หลายคนอาจคิดว่า ประกันชีวิต คือประกันที่คุ้มครองเฉพาะชีวิตเพียงอย่างเดียว ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว ประกันชีวิต เป็นประกันที่สามารถปรับเปลี่ยนหรือคุ้มครองไปได้ตามแต่สถานการณ์ และไม่จำเป็นว่า เมื่อซื้อประกันตัวใดเข้าไปแล้วจะไม่สามารถซื้อตัวอื่นได้อีก

เราสามารถซื้อประกันชีวิตเพื่อเพิ่มความคุ้มครองตามวัตถุประสงค์ และลักษณะการใช้ชีวิตของเราได้ ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่า วัตถุประสงค์ ไลฟ์สไตล์แบบไหน เหมาะกับประกันชีวิตตัวใดบ้าง เผื่อว่าคนที่กำลังอยากจะซื้อประกันดี ๆ สักตัว แต่ยังไม่รู้ว่าควรซื้อประกันตัวใดบ้าง จะได้มีเครื่องมือเป็นตัวช่วยประกอบการตัดสินใจมากขึ้น

เริ่มจากวัตถุประสงค์ประการแรกที่ผู้ทำประกันทุกคนน่าจะนึกถึง นั่นคือ ความต้องการรองรับค่าใช้จ่าย หากผู้ใดที่กำลังมีความต้องการแบบนี้อยู่ ประกันชีวิตแบบที่ควรทำนั้นมีอยู่ 3 รูปแบบ ได้แก่ ประกันสุขภาพ ประกันชีวิตที่ควบประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ ประกันทั้ง 3 ประเภทนี้ จะมีประโยชน์คือช่วยคุ้มครองร่างกายและสุขภาพจากอุบัติเหตุ โรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ หากว่าวันใดวันหนึ่ง ผู้เอาประกันเกิดประสบอุบัติเหตุหรือล้มป่วยจนไม่สามารถทำงานได้ อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลก็สูง ประกัน 3 ตัวนี้จะช่วยคุ้มครองได้มาก ยิ่งถ้าเป็นประกันชีวิตควบประกันสุขภาพจะยิ่งช่วยให้ค่ารักษาพยาบาลเฉลี่ยตลอดชีวิตลดลงมากทีเดียว

ไลฟ์สไตล์หรือวัตถุประสงค์ข้อต่อมาที่ผู้เอาประกันทั้งหลายต้องการ นั่นคือ ความต้องการคุ้มครองทรัพย์สิน หากใครที่กำลังมีความต้องการเช่นนี้อยู่ ขอแนะนำให้ทำประกันทรัพย์สินประเภทต่าง ๆ เช่น ประกันรถยนต์ ประกันบ้าน ประกันอัคคีภัย เป็นต้น ซึ่งประกันเหล่านี้ นอกจากจะช่วยชดเชยและลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อทรัพย์สินเกิดอันตรายแล้ว ยังช่วยให้ความกังวลใจของเจ้าของทรัพย์สินนั้นลดลงด้วย อย่างไรก็ตาม การทำประกันลักษณะนี้ ก็จำเป็นต้องมีการอ่านเงื่อนไขให้รัดกุม เพื่อที่จะได้ไม่หลงไปทำกรมธรรม์ที่มีจุดอ่อนสูง มีช่องโหว่เยอะ จนอาจถูกปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเอาง่าย ๆ ได้

สำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์แบบชอบหารายได้และต้องการหลักประกันที่จะนำมาคุ้มครองรายได้ของเราให้อยู่นาน และงอกเงยขึ้นเรื่อย ๆ ขอแนะนำให้ทำประกันแบบสะสมทรัพย์หรือประกันชีวิตแบบควบการลงทุน ซึ่งประกันประเภทนี้เปรียบเสมือนการลงทุนอย่างหนึ่ง เบี้ยประกันที่ถูกจ่ายไปจะงอกเงยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อครบกำหนดตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ผู้ทำประกันจะได้รับเงินปันผลพร้อมดอกเบี้ย ส่วนประกันชีวิตแบบควบการลงทุนนั้น นอกจากเบี้ยประกันจะถูกนำไปลงทุนในกองทุนรวม ทำให้เงินมีโอกาสงอกเงยขึ้นแล้ว ยังให้ความคุ้มครองชีวิตเหมือนกับประกันชีวิตทั่วไปอีกด้วย เรียกได้ว่าคุ้มค่าจริง ๆ

รูปแบบไลฟ์สไตล์และความต้องการอีกแบบหนึ่งของผู้เอาประกันทั้งหลาย คงหนีไม่พ้นการทำประกันเอาไว้สำหรับวัยเกษียณ เพื่อให้ตัวเองอยู่ได้อย่างสบายยามไม่มีงานทำ หากเป็นเช่นนี้ ขอแนะนำให้ท่านทำประกันชีวิตแบบบำนาญ เนื่องจากประกันชนิดนี้จะให้ความคุ้มครองชีวิตไปพร้อม ๆ กับช่วงเวลาการจ่ายเบี้ย ก่อนจะเริ่มทยอยจ่ายเงินปันผลให้เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ มีผลทำให้ความคุ้มครองชีวิตในวัยเกษียณจะค่อย ๆ ลดลง ซึ่งประกันชนิดนี้มีข้อดีที่เหนือกว่าประกันชีวิตแบบธรรมดา คือ เกษียณปุ๊บ ได้เงินปั๊บ ต่างจากประกันชีวิตทั่ว ๆ ไปที่ต้องมีชีวิตอยู่ให้ถึงเวลาตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ หรือไม่ก็ต้องตายไปก่อนจึงจะได้เงินปันผล เพราะฉะนั้น หากอยากทำประกันไว้เพื่อเวลาเกษียณ ขอแนะนำให้ทำประกันชีวิตแบบบำนาญจะดีกว่า

ที่มา : Shopsmart Finance