เป็นที่ฮือฮาสำหรับชาวไทยพอสมควร สำหรับการที่รัฐบาลได้แจก “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ “บัตรคนจน” เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ภายหลังจากที่ได้เปิดให้ประชาชนได้ลงทะเบียนขอรับบัตรนี้ (ยกเว้นกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงอีก 6 จังหวัดที่จะได้รับหลังวันที่ 17 ตุลาคม เป็นต้นไป) ซึ่งก็มีคำถามตามมาสมควรว่าบัตรนี้ใช้อะไรได้บ้าง เราสรุปมาให้อ่านกัน ดังนี้

รู้จัก “บัตรคนจน” กันก่อน

บัตรนี้ มีลักษณะคล้ายกับบัตร ATM และบัตรเครดิตแบบชิพการ์ดที่สามารถนำไปใช้เพื่อการชำระเงินได้ โดยผ่านเครื่องรับชำระเงินแบบ EDC ที่ถูกติดตั้งไว้ตามที่ต่าง ๆ มีอายุการใช้งาน 5 ปี ภายในบัตรมีชื่อ นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน และรูปถ่ายของเราอย่างชัดเจน อยู่ในความดูแลของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง

โดยรัฐจะให้วงเงินในบัตรนี้ เดือนละ 200-300 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการใช้บริการรัฐวิสาหกิจของประเทศ เช่น รถเมล์ รถไฟ และสามารถนำไปชำระค่าน้ำ ค่าไฟได้ด้วย หรือจะนำไปซื้อสินค้าในร้านธงฟ้าของกระทรวงพาณิชย์ก็สามารถทำได้เช่นกัน

หากเงินหมดก็สามารถเติมเงินเข้าไปในบัตรได้ ผ่านบริการของธนาคารกรุงไทยเพื่อให้คุณสามารถจับจ่ายซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าใครใช้วงเงินในบัตรที่รัฐให้ไม่หมดก็จะไม่สามารถทบยอดต่อไปได้ เพราะเงินจะถูกตัดและเริ่มใหม่ทันที

“บัตรคนจน” มีประโยชน์ด้านใดบ้าง

ถึงตรงนี้บางคนก็ยังสงสัยอยู่ดีว่า แล้วมันสามารถช่วยลดภาระได้จริง ๆ หรือไม่ กับจำนวนเงินเพียง 200-300 บาท ก็ต้องบอกเลยว่าช่วยได้พอสมควร ซึ่งรายละเอียดในส่วนนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. ลดค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ
    ในส่วนนี้ รัฐบาลได้จำแนกการให้วงเงินไว้ ตามข้อมูลของการลงทะเบียน คือผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี จะได้รับวงเงิน 300 บาทต่อเดือน แต่ถ้าหากมีรายได้มากกว่า 30,000 บาทต่อปี แต่ไม่ถึง 100,000 บาท ก็จะได้รับวงเงิน 200 บาทต่อเดือน ซึ่งเงินจำนวนนี้ สามารถนำไปซื้อสินค้าต่าง ๆ จากร้านธงฟ้าประชารัฐได้ตามหมวดที่รัฐได้กำหนดไว้ คือ

    • หมวดเกษตรกรรม – ได้แก่ ปุ๋ยชนิดต่างๆ และเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อการเพาะปลูก
    • หมวดการศึกษา – ได้แก่ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นกับนักเรียน เช่น อุปกรณ์การเรียน และเครื่องแบบนักเรียน
    • หมวดอุปโภค บริโภค – ได้แก่ ของใช้ประจำวันทั่วไป ยารักษาโรค อาหารสด เป็นต้น (ไม่สามารถซื้อบุหรี่และสุราได้ เพราะไม่ใช่ของจำเป็นในการดำรงชีวิต)
  2. ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
    บอกไว้ก่อนเลยว่ารายละเอียดในส่วนนี้จะแยกเป็นบัตรคนจนอีกแบบที่เรียกกันว่าบัตรแมงมุม ซึ่งบัตรนี้จะได้เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนในจังหวัดกรุงเทพฯ สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และนครปฐม จำนวน 1.3 ล้านคนเท่านั้น เพราะสามารถนำไปใช้เป็นส่วนลดในการขึ้นรถไฟฟ้าและรถเมล์ในกรุงเทพฯได้โดยรายละเอียดในส่วนนี้ ประกอบไปด้วย

    • วงเงินเพื่อลดค่าโดยสารรถเมล์และรถไฟฟ้า – จำนวน 500 บาทต่อเดือน
    • วงเงินเพื่อค่าโดยสารรถไฟ – ไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน
    • วงเงินเพื่อค่าโดยสารรถ บขส. – ไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ “บัตรคนจน”

  • วงเงินทั้งสองส่วนของบัตรคนจน ในรูปแบบของบัตรแมงมุมจะถูกแบ่งออกอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการใช้งานของเจ้าของบัตร
  • บัตรคนจนไม่สามารถใช้แทนกันได้ (ยกเว้นกรณีที่เป็นผู้สูงอายุ หรือผู้พิการที่ไม่สามารถช่วยตัวเอง หรือเดินทางไปไหนมาไหนได้ สามารถมอบสิทธิ์ให้ใช้แทนกันได้ )
  • ในกรณีที่มีการขโมยบัตรไปใช้ แล้วถูกจับได้ ผู้ที่เป็นเจ้าของบัตรจะถูกตัดสิทธิ์การใช้งานในบัตร และคนที่เอาไปใช้ จะต้องเป็นผู้ชดใช้เงินคืนให้กับรัฐและมีความผิดทางกฎหมายด้วย
  • หากผู้ลงทะเบียนในต่างจังหวัด ได้ย้ายภูมิลำเนามาอยู่ที่กรุงเทพฯ สามารถขอทำเรื่องเปลี่ยนบัตรคนจนแบบธรรมดาเป็นบัตรแมงมุมโดยไม่มีค่าธรรมเนียม เพื่อให้สามารถใช้ร่วมกับรถเมล์และรถไฟฟ้าได้
  • หากทำบัตรหาย สามารถยื่นเรื่องขอทำบัตรใหม่ได้ตามปกติ เพียงแค่ไปแจ้งเรื่องที่ธนาคารกรุงไทยไว้ ซึงธนาคารจะเป็นผู้ทำเรื่องส่งต่อไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อทำการตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง ก่อนที่จะมีการออกบัตรใหม่ให้ ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมคือ หากเป็นบัตรธรรมดา เสียค่าธรรมเนียม 50 บาท มีระยะเวลาทำบัตร 15 วัน แต่ถ้าเป็นบัตรแมงมุม จะเสียค่าธรรมเนียม 100 บาท และมีระยะเวลาทำบัตร 30 วัน
  • นอกจากวงเงิน 200-300 บาท เพื่อลดค่าครองชีพในส่วนของการซื้อสินค้าที่ร้านธงฟ้าประชารัฐแล้ว รัฐยังมีวงเงินให้อีก 45 บาทต่อ 3 เดือน (เฉลี่ยเดือนละ 15 บาท) เพื่อซื้อแก๊สหุงต้มกับร้านค้าที่ร่วมรายการกับกระทรวงพาณิชย์อีกด้วย
  • บัตรนี้จะเริ่มใช้งานได้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป กับร้านค้าที่มีเครื่องรูดบัตรอัตโนมัติ แต่สำหรับรถไฟฟ้า ขณะนี้ยังอยู่ในการพัฒนาระบบ คาดว่าจะมีการใช้งานได้จริง ช่วงกลางปี 2561 เป็นต้นไป

ทั้งหมดนี้ คือรายละเอียดของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนที่ควรรู้ก่อนการนำมาใช้งานจริง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและความสับสน โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งถ้าหากว่ามีข้อสงสัย ก็สามารถเดินทางไปสอบถามกับธนาคารกรุงไทยได้ หรือจะสอบถามกับ Call Center ที่เบอร์ 02-109-2345 ก็ได้ ตามวันและเวลาการทำงานของราชการ

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ