เมื่อพูดถึงการทำประกันชีวิต ประเด็นที่มักเกิดขึ้นเสมอคือ เราควรทำหรือไม่ควรทำ เนื่องจากการทำประกันชีวิตนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป รวมถึงประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ที่จะทำประกันชีวิตด้วย ว่าพบเจอกับแง่มุมใดในเรื่องนี้

make-decision-insurance

วันนี้เรามาลองพิจารณากันถึงข้อดีและข้อเสียของการทำประกันชีวิตกันว่า มีอะไรบ้าง เผื่อจะช่วยเพิ่มมุมมองในการตัดสินใจให้แก่คุณได้มากขึ้น

ข้อดีของการประกันชีวิต

  1. การประกันชีวิตคือการจัดสรรเงินส่วนหนึ่งเอาไว้ เพื่อรับมือกับผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ในกรณีที่ผู้ประกันตนเกิดเสียชีวิต
  2. การทำประกันชีวิตเป็นเครื่องมือทางภาษีที่ดีมากกว่าเครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ กล่าวคือ
    • ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการเสียชีวิตไม่ต้องมีการเสียภาษี
    • อาจได้รับการยกเว้นภาษีที่ดินกรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต
    • สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตลอดช่วงเวลาที่ทำประกันชีวิต
    • รายได้ที่ได้จากเงินคืนแต่ล่ะครั้งตามสัญญา และเงินได้เมื่อครบกำหนดสัญญาไม่ต้องมีการเสียภาษี
    • บางกรณีคุณสามารถขอกู้เงินจากกรมธรรม์ที่มีได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่ต้องมีการเสียภาษี
    • ในกรณีการทำประกันชีวิตในรูปแบบเงินออมที่มีเงินคืน เงินที่ได้รับแต่ละงวดไม่ต้องมีการเสียภาษี ทั้งนี้ แต่ละกรณีก็ขึ้นอยู่กับนโยบายทางภาษีที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ คุณจึงต้องศึกษารายละเอียดทั้งในส่วนของกรมธรรม์และรายละเอียดทางภาษีควบคู่กันไปด้วย เพื่อผลประโยชน์สูงสุดที่คุณจะได้รับจากการทำประกันชีวิต
  3. กรมธรรม์ประกันชีวิต มีความยืดหยุ่นสูงและมีหลายแบบให้คุณเลือกตามความเหมาะสมกับตัวเอง เช่น ทำประกันแบบเน้นออมเงิน ทำเพื่อการดูแลสุขภาพหรือค่ารักษาพยาบาล ทำเพื่อเป็นมรดกเมื่อเสียชีวิต ทั้งนี้ เงื่อนไขต่าง ๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงอายุ เช่น อายุมากขึ้น เบี้ยประกันอาจสูงขึ้น และค่าชดเชยในแต่ละช่วงเวลาก็อาจแตกต่างกันออกไป จึงเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจว่าจะทำประกันชีวิตในรูปแบบไหน และมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนด้วย
  4. การประกันชีวิตถือเป็นการสร้างทุนสำรองหรือเงินออมในระยะยาว ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้ในยามฉุกเฉินตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ รวมทั้งการทำประกันชีวิตส่วนใหญ่จะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากเงินทั่วไป รวมทั้งยังปลอดภาษีและนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

ข้อเสียของการประกันชีวิต

  1. การทำประกันชีวิตจะต้องมีเงินส่วนหนึ่งที่นำมาใช้ในการจ่ายเบี้ยประกันระยะยาว และส่วนใหญ่มักจะทำไว้เพื่อผู้อื่นเป็นหลัก ผลประโยชน์ของผู้จ่ายเบี้ยประกันนั้นถือเป็นประโยชน์ทางอ้อมเสียส่วนใหญ่ ยกเว้นกรณีมีชีวิตอยู่ครบตามอายุสัญญา
  2. กรณียกเลิกกรมธรรม์ เงินที่ได้คืน จะไม่เท่ากับเบี้ยประกันที่ชำระไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับเพราะสัญญาส่วนใหญ่ก็ระบุไว้ชัดเจนอยู่แล้ว จึงต้องดูความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกันของตัวเองด้วย เพื่อไม่ให้เสียเงินส่วนต่างไปโดยใช่เหตุ
  3. การตัดสินใจซื้อประกันชีวิตนั้นค่อนข้างเป็นเรื่องที่ซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทำเพื่อการวางแผนเกี่ยวกับธุรกิจหรืออสังหาริมทรัพย์ หรือแม้กระทั่งการวางแผนระยะยาวเพื่อครอบครัว เนื่องจากต้องพิจารณาปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน ทั้งความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกัน และผลตอบแทนที่จะได้รับหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
  4. การซื้อประกันชีวิตเป็นเรื่องที่อาจทำให้คุณงุนงงได้ เพราะกรมธรรม์ต่าง ๆ นั้นมีมากมายหลายแบบ ตัวแทนก็มีหลายลักษณะ หากเลือกผิดถือว่าเป็นความล้มเหลวในการประกันชีวิตเลยทีเดียว ในส่วนค่ารักษาพยาบาลก็มีตัวเลือกและค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันออกไป

ดังนั้น เมื่อคิดจะทำประกันชีวิต ทางที่ดีที่สุด คือ คุณต้องศึกษาอย่างจริงจัง เกี่ยวกับเงื่อนไขต่าง ๆ ของกรมธรรม์ จากนั้นเลือกที่เหมาะสมกับความต้องการของตัวเองมากที่สุด อย่าซื้อเพราะเชื่อตัวแทนเพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งที่จะตามมานั้นหมายถึงผลประโยชน์ของคนที่คุณรักนั่นเอง

ที่มา : Shopsmart Finance 

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ