บัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือที่เรียกติดปากว่า บัตรคนจน นี้เป็นโครงการที่รัฐฯ เปิดการใช้งานเมื่อปี 2560 นี้เอง หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าบัตรนี้คืออะไร ตัวเองมีสิทธิไหม บทความนี้เรามาเปิดคู่มือการใช้งานแบบละเอียดกันเลย

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐคืออะไร แบ่งเป็นแบบไหนบ้าง

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คือบัตรที่รัฐบาลมอบสิทธิให้ประชาชนคนไทยผู้มีรายได้น้อย เพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาค่าครองชีพ จำพวกสินค้าและบริการต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ลักษณะของบัตร เหมือนบัตรประชาชน บัตรเครดิต มีอายุ 5 ปี ที่ตัวบัตรมีชิปการ์ดที่มีข้อมูลของผู้ถือบัตรบันทึกไว้ ใช้รูดผ่านเครื่องรับบัตรอัตโนมัติ(เครื่อง EDC) แบ่งเป็น 2 แบบ

  1. บัตรที่มี 2 ชิปการ์ด ให้กับประชาชนใน 7 จังหวัด ได้แต่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ สมุทสาคร นครปฐม บัตรนี้เป็นบัตร EMV + ตั๋วร่วม(บัตรแมงมุม) ซึ่งสามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะเช่น รถเมล์ รถไฟฟ้า ในเขตกรุงเทพมหานครได้ด้วย
  2. บัตรที่มี 1 ชิปการ์ด ให้กับประชาชนในเขตจังหวัดอื่นๆ บัตรนี้เป็นบัตร EMV อย่างเดียว ไม่สามารถใช้ขึ้นรถเมล์และรถไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้ อย่างไรก็ตาม หากผู้ที่ถือบัตรประเภทนี้เปลี่ยนภูมิลำเนาเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ก็สามารถที่จะแจ้งเปลี่ยนบัตรเป็นแบบ 2 ชิปการ์ดได้
ขอบคุณรูปภาพจาก กรมบัญชีกลาง

บัตรคนจน ให้สิทธิ์อะไร และทำอะไรได้บ้าง

การช่วยเหลือค่าครองชีพของบัตรนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วน

  1. เงินช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ วงเงินในส่วนนี้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
    • กลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินจำนวน 300 บาทต่อเดือน (หรือ 3,600 บาทต่อปี)
    • กลุ่มที่มีรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่กิน 100,000 บาท จะได้รับเงินจำนวน 200 บาทต่อเดือน  (หรือ 2,400 บาทต่อปี)
      เงินในส่วนนี้มาสารถนำไปซื้อสินค้าต่างๆ ใน 3 หมวด ได้แก่
    • สินค้าอุปโภค-บริโภค เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ประจำวันจำพวก สบู่ ผงซักฟอก และพวกยารักษาโรค ฯลฯ
    • สินค้าเพื่อการศึกษา เช่น อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน
    • สินค้าเพื่อเกษตรกรรม เช่น เมล็ดพันธุ์พืช ปุ๋ย
      นอกจากนี้ ยังมีเงินสำหรับซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนดอีกคนละ 45 บาทต่อ 3 เดือนอีกด้วย
  2. เงินช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประกอบด้วย 3 หมวด ได้แก่
    • ค่าโดยสารรถเมล์ รถไฟฟ้า จำนวน 500 บาทต่อเดือน (ใช้ชำระค่าโดยสารด้วยระบบ e-Ticket)
    • ค่าโดยสารรถ บขส. วงเงินไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน
    • ค่าโดยสารรถไฟ วงเงินไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน
      ซึ่งเงินใน 3 หมวดนี้จะแยกส่วนกันอย่างชัดเจน ไม่ได้นำมารวมกัน
ขอบคุณรูปภาพจาก กรมบัญชีกลาง

บัตรคนจน ใช้ยังไง ใช้ที่ไหน

การใช้งานบัตร คือใช้กับเครื่องรูดบัตรชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์(เครื่อง EDC)และ e-Ticket บนรถโดยสาร

  1. การใช้เงินในส่วนการดำรงชีพ สามารถใช้ชำระค่าสินค้าได้ที่ร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้านค้าอื่นๆที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ตรวจสอบร้านค้าใกล้บ้านได้จากเว็บ http://www.shop.moc.go.th/ นี้ได้เลย
  2. ก๊าซหุงต้ม ใช้ได้กับร้านก๊าซที่กระทรวงพลังงานกำหนด
  3. การใช้เงินในส่วนค่าเดินทาง ใช้กับเครื่อง e-Ticket ที่ติดตั้งไว้ภายในรถโดยสารประจำทาง และรถไฟฟ้า โดยการแตะบัตรกับเครื่อง เงินในบัตรก็จะถูกหักออกไปอัตโนมัติ
  4. ใช้ซื้อตั๋วรถโดยสาร บขส.และรถไฟทุกสถานี ที่จุดจำหน่ายตั๋วโดยสาร
  5. ในการใช้จ่ายหากเงินในบัตรมีไม่เพียงพอ ผู้ใช้งานสามารถเติมเงินผ่านบริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Money ของธนาคารกรุงไทยได้ 
  6. เงินที่มีอยู่ในบัตร ไม่สามารถถอนออกมาเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถสะสมเงินสวัสดิการแห่งรัฐในบ้ตรได้ หมายถึง ถ้าไม่ใช้หรือใช้ไม่หมดในแต่ละเดือน จะถูกตัดเงินออกแล้วรับเงินของเดือนถัดไป ไม่มีการทบเป็นเงินสะสม
  7. บัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้ได้เฉพาะบุคคลที่เป็นเจ้าของบัตร ยกเว้นผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถเดินทางได้ จะให้ผู้ดูแลเป็นผู้ใช้สิทธิแทน หากฝ่าฝืนเงื่อนไข เจ้าของบัตรจะถูกตัดสิทธิในบัตร และผู้อื่นที่นำไปใช้จะมีความผิดต้องชดในเงินคืนแก่ราชการ

หากทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หาย

หากใครเผลอทำบัตรสูญหาย ก็สามารถแจ้งได้ที่ธนาคารกรุงไทย โดยธนาคารจะแจ้งต่อไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อทำการตรวจสอบ ก่อนทำการออกบัตรใหม่ให้ ทั้งนี้เจ้าของบัตรต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำบัตรใหม่เอง อัตราค่าธรรมเนียม มี 2 แบบ

  1. บัตรที่มี 2 ชิปการ์ด (EMV+แม่งมุม) ใช้เวลาทำการออกบัตรใหม่ 30 วัน มีค่าใช้จ่าย 100 บาท
  2. บัตรที่มี 1 ชิบการ์ด (EMV) ใช้เวลาทำการออกบัตรใหม่ 15 วัน มีค่าใช้จ่าย 50 บาท

เป็นอย่างไรกันบ้าง คงจะเข้าใจบัตรคนจนกันมากขึ้นแล้ว หากใครมีสิทธิก็ไปใช้สิทธิอย่าให้เสีย ส่วนใครมีข้อสังสัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ call center โทร.02 109 2345 หวังว่าโครงการนี้ของรัฐบาลจะสามารถช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยได้อย่างทั่วถึง ทำให้คนไทยมีความสุขกันถ้วยหน้า

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ