การรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัยหรือรีไฟแนนซ์บ้านคือ วิธีลดอัตราดอกเบี้ยในการผ่อนชำระเงินค่าบ้านที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง เพราะฉะนั้น ใคร ๆ ย่อมต้องการที่จะรีไฟแนนซ์ด้วยกันทั้งนั้น แต่อย่างที่ทราบกันดีว่า ของดีมักไม่ได้รับมาโดยง่าย เพราะการรีไฟแนนซ์บ้านไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำได้ทุกเวลา แต่จะต้องทำตามเงื่อนไขต่าง ๆ ของธนาคาร คำถามคือ หากคุณต้องการรีไฟแนนซ์บ้าน เมื่อไรจึงจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ปัจจัย 3 ข้อต่อไปนี้คือคำตอบที่จะช่วยบ่งชี้ว่าคุณควรทำเรื่องรีไฟแนนซ์บ้านแล้วหรือยัง

ระยะเวลาการผ่อนขั้นต่ำในสัญญาปัจจุบัน

ระยะเวลาการผ่อนชำระขั้นต่ำที่กำหนดเอาไว้ในสัญญาการกู้เงินฉบับปัจจุบัน เป็นสิ่งแรกที่ทุก ๆ คนจะต้องตรวจสอบก่อนทำเรื่องรีไฟแนนซ์กับธนาคาร เพราะหากระยะเวลาการผ่อนชำระยังไม่ครบตามกำหนดระยะเวลาในสัญญาแล้ว คุณย่อมไม่สามารถรีไฟแนนซ์ได้ ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ก็ตาม หากคุณไม่แน่ใจว่าจะตรวจสอบในส่วนไหนก็สามารถติดต่อไปยังธนาคารที่ให้กู้เพื่อสอบถามระยะเวลาที่แน่นอน พร้อมทั้งเงื่อนไขอื่น ๆ หากมี เพื่อป้องกันปัญหาการรีไฟแนนซ์อื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วย

  • ตรวจสอบระยะเวลาการผ่อนขั้นต่ำอย่างไร – ระยะเวลาการผ่อนขั้นต่ำจะระบุอยู่ในสัญญาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่ทำไว้กับธนาคารผู้ให้สินเชื่อในปัจจุบัน หรือสามารถสอบถามจากธนาคารเจ้าของสินเชื่อได้โดยตรง

สถานะทางการเงิน

การยื่นเรื่องขอรีไฟแนนซ์ ไม่ว่าจะยื่นเรื่องกับธนาคารหรือสถาบันการเงินผู้ให้สินเชื่อในปัจจุบัน หรือยื่นเรื่องกับธนาคารรายใหม่ สิ่งแรกที่ธนาคารจะตรวจคือ ความน่าเชื่อถือในเรื่องการเงินของผู้ยื่นเรื่องขอรีไฟแนนซ์ ซึ่งมีตัวชี้วัดที่เรียกว่า เครดิตบูโร คอยประเมินว่าคุณเป็นลูกค้าที่ดี มีความน่าเชื่อเรื่องการเงินหรือไม่ เครดิตบูโรจะคอยเก็บประวัติการชำระสินเชื่อของคุณ ในทุกธุรกรรมการเงินเกี่ยวกับสินเชื่อ ไม่ว่าจะเป็น การชำระสินเชื่อบ้าน การชำระสินเชื่อรถยนต์ หรือแม้กระทั่ง การชำระสินเชื่อบัตรเครดิต ซึ่งถ้าหากคุณผิดนัดชำระเงินเพียงครั้งเดียว เครดิตบูโรจะบันทึกประวัตินี้ไว้ ย่อมส่งผลให้คะแนนเครดิตบูโรของคุณลดลง และทำให้การยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์ทำได้ยากยิ่งขึ้น

  • ตรวจสอบเครดิตบูโรอย่างไร – สามารถตรวจสอบด้วยตนเองได้ที่บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือติดต่อได้ที่ศูนย์ตรวจเครดิตบูโรซึ่งมีอยู่หลายสาขา

ข้อเสนอจากแต่ละธนาคาร

ปัจจุบัน ธนาคารเกือบทุกแห่งมีโปรโมชั่นพิเศษหรือข้อเสนอสำหรับการรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อดึงดูดให้ผู้กู้อย่างเราสนใจ ซึ่งแต่ละธนาคารจะมีรายละเอียดของโปรโมชั่นหรือข้อเสนอที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ย ทั้งในช่วงสามปีแรกและปีต่อ ๆ ไป ระยะเวลาการผ่อนชำระ รวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่น ๆ ดังนั้น ก่อนที่เราจะตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้าน เราควรศึกษาหาข้อมูลโปรโมชั่นและข้อเสนอต่าง ๆ ของทุก ๆ ธนาคารอย่างละเอียดเสียก่อน หากยังไม่มีโปรโมชั่นหรือข้อเสนอที่ถูกใจและเหมาะกับสถานะทางการเงินของเรา เราอาจรอจังหวะอีกสักระยะ เพื่อรอโปรโมชั่นหรือข้อเสนอที่ดีที่สุดซึ่งเหมาะกับสถานะทางการเงินของเรามากที่สุด ซึ่งจะทำให้เราสามารถประหยัดดอกเบี้ยและระยะเวลาการผ่อนชำระได้มากที่สุดด้วย

กล่าวง่าย ๆ คือ คุณควรรีไฟแนนซ์บ้านของคุณทุกๆ  สามปี หรือทุก ๆ ครั้งที่ครบกำหนดการผ่อนขั้นต่ำที่ระบุเอาไว้ในสัญญากู้ และควรทำในตอนที่คุณเจอโปรโมชั่นที่ถูกใจ คำนวณทุก ๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ปริมาณเงินผ่อนที่ต้องชำระต่อเดือน ระยะเวลาการผ่อน ภาระค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่คุณต้องรับผิดชอบในแต่ละเดือน และเมื่อได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม อยู่ในเกณฑ์ที่ผ่อนไหว จึงยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์ มิใช่เลือกแค่เฉพาะอัตราดอกเบี้ยต่ำ ๆ แต่ต้องเพิ่มค่าผ่อนต่องวดจนสภาวะการเงินของคุณอยู่ในขั้นวิกฤต รวมถึงควรทำเมื่อมีประวัติสถานะทางการเงินขาวสะอาด ไม่ติดปัญหาเรื่องเครดิตบูโร เพื่อให้การดำเนินการรีไฟแนนซ์บ้านเป็นไปอย่างราบรื่น

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ