พ่อแม่ทุกคนย่อมรักลูกมากกว่าสิ่งอื่นใด นอกเหนือไปจากความรักแล้ว พ่อแม่ยังมีความห่วงใยในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับลูก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิต สุขภาพ การศึกษา และอนาคตของลูก หนึ่งในสิ่งดี ๆ ที่พ่อแม่เลือกจะทำให้แก่ลูก คือ การทำประกันชีวิตนั่นเอง การทำประกันชีวิตให้แก่ลูกไม่เพียงแต่จะเป็นการสร้างหลักประกันความมั่นคง สร้างเงินออมในอนาคต หรือเป็นค่าเล่าเรียนไว้ให้ลูกเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นไปก็ตาม แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสดี ๆ สำหรับคนที่ทำประกันชีวิตให้แก่ลูกเองอีกด้วย

การทำประกันชีวิตให้แก่ลูก ถือเป็นการสร้างโอกาสที่ดีสำหรับพ่อและแม่อย่างไรบ้าง

  • เงินออมเพื่อการศึกษา บริษัทประกันส่วนใหญ่จะออกแบบการทำประกันชีวิตให้แก่เด็ก มีลักษณะเป็นการออมเพื่ออนาคตทางการศึกษา ให้ผลตอบแทนระหว่างสัญญา มีกำหนดให้มีเงินคืนทุกปีเป็นเปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินเอาประกัน เช่น 2%, 3% หรือ 5% พ่อแม่สามารถนำเงินคืนส่วนนี้ไปใช้เพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าเล่าเรียนของลูกในอนาคตได้ นอกจากนั้น ประกันชีวิตที่มีระยะเวลาครบกำหนดพอดีกับเมื่อลูกสำเร็จการศึกษา เช่น 20 ปี เมื่อครบกำหนดสัญญา เงินก้อนคืนรวมกับเงินปันผลนี้สามารถนำไปใช้เป็นทุนการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นไปของลูกได้เช่นกัน
  • ซื้อประกันสุขภาพหรืออุบัติเหตุเพิ่มได้ เมื่อซื้อประกันชีวิตตัวหลักไว้สำหรับลูกแล้ว พ่อแม่สามารถซื้อประกันสุขภาพและอุบัติเหตุเพิ่มเติมให้แก่ลูกได้ เหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดความสูญเสียกับเฉพาะชีวิตของลูกเราเท่านั้น แต่ลูกยังมีโอกาสเจ็บป่วยจากโรคต่าง ๆ หรือมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ในทุก ๆ วัน ซึ่งเมื่อเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นก็จำต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลและต้องมีค่าใช้จ่ายที่เป็นค่ารักษาพยาบาลเกิดขึ้นแน่นอน การทำประกันชีวิตควบกับการซื้อประกันสุขภาพและอุบัติเหตุเพิ่มสำหรับลูก จึงช่วยให้พ่อแม่ลดความกังวลในเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นนี้ได้
  • ได้รับชดเชยรายได้ เมื่อพ่อแม่ทำประกันชีวิตใหแก่ลูก พ่อแม่สามารถซื้อประกันเพิ่มเติมเพื่อชดเชยรายได้กรณีที่ลูกเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลได้ด้วย ซึ่งเงินชดเชยรายได้นี้ พ่อแม่สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในกรณีที่วงเงินรักษาพยาบาลเกินกว่าวงเงินคุ้มครองที่ทำประกันไว้
  • ได้รับความคุ้มครองต่อเนื่องแม้ผู้ชำระเบี้ยจากไป การเลือกทำประกันชีวิตให้แก่ลูกนั้น พ่อแม่ยังสามารถเลือกซื้อประกันเพิ่มเติมเพื่อให้ความคุ้มครองของลูกมีอยู่อย่างต่อเนื่องจนครบกำหนดสัญญา แม้ว่าผู้ชำระเบี้ยประกันจะจากไปก่อน พ่อแม่หลายมักมีความกังวลว่า เมื่อทำประกันชีวิตไว้ให้ลูกแล้ว ตัวเองอาจไม่สามารถอยู่ส่งเบี้ยประกันจนครบได้ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ลูกจะเสียประโยชน์จากประกันชีวิตที่พ่อแม่ทำไว้ให้ ซึ่งบริษัทประกันส่วนใหญ่เข้าใจถึงความกังวลนี้ดี จึงมีทางเลือกในการซื้อสัญญาเพิ่มเติมเพื่อให้ประกันชีวิตนั้นคุ้มครองลูกอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าพ่อแม่ที่เป็นคนชำระค่าเบี้ยประกันจะจากไปก่อนก็ตาม บริษัทประกันจะเป็นผู้ส่งค่าเบี้ยประกันต่อให้เอง รวมถึงมีทางเลือกกรมธรรม์แบบจ่ายเบี้ยสั้นแต่ให้ความคุ้มครองยาว
  • ลดหย่อนภาษีได้ นอกจากการทำประกันชีวิตสำหรับลูกจะช่วยสร้างความอุ่นใจให้แก่อนาคตของลูกแล้ว เงินค่าเบี้ยประกันที่จ่ายในแต่ละปียังสามารถนำมาหักเป็นค่าลดหย่อนเพื่อประหยัดภาษีสำหรับพ่อแม่ได้ด้วย ซึ่งมีเงื่อนไขว่า ประกันชีวิตจะต้องมีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ไม่ว่าจะมีการส่งเบี้ยประกันสั้นหรือยาวก็ตาม เงินค่าเบี้ยประกันสามารถนำมาหักลดหย่อนได้ถึง 100,000 บาทต่อปี หากว่าพ่อหรือแม่เสียภาษีในอัตราสูงสุดที่ 20% ก็จะสามารถประหยัดภาษีไปได้ถึงปีละ 20,000 บาทเลยทีเดียว

ไม่น่าเชื่อเลยว่าการทำประกันชีวิตให้แก่ลูกนั้นจะเป็นการสร้างโอกาสดี ๆ ที่ตามมามากมายหลายข้อดังที่กล่าวมาข้างต้น เห็นแบบนี้แล้วใครที่มีลูกคงนึกสนใจอยากทำประกันชีวิตสำหรับลูกกันขึ้นมาทันทีเลย จริงไหมคะ

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ