้น ปัญหาแรกก็คือ เราจะบริหารเงินอย่างไรให้เหลือเงินออม

บริหารเงินง่าย ๆ ด้วยหลักการเงิน 3 กระเป๋า

แต่รู้หรือไม่ว่า ปัญหาไม่ได้หมดลงหลังจากที่เรามีเงินออมแล้ว ปัญหาของคนมีเงินออม คือ ไม่รู้ว่าจะเอาเงินไปวางไว้ที่ไหนอย่างไรให้เหมาะสมที่สุด เพราะสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินก็มีเยอะแยะเต็มไปหมด ถ้านิยมที่สุดก็คงหนีไม่พ้นการฝากเงินแน่ ๆ

สมัยก่อนอาจจะเป็นเช่นนั้น แต่สมัยนี้ การฝากเงินอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป เพราะดอกเบี้ยนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ๆ ทีเดียว หลายคนจึงเริ่มมองหาทางเลือกอื่น ๆ เข้ามา นอกจากเงินฝากแล้ว ยังมีประกัน กองทุนรวม กองทรัสต์ ตราสารหนี้ ตราสารทุน ตราสารอนุพันธ์ Forex อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น คำถามคือ เราจะเอาเงินเราไปวางไว้ที่ไหนดี ?

ตามหลักของการวางแผนการเงิน เราสามารถเอาเรื่อง “ระยะเวลา” เข้ามาจัดสรรเงินของเราได้ ซึ่งนั่นจะช่วยทำให้เราวางเงินได้ถูกที่ถูกเวลามากขึ้น เทคนิคนั้นชื่อว่า “เงิน 3 กระเป๋า”

กระเป๋าที่หนึ่ง เงินระยะสั้น (ระยะเวลาน้อยกว่า 3 ปี)

เงินก้อนนี้สำหรับเงินเป้าหมายที่ไม่ถึง 3 ปี สิ่งที่เราเน้นมากที่สุด คือ เรื่องของสภาพคล่องที่ต้องเบิกง่ายถอนง่ายเป็นหลัก แต่เงินก้อนนี้ไม่ควรมีมาก เพราะแหล่งเก็บเงินที่สภาพคล่องสูงชนิดที่ว่าเบิกง่ายถอนง่ายจะได้รับผลตอบแทนที่ไม่ค่อยดีนัก การที่มีเยอะจนเกินไปก็จะทำให้เราเสียประโยชน์ กล่าวคือ เงินเราไม่เติบโต แหล่งเก็บเงินที่นิยมก็จะเป็นเงินฝาก หรือกองทุนรวมตลาดเงิน เป็นต้น

กระเป๋าที่สอง เงินระยะกลาง (ระยะเวลาตั้ง 3-7 ปี)

กระเป๋านี้จะมีไว้สำหรับเป้าหมายในระยะกลาง ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเป้าหมายเช่น การซื้อรถ ซื้อบ้าน หรือค่าเทอมของลูกที่ใกล้มาถึง สภาพคล่องจะกลายเป็นเรื่องที่สำคัญน้อยลงมาทำให้เราสามารถคาดหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้ เราอาจใช้ LTF หรือกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะยาวในการบริหารได้

กระเป๋าที่สาม เงินระยะยาว (ระยะเวลา 7 ปีขึ้นไป)

เงินในกระเป๋านี้ควรจะมีมากที่สุด เนื่องจาก เงินในกระเป๋านี้มีเงินสำหรับเกษียณอยู่ด้วย ซึ่งโดยทั่วไป เงินสำหรับเกษียณจะเป็นเงินก้อนที่ใหญ่ที่สุด การจัดสรรเงินในกระเป๋านี้สภาพคล่องเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่ต้องสนใจ สิ่งที่เราสนใจก็คือ ผลตอบแทนในระยะยาวมากกว่า แหล่งเก็บเงินที่เหมาะสมที่สุดก็คือ RMF เพราะเราจะมั่นใจได้ว่า กว่าเราจะเอาเงินออกมาได้ก็เมื่อเราอายุ 55 ปีบริบูรณ์ คือ ใกล้เกษียณอายุพอดี หรือบางคนอาจจะหันไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน เพราะอย่างที่เรารู้กันว่าในระยะยาว ราคาสินทรัพย์ที่มีจำกัดอย่างอสังหาริมทรัพย์น่าจะปรับตัวขึ้นอยู่แล้ว

การที่เราบริหารเงินแบบ 3 กระเป๋าจะช่วยทำให้เราจัดสรรเงินได้ดีขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงของเงินต่าง ๆได้ เช่น เราเอาเงินที่ควรจะเก็บในระยะสั้นไปวางไว้ในระยะยาว สิ่งนั้นจะทำให้เราขาดสภาพคล่อง

หรือถ้าเราเอาเงินที่ควรเก็บในระยะยาวไปเก็บเป็นระยะสั้นแทน ปัญหาก็คือ เงินเราจะไม่เติบโตเลยในระยะยาว และความมั่งคั่งที่เราวาดหวังก็จะพ่ายแพ้ต่อ “เงินเฟ้อ” ซึ่งทำให้เราจนลงเรื่อย ๆ แบบไม่รู้ตัว

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ