เทศกาลลดหย่อนภาษีในช่วงปลายปีแบบนี้กำลังเป็นที่นิยมของผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา หลายคนมองหารายการที่จะนำมาลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งปัจจุบันก็มีหลากหลายรายการด้วยกันดังที่ได้เคยเขียนไว้ในบทความ “ล้วงลึก!! การลดหย่อนภาษี ลดหย่อนอย่างไร…ลดหย่อนแบบไหนได้ประโยชน์สูงสุด?” แล้ว ซึ่ง “ประกันชีวิต” ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการใช้เพื่อลดหย่อนภาษีในทุกๆ ปีภาษีเช่นกัน แต่การเลือก “ประกันชีวิต” เพื่อใช้ในการลดหย่อนภาษีนี้มีเทคนิคอย่างไร วันนี้เรามาดูไปพร้อมกันเลย

การลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิต คืออะไร?

การลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิต คือ การนำเอาค่าใช้จ่ายจากการซื้อเบี้ยประกันชีวิต มาเป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งสามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท โดยนับได้ว่าเป็นรายการที่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีภาระภาษีสูงๆ

ประกันชีวิตที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้มีกี่แบบ…อะไรบ้าง?

เบี้ยประกันที่นำมาลดหย่อนภาษีได้นั้นมีเพียงแค่ “ประกันชีวิต” เท่านั้น ซึ่งประกันชีวิตนี้ก็แบ่งออกได้เป็น 2 แบบ ตามที่กรมสรรพากรกำหนดไว้ คือ

  1. เบี้ยประกันชีวิต สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนเบี้ยที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ทั้งนี้ หากคู่สมรสมีการประกันชีวิต และความเป็นคู่สมรสได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อน สำหรับเบี้ยประกันชีวิตของคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท แต่ในกรณีที่สามีหรือภรรยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ มีข้อกำหนด ดังนี้
    • ถ้าความเป็นคู่สมรสไม่ได้มีอยู่ตลอดปีภาษีที่ได้รับยกเว้นภาษี ให้สามีและภรรยาที่เป็นผู้มีเงินได้ต่างฝ่ายต่างได้รับยกเว้นภาษีตามจำนวนเบี้ยที่จ่ายจริง เฉพาะส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 90,000 บาท ซึ่งไม่เกินเงินได้พึงประเมินของแต่ละคนหลังจากหักค่าใช้จ่ายตามกฎหมายกำหนดแล้ว
    • ถ้าความเป็นคู่สมรสได้มีอยู่ตลอดปีภาษีที่ได้รับยกเว้นภาษี และภรรยาไม่ใช้สิทธิแยกยื่นรายการ และเสียภาษีต่างหากจากสามีตามกฎหมาย ให้สามีและภรรยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ต่างฝ่ายต่างได้รับยกเว้นภาษีตามจำนวนเบี้ยที่จ่ายจริง เฉพาะส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 90,000 บาท ซึ่งไม่เกินเงินได้พึงประเมินของแต่ละคนหลังจากหักค่าใช้จ่ายตามกฎหมายแล้ว
    • ถ้าความเป็นคู่สมรสได้มีอยู่ตลอดปีภาษีที่ได้รับยกเว้นภาษี และภรรยาใช้สิทธิแยกยื่นรายการและเสียภาษีต่างหากจากสามีตามกฎหมาย ให้สามีและภรรยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ต่างฝ่ายต่างได้รับยกเว้นภาษีตามจำนวนเบี้ยที่จ่ายจริง เฉพาะส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 90,000 บาท ซึ่งไม่เกินเงินได้พึงประเมินของแต่ละคนหลังจากหักค่าใช้จ่ายตามกฎหมายแล้ว
      เงื่อนไขของประกันชีวิตแบบ “เบี้ยประกันชีวิต” ได้แก่

      1. กรมธรรม์ประกันชีวิตมีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
      2. ต้องทำกับบริษัทรับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในประเทศไทย
      3. ถ้ามีการจ่ายเงินคืนเงินปันผล หรือผลตอบแทนระหว่างสัญญา จะต้อง
        • กรณีได้รับเงินคืนทุกปี ยอดเงินคืนต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี
        • กรณีได้รับเงินคืนตามช่วงระยะเวลา เช่น 2 ปี 3 ปี หรือ 5 ปี ยอดเงินคืนจะต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมของแต่ละช่วงระยะเวลา
        • กรณีอื่นๆ ผลรวมของเงินคืนตั้งแต่ปีแรกถึงปีที่มีการจ่ายเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันสะสมในช่วงนั้นๆ
  2. เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญมาลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ที่นำมาเสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ทั้งนี้ ต้องเป็นค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญที่จ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญเมื่อผู้มีเงินได้อายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ถึงอายุ 85 ปีหรือกว่านั้น และเมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน เงินที่ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และเงินสะสมเข้ากองทุนการออกแห่งชาติ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
    เงื่อนไขของประกันชีวิตแบบ “เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ” ได้แก่

    1. เป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญมีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
    2. มีการกำหนดการจ่ายผลประโยชน์เป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ
    3. มีการกำหนดช่วงอายุของการจ่ายผลประโยชน์
    4. ต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยครบถ้วนแล้ว ก่อนได้รับผลประโยชน์

การลดหย่อนภาษีด้วย “ประกันชีวิต” มีเทคนิคอะไรบ้าง?

การที่จะได้รับประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิต หรือผู้เสียภาษีที่คิดจะใช้ประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี ควรเลือกแบบประกันที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เงินจมนานเกินไป และไม่เป็นภาระในระยะยาว ซึ่งเทคนิคหรือเคล็ดลับสำหรับเลือกแบบประกันชีวิตที่เหมาะสมกับการลดหย่อนภาษี คือ

  1. เลือกจ่ายเบี้ยประกันระยะสั้น แต่ต้องเป็นประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ซึ่งเราสามารถเลือกจ่ายเบี้ยประกันกี่ปีก็ได้ตามที่ต้องการ เพราะอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นได้ เช่น ตกงาน ซึ่งประกันชีวิตที่มีการจ่ายเบี้ยระยะยาวจะทำให้เป็นภาระต้องจ่ายเบี้ยทุกปี
  2. พิจารณาจำนวนเบี้ยที่สามารถนำมาลดหย่อนได้ ซึ่งประกันชีวิตแบบตลอดชีพจะสามารถนำเบี้ยประกันที่จ่ายในแต่ละปี ได้สูงสุด 100,000 บาท ส่วนประกันชีวิตแบบบำนาญสามารถนำเบี้ยประกันที่จ่ายในแต่ละปี ได้สูงสุด 200,000 บาท
  3. คำนึงถึงความจำเป็นในการเลือกซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษี ซึ่งเราไม่ควรตัดสินใจซื้อเพื่อประโยชน์ทางภาษีเพียงอย่างเดียว แต่ควรมองที่จุดประสงค์ของการทำประกันเป็นหลัก และจัดสรรเงินให้เหมาะสม อย่าซื้อมากเกินไปเพราะจะทำให้สภาพคล่องทางการเงินมีปัญหาได้
  4. คำนวณผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลดหย่อนภาษีด้วยการซื้อประกันชีวิต ซึ่งเราจะได้รับผลประโยชน์ทางภาษีตามฐานภาษีที่เราต้องชำระในแต่ละปี
    ตัวอย่าง อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของเราอยู่ที่ 25% ซึ่งเบี้ยประกันที่เราจ่ายในแต่ละปีก็จะทำให้เราได้ประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25% เช่นกัน
    เพราะฉะนั้น ถ้าเราเลือกซื้อประกันชีวิตที่ต้องจ่ายเบี้ยประกันด้วยยอดกำหนดเพดานสูงสุดของการลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิตจำนวน 100,000 บาท อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของเราคือ 25% ดังนั้น เราจะได้รับการลดหย่อนภาษีสูงสุด 25,000 บาทในปีภาษีนั้น เป็นต้น

“ประกันชีวิต” นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับการนำมาลดหย่อนภาษี เพราะนอกจากจะใช้ลดหย่อนภาษีได้แล้ว ยังถือได้ว่าเป็นการลงทุนที่สามารถช่วยคุ้มครองชีวิตได้อีกด้วย แต่หากคิดจะซื้อประกันชีวิตแล้วเราต้องคิดทบทวนให้รอบคอบ ดูจุดประสงค์หลัก พร้อมกับตรวจสอบสภาพคล่องทางการเงินของเราด้วยว่าพร้อมที่จะจ่ายชำระได้ครบตามสัญญาหรือไม่ เพราะการซื้อประกันชีวิตนั้นเราจะต้องจ่ายเบี้ยประกันเป็นระยะเวลายาวนาน และที่ลืมไม่ได้คือ ศึกษารายละเอียดต่างๆ ของประกันชีวิตที่เราเลือกให้ครบถ้วน ถ้าเรามีจุดประสงค์เพื่อการนำมาหักลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมจากรายการลดหย่อนอื่นๆ ที่สามารถนำไปลดหย่อนได้แล้ว  เราก็ควรศึกษาและตรวจสอบรายละเอียดว่าค่าเบี้ยประกันหรือส่วนที่สามารถนำมาหักลดหย่อนนั้น คำนวณแล้วได้จำนวนลดหย่อนมากเท่าที่เราคิดไว้หรือไม่ หรือจะเลือกปรึกษากับบริษัทประกันชีวิตที่เราเลือกนั้นๆ ให้แน่ใจก่อนว่าเราจะได้รับประโยชน์สูงสุดตามจุดประสงค์ที่ต้องการ

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ