อาจกล่าวได้ว่า ประกันชีวิตถือเป็นรูปแบบการออมเงินที่ได้รับผลตอบแทนในระยะยาวมากที่สุดอย่างหนึ่งก็ว่าได้ ซึ่งประกันชีวิตในปัจจุบันนั้น สามารถแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบ หลายลักษณะด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตที่เน้นคุ้มครองชีวิตเป็นหลัก ประกันลักษณะนี้จะได้ก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันถึงแก่ความตายแล้ว หรือจะเป็นประกันชีวิตที่เน้นคุ้มครองชีวิตแบบเป็นกรณี ๆ ไป เช่น ประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายชนิดต่าง ๆ เป็นต้น ประกันประเภทนี้จะไม่จ่ายเบี้ยคืนให้โดยตรง แต่จะให้ผลประโยชน์เป็นค่ารักษาพยาบาลเสียมากกว่า นอกจากนี้ ยังมีประกันสะสมทรัพย์และประกันชีวิตควบการลงทุนอีกด้วย ซึ่งประกัน 2 ประเภทหลังนี้ ผู้เอาประกันมีสิทธิได้รับผลประโยชน์โดยตรงโดยที่ไม่จำเป็นต้องตาย อย่างไรก็ตาม รูปแบบประกันชีวิตของแต่ละบริษัทดูเหมือนว่าจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ ยังคงพัฒนาตัวเองโดยนำประกันรูปแบบต่าง ๆ มาพ่วงกัน เพื่อให้ผู้เอาประกันได้รับประโยชน์สูงสุดอยู่เสมอ ซึ่งหนึ่งในรูปแบบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ประกันชีวิตพ่วงประกันสุขภาพ อันเป็นพระเอกของเราในบทความนี้

ประกันสุขภาพ

ประกันชีวิตพ่วงประกันสุขภาพ จากชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นการนำเอาประกันชีวิตแบบพื้นฐานที่เน้นการคุ้มครองชีวิตเป็นหลักมาผสมเข้ากับประกันสุขภาพ ซึ่งเน้นคุ้มครองสุขภาพของผู้เอาประกัน กลายเป็นประกันที่คุ้มครองสุขภาพของผู้เอาประกันในยามมีชีวิตและมอบเงินค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่ผู้เอาประกันถึงแก่ความตาย ฟังจากคุณสมบัติ ดูเหมือนว่าประกันตัวนี้จะดีพอสมควร แต่ก็ยังมีข้อกังขาสำหรับใครหลาย ๆ คนว่า ตกลงประกันประเภทนี้ดีจริงหรือเปล่า และมีปัญหาเกิดขึ้นระหว่างการเคลมบ้างหรือไม่ ดังนั้น เราจะมาไล่กันไปทีละประเด็น

เริ่มจากประเด็นแรกที่ว่า ประกันชีวิตควบสุขภาพดีจริงหรือไม่ หากเราลองนำไปเทียบกับประกันชนิดอื่น ๆ อย่างประกันชีวิตอย่างเดียว หรือประกันสุขภาพอย่างเดียวแล้ว ก็คงจะต้องบอกว่า ประกันชีวิตที่ควบประกันสุขภาพเข้าไปด้วยนี้ดีกว่าหลายช่วงตัว เนื่องจากสามารถคุ้มครองการรักษาพยาบาลได้ยาวนานกว่าประกันสุขภาพแบบธรรมดา คือคุ้มครองไปจนตลอดชีวิตของผู้เอาประกัน และเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตไป จะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนอีกด้วย อีกทั้งยังไม่ค่อยถูกบอกเลิกสัญญาง่าย ๆ เหมือนกับประกันสุขภาพทั่วไป เนื่องจากบริษัทประกันส่วนใหญ่จะพยายามรักษาฐานลูกค้าส่วนนี้ไว้ เพราะฉะนั้น ผู้เอาประกันจึงสามารถรับสิทธิรักษาพยาบาลได้อย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี เช่น เคลมบ่อยเกินไป ทางตัวแทนประกันก็มีสิทธิขอยกเลิกสัญญาได้เช่นกัน เนื่องจากหากผู้เอาประกันเคลมเยอะเกินไป ทางบริษัทจะดำเนินการลงโทษตัวแทนประกัน ฐานไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนว่าสุขภาพของผู้เอาประกันเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเปล่า อีกทั้งยังมีสิทธิถูกเพ่งเล็งว่าสมรู้ร่วมคิดกับลูกค้าอีกด้วย

หลังจากที่ว่ามาเสียยืดยาวแล้ว จึงนำมาเป็นข้อสรุปที่ว่า ประกันชีวิตควบประกันสุขภาพ ดีกว่าประกันชีวิตทั่วไป หรือประกันสุขภาพทั่วไปมาก ทีนี้ เราจะเข้าสู่ประเด็นต่อมาว่าประกันลักษณะนี้ มีปัญหาในการเคลมบ้างหรือไม่ คำตอบของประเด็นนี้คือ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีปัญหาสักเท่าใด หากเป็นไปตามเงื่อนไขก็สามารถขอเคลมได้ แต่อย่างที่บอกไปว่า ทางบริษัทมีสิทธิขอยกเลิกสัญญาแบบปีต่อปีได้ ซึ่งจะพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป เช่น เคลมบ่อยเกินไปหรือตัวลูกค้ามีปัญหากับบริษัท อย่างไรก็ตาม ปัญหาเกี่ยวกับการเคลมประกันชนิดนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลย มีปรากฏให้เห็นอยู่บ้างในบางบริษัท ซึ่งบางกรณีทางลูกค้าก็เป็นฝ่ายผิด แต่ในบางกรณี บริษัทก็เป็นฝ่ายผิด เกิดเป็นการฟ้องร้องใหญ่โตมาแล้ว

ประกันชีวิตแบบควบกับประกันสุขภาพ จึงเป็นรูปแบบของประกันที่เหมาะสมกับผู้เอาประกันทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในเมืองไทยตลอดชีวิต เนื่องจากให้ความคุ้มครองที่คุ้มค่าและมีระยะเวลายาวนานกว่าประกันแบบอื่น แต่ถึงตัวรูปแบบของประกันเองจะดี ก็ไม่ใช่ว่าประกันแบบนี้จากทุกบริษัทจะดีเหมือนกันหมด เพราะฉะนั้น ขอให้ผู้ที่คิดจะทำประกันชีวิตควบประกันสุขภาพ โปรดเลือกบริษัทที่จะทำสักหน่อย พยายามตรวจสอบชื่อเสียงของบริษัทก่อน ว่าเคยมีปัญหาในการดำเนินการเคลมมาก่อนหรือไม่ อย่าดูแค่ว่าเป็นบริษัทใหญ่ เพราะบางทีตัวบริษัทใหญ่นี่แหละที่เคยสร้างปัญหาให้กับผู้เอาประกันมาแล้ว

ที่มา : Shopsmart Finance