สมัยก่อน หากพูดถึง “ประกันชีวิต” เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่เห็นความสำคัญ และยังไม่มีแผนที่จะซื้อเพราะเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยทำงานก็มีสิทธิสวัสดิการต่างๆ จากภาครัฐบาล เช่น ประกันสังคม สิทธิ์บัตรทอง หรือสวัสดิการพนักงานจากบริษัท เช่น ประกันชีวิต / สุขภาพแบบกลุ่ม คอยรองรับอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริง สิทธิ์ประโยชน์ที่มีนั้นอาจไม่เพียงพอต่อการรักษาพยาบาล 1 ครั้ง หรือไม่พอที่จะยกคุณภาพชีวิตในวัยเกษียณได้

ดังนั้น การวางแผนเพื่อซื้อประกันชีวิตสักฉบับ ให้เหมาะสมกับตนเองและช่วยอุดรอยรั่วความเสี่ยงต่างๆ จึงกลายเป็นเรื่องที่สำคัญขึ้นมาในทันที และต้องอาศัยการเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้ ก่อนอายุที่เพิ่มมากขึ้น จะเป็นอุปสรรคของเราเอง ซึ่งหากใครยังไม่รู้ว่าต้องซื้อประกันแบบใดไม่ให้ผิดพลาด ลองมาเริ่มต้นตามคำแนะนำเหล่านี้ดู

โดยปกติในชีวิตของเรา “ประกัน” จะมีบทบาทสำคัญในการเข้ามาป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ได้ใน 2 กรณีหลัก คือ ด้านสุขภาพร่างกายและสุขภาพการเงิน

ในด้านสุขภาพร่างกาย ประกันชีวิตที่สำคัญมีดังนี้

  1. ประกันสุขภาพ เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันมีราคาสูงมาก การเลือกทำประกันสุขภาพติดตัวไว้สักฉบับเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะช่วยเสริมเติมและคุ้มครองในส่วนที่ “สิทธิ์รักษาที่เรามี” ไม่รองรับ แต่ก่อนจะเลือกซื้อ ควรเริ่มต้นจากการพิจารณาผลประโยชน์ “ประกัน” ที่คุณมีก่อน ว่าเรามีสิทธิอะไรบ้าง? ได้รับผลประโยชน์อะไรบ้าง? เพื่อให้การซื้่อประกันครั้งนี้ของคุณ คุ้มค่าที่สุดกับเบี้ยประกันที่จ่ายไป โดยพิจารณาจากอาชีพดังนี้
    • พนักงานบริษัทเอกชน หากคุณเป็นลูกจ้างหรือพนักงานในภาคเอกชน บริษัทส่วนใหญ่จะใหญ่ จะมีสวัสดิการประกันสังคมรองรับให้ตามกฎหมาย ซึ่งสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตามโรงพยาบาลที่ระบุสิทธิ์ไว้ และบางบริษัทอาจให้สวัสดิการ “ประกันสุขภาพกลุ่ม” เพิ่มเติม ซึ่งมีวงเงินในการเข้าพบแพทย์ OPD (ผู้ป่วยนอก) / ครั้ง ที่สูงมากกว่าสิทธิ์ประกันสังคม ซึ่งหากคุณมีประกันทั้งสองรูปแบบนี้อยู่แล้ว การทำประกันสุขภาพจะช่วยเพิ่มความคุ้มครองโรคร้ายแรง โรคที่อยู่นอกเหนือจากเงื่อนไขสิทธิ์ที่คุณมีอยู่ และเป็นการเพิ่มวงเงินในการรักษาพยาบาลต่อครั้ง กรณีเจ็บป่วยต้องผ่าตัดหรือมีเงินชดเชยรายได้เมื่อต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล
    • พนักงานราชการ/รัฐวิสาหกิจ ข้อดีของการเป็นพนักงานของรัฐ คือ การได้รับสิทธิรักษาพยาบาลฟรีในโรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง และครอบคลุมค่าใช้จ่ายบางส่วนในโรงพยาบาลเอกชน ดังนั้นการทำประกันชีวิตอาจพิจารณาถึงสถานภาพทางการเงินเป็นสำคัญ เพราะการทำประกันสุขภาพเพิ่มเติมจะเป็นเสมือนทางเลือกช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย เพิ่มวงเงินในการรักษา ได้รับการบริการที่รวดเร็วยิ่งขึ้น
    • ประกอบธุรกิจส่วนตัว /ฟรีแลนซ์  สำหรับอาชีพทางด้านนี้ การพิจารณาทำประกันชีวิตที่ให้วงเงินครอบคลุมการรักษา รวมทั้งค่าใช้จ่าย OPD/ ครั้งที่สูง เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก เพราะอาชีพเหล่านี้ไม่ได้รับสิทธิประกันสังคม [ในบางคน] และไม่มีสวัสดิการของข้าราชการรองรับ การวางแผนจัดสรรเงินส่วนหนึ่งเพื่อส่งเบี้ยประกันสุขภาพรายปี หรือเลือกประกันชีวิตที่สามารถเป็นหลักให้พึ่งพิงได้ในอนาคต จะช่วยสร้างความมั่นคงในชีวิต และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับการเงินได้มากกว่า

“ประกันชีวิต” เลือกให้ดี ยังไงก็คุ้มค่า & คุ้มครอง

ประกันชีวิตมีหลายประเภท คุณจึงควรเลือกประกันที่ตอบโจทย์เป้าหมายชีวิตเป็นหลัก เช่น ต้องการมีเงินก้อนใช้แน่นอนในอนาคต, ต้องการเพิ่มความคุ้มครองสุขภาพ นอกเหนือจากสิทธิ์ที่บริษัทให้ ฯลฯ โดยสามารถเลือกพิจารณาประเภทประกันต่างๆ ได้ดังนี้

ประกันชีวิต เพื่อคุ้มครองการดูแลสุขภาพร่างกาย

  1. ประกันโรคร้ายแรง 

ทั้งพนักงานเอกชน ราชการ รัฐวิสาหกิจหรือประกอบอาชีพส่วนตัว การพิจารณาทำประกันโรคร้ายแรงอย่างน้อย 1 กรมธรรม์ จะช่วยลดภาระเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลได้แน่นอน เพราะโรคร้ายแรงหลายโรค สิทธิ์ประกันสังคม, บัตรทอง หรือแม้แต่สิทธิ์ประกันรักษาสุขภาพแบบกลุ่ม “ไม่รองรับ” ในการรักษา ประกันโรคร้ายแรง จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการรักษาได้ในกรณีเกิดโรคร้ายแรงที่เราไม่อาจควบคุม ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

  1. ประกันชีวิต

ประกันชีวิตก็มีความสำคัญเช่นเดียวกับประกันโรคร้ายแรง เพราะแม้ว่าการเป็นพนักงานบริษัทหรือราชการจะได้สวัสดิการเงินประกันก้อนหนึ่งในกรณีเสียชีวิตมอบให้อยู่แล้ว แต่เงินจำนวนนั้นอาจไม่เพียงพอกับคนข้างหลัง ยิ่งหากคุณเป็นเสาหลักของบ้าน เป็นรายได้หลักของครอบครัว หากเกิดเหตุไม่คาดคิด แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบในระยะยาว

ดังนั้นการทำประกันชีวิตถือเป็นเรื่องสำคัญ และควรเริ่มทำทันทีเมื่อเริ่มต้นสร้างครอบครัวหรือหลังจากทำงานไปได้สักระยะหนึ่ง เพราะเป็นช่วงที่ยังมีแรงในการหารายได้ มีความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกันต่อปี แต่แนะนำว่าก่อนทำประกันชีวิต ผู้ทำประกันต้องบริหารการเงินภายในครอบครัวให้ดีก่อน เพื่อป้องกันการขาดสภาพคล่องในอนาคต

ประกันชีวิต เพื่อคุ้มครองสุขภาพการเงิน

  1. ประกันออมทรัพย์

ประกันประเภทนี้ เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เพื่อออมเงินในระยะสั้นและระยะกลาง เหมาะกับเป้าหมายทางการเงินที่มีระยะเวลาชัดเจน เช่น ออมเงินเพื่อการศึกษาลูก ออมเงินเผื่อฉุกเฉิน

  1. ประกันเพื่อการเกษียณอายุ

ประกันระยะยาวที่เสริมความมั่นคงทางการเงินให้คุณ เพราะถึงแม้การทำงานในบริษัทเอกชนหรือราชการจะมีกองทุนสำรองเพื่อการเลี้ยงชีพส่วนหนึ่งเก็บไว้ใช้ยามเกษียณ แต่ประกันเพื่อการเกษียณอายุก็ยังเป็นเรื่องจำเป็นอยู่ดี เพราะช่วยให้คุณมีเงินใช้ในวัยเกษียณแน่นอนและมีมากขึ้น อีกทั้งประกันประเภทนี้สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ในทุกปี จ่ายภาษีน้อยลง มีเงินเหลือออมต่อปีมากขึ้น สบายใจทุกช่วงชีวิตไม่ว่าจะทำงานอยู่หรือใกล้เกษียณในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ดังนั้นประกันเพื่อการเกษียณอายุ แนะนำให้ทำในช่วงที่ชีวิตการทำงานมั่นคงแล้วในระดับหนึ่ง และมีฐานภาษีในระดับที่สูง (เกินกว่า 10%)

ในเมื่อสิทธิ์ที่แต่ละคนมี “ไม่เท่ากัน” การเลือกซื้อประกันชีวิตสักฉบับให้คุ้มค่าจึงต้องแตกต่างกันไปด้วย และเพื่อให้การซื้อประกันชีวิตครั้งนี้ของคุณไม่สูญเปล่า อย่าลืมสำรวจสิทธิ์ที่ตนเองมี, ดูสภาพคล่องทางการเงินทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อเลือกประเภทของประกันชีวิตที่ตอบโจทย์ได้มากกว่าสิทธิ์ที่มีอยู่แล้ว และให้เป้าหมายทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพการเงิน เป็นไปตามที่ต้องการ

ที่มา : Shopsmart Finance
ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ