การเกษียณอายุ หรือ Retirement เป็นระเบียบข้อบังคับภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานที่กำหนดให้สัญญาจ้างเป็นอันสิ้นสุดลงเมื่อข้าราชการอายุครบ 60 ปี พร้อมกับการได้รับเงินจำนวนหนึ่งสำหรับเก็บไว้ใช้ในอนาคต หากเลือกรับเป็นเงินก้อนครั้งเดียวจะเรียกเงินส่วนนี้ว่า “เงินบำเหน็จ” แต่หากเลือกที่จะรับเงินเป็นรายเดือนไปเรื่อย ๆ จะเรียกเงินส่วนนี้ว่า “เงินบำนาญ” เนื่องจากอายุเฉลี่ยของคนเริ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้คนคนส่วนใหญ่นิยมเลือก “เงินบำนาญ” มากกว่า “เงินบำเหน็จ” คำถามสำคัญก็คือ เราจะทราบได้อย่างไรว่าเงินในส่วนนี้จะเพียงพอต่อการใช้ชีวิตในบั้นปลายของเรา โดยที่คุณภาพชีวิตไม่ลดลง วันนี้เราจึงมีแนวคิดที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้มาแบ่งปันกัน โดยสามารถแบ่งเป็นหัวข้อต่าง ๆ ได้ดังนี้

ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่แท้จริง

สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงก็คือ การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นค่าข้าว ค่าน้ำ ค่าขนม รวมถึงค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ด้วย ซึ่งเราแนะนำให้คำนวณเป็นค่าใช้จ่ายต่อเดือน เมื่อได้ยอดเงินจำนวนนี้มาแล้ว ให้เรานำมาลบกับยอดเงินบำนาญต่อเดือนที่คาดว่าเราจะได้รับ ทีนี้เราจะทราบได้ในทันทีว่าเงินบำนาญของเรานั้นเพียงพอหรือไม่ แต่การคำนวณดังกล่าวเป็นเพียงการคาดการณ์ในระยะสั้นเท่านั้น ในระยะยาวแล้ว เราจำเป็นต้องนำปัจจัยด้านอัตราเงินเฟ้อเข้ามาคำนวณด้วย โดยอาจใช้อัตราเงินเฟ้อที่ภาครัฐประกาศเป็นแนวทางในการคำนวณก็ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว อัตราเงินเฟ้อที่แท้จริงมักจะมากกว่าที่ภาครัฐประกาศเสมอ เราอาจลองดูจากราคาอาหารในตลาดก็ได้ว่า ในแต่ละปีนั้นเพิ่มขึ้นเท่าไร จากนั้นจึงลองคำนวณดูว่าเงินบำนาญที่เรากำลังจะได้นั้นยังคงเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายของเราในอนาคตเมื่อรวมอัตราเงินเฟ้อแล้วหรือเปล่า หากเพียงพอก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่หากไม่เพียงพอก็นับเป็นความโชคดีที่เรารู้ตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ จะได้เตรียมตัววางแผนบริหารจัดเงินกันต่อไป

วางแผนการเงินล่วงหน้า

การวางแผนการเงินสำหรับการเกษียณอายุเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าที่ควร ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หลายคนอาจคิดว่ารอให้อายุใกล้ ๆ เกษียณก่อนแล้วค่อยวางแผนก็ได้ ซึ่งหลายครั้งเมื่อรู้ตัวอีกทีก็พบว่าสายไปเสียแล้ว ดังนั้น หลังจากที่ได้ลองคำนวณค่าใช้จ่ายที่แท้จริงกันไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาวางแผนการเงินเตรียมพร้อมล่วงหน้า แนวทางการลงทุนที่เหมาะสำหรับใช้จ่ายยามเกษียณนั้นมีมากมาย โดยจะขอแนะนำแนวทางยอดนิยม ดังนี้

  1. กองทุนหุ้นระยะยาว หรือ LTF
  2. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF
  3. ประกันชีวิตหลังเกษียณอายุ
  4. กองทุนรวมที่มีประวัติการปันผลอย่างสม่ำเสมอ
  5. อสังหาริมทรัพย์สำหรับปล่อยเช่า

แนวทางการลงทุนที่กล่าวไปข้างต้นล้วนมีจุดเด่นและจุดด้อยที่แตกต่างกัน ดังนั้น เราควรศึกษาลักษณะและธรรมชาติของการลงทุนประเภทต่าง ๆ เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะกับเรามากที่สุด ทั้งในเรื่องความชอบ ความสนใจ ผลตอบแทน และระดับความเสี่ยงที่รับได้ เมื่อเลือกลักษณะการลงทุนที่เราชอบได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเริ่มลงทุนให้เร็วที่สุด ยิ่งเริ่มลงทุนเร็วมากเพียงใด ผลตอบแทนที่ได้รับก็จะยิ่งทวีคูณมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

เริ่มลงทุนตอนนี้ก็ช้าไปเสียแล้ว

สำหรับคนที่รู้ตัวช้า ไม่ได้วางแผนการเงินสำหรับการเกษียณล่วงหน้าเอาไว้ก็ไม่ต้องกังวลไป หากเงินบำนาญไม่พอกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน วิธีแก้นั้นง่ายมาก คือ พยายามลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก อันไหนตัดได้ก็ควรตัดเสีย อันไหนตัดไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่หากตัดแล้วก็ยังไม่พอ เราอาจต้องหารายได้เสริมเพื่อให้กลับมามีรายได้อีกครั้ง โดยเน้นการหารายได้เสริมที่ไม่ต้องใช้แรงกายมากนัก และไม่ควรต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น อาจสมัครเป็นตัวแทนขายสินค้าออนไลน์ กล่าวคือ ทำหน้าที่เพียงหาลูกค้าและได้รับส่วนแบ่งจากยอดขาย หรืออาจจะรับสินค้าที่เราสนใจไปฝากขายที่ร้านค้าในระแวกบ้านก็เป็นได้ เป็นต้น นอกจากจะมีรายได้เสริมแล้ว การหางานเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำเช่นนี้ยังทำให้เราได้พบปะผู้คน ทำให้เราไม่เหงา ไม่เบื่อ อีกทั้งยังเป็นการบำรุงสมองเพื่อป้องกันโรคที่เกี่ยวกับสมองไปในตัวอีกด้วย

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ