ปัจจุบันมีนักลงทุนมากมาย ที่ให้ความสนใจกับการลงทุนในเรื่องของการซื้อประกันชีวิตมากขึ้น เพราะนอกจากจะได้รับดอกเบี้ยที่มากกว่าการฝากเงินกับธนาคารออมทรัพย์ทั่วไปแล้ว ยังมีความเสี่ยงน้อยและสามารถคุ้มครองชีวิต ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินได้อีกด้วย แต่ก็ยังมีผู้ที่มีข้อสงสัยว่า หากทำประกันชีวิตแล้ว จะคุ้มครองสุขภาพได้ด้วยหรือไม่ ? ซึ่งเราจะมาอธิบายในส่วนนี้ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะได้ช่วยคลายความสงสัยให้กับผู้ที่สนใจทำประกัน

ความแตกต่างของประกันชีวิต VS ประกันสุขภาพ

ผู้ที่มาให้คำแนะนำในเรื่องของความแตกต่างของประกันภัยทั้งสองชนิดนี้ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่มีอำนาจดูแลเรื่องของการทำประกันภัยชนิดต่าง ๆ โดยตรง และดูแลสิทธิของผู้ทำประกันภัยเพื่อไม่ให้โดนเอาเปรียบ ซึ่งได้ระบุความแตกต่างไว้ดังต่อไปนี้

การทำประกันชีวิต คืออะไร ?

เริ่มจากการทำ “ประกันชีวิต” กันก่อนเลย หากพูดกันตามกฎหมาย การทำประกันชีวิตนั้น คือการทำสัญญาระหว่าง “ผู้เอาประกันภัย” กับ “บริษัทประกันชีวิต” โดยที่ผู้เอาประกันภัยนี้ จะต้องจ่ายเบี้ยประกันให้กับบริษัทประกันตามที่ได้มีการตกลงกัน และในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ ตามเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เป็นไปตามสัญญา บริษัทประกันภัย ก็จะต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้เอาประกัน รวมทั้งกรณีที่ผู้เอาประกันภัย สามารถชำระเบี้ยหมดและอยู่จนครบสัญญากรมธรรม์ บริษัทก็ต้องจ่ายค่าผลตอบแทนตามที่ระบุในกรมธรรม์ ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นดอกเบี้ยตั้งแต่ 100-200% ขึ้นไป

เพราะเหตุใดจึงควรเลือกทำประกันชีวิต ?

  • เพื่อเป็นหลักประกันของครอบครัว ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นกับหัวหน้าครอบครัว หรือผู้ที่หารายได้หลักให้กับครอบครัว จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต เพื่อที่คนในครอบครัวจะได้มีทุนสำรองในการดำรงชีพต่อไป ตามจำนวนเงินที่ได้ระบุตามกรมธรรม์ไว้
  • เพื่อเป็นทุนสำรอง ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นจนเป็นเหตุให้ทุพพลภาพถาวร จนไม่สามารถประกอบอาชีพสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้
  • เพื่อเป็นการสะสมทรัพย์ โดยได้ดอกเบี้ยดีกว่าการฝากเงินไว้กับธนาคารโดยไม่มีความเสี่ยงใด ๆ แต่อาจจะต้องใช้ระยะเวลารอนานตั้งแต่ 10-20 ปีขึ้นไป
  • เพื่อเป็นทุนในการดำเนินการต่าง ๆ ภายหลังเสียชีวิต เช่น ค่าดำเนินการจากโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ เป็นต้น

การทำประกันสุขภาพ คืออะไร ?

การทำประกันสุขภาพ จะแตกต่างกับการทำประกันชีวิตพอสมควร เพราะการทำประกันในส่วนนี้จะช่วยคุ้มครองในกรณีที่เกิดการเจ็บป่วยขึ้นตั้งแต่อาการทั่วไป จนถึงขั้นการเป็นโรคร้ายตามที่ทางกรมธรรมได้ระบุไว้ เพื่อให้คุ้มครองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับค่ารักษาพยาบาล ประกันสุขภาพสามารถซื้อแยก หรือซื้อเพิ่มเติมจากกรมธรรม์ประกันชีวิตได้ แต่ค่อนข้างมีเงื่อนไขปลีกย่อยพอสมควร และเบี้ยประกันที่ซื้อประกันสุขภาพไว้ จะไม่สามารถนำมาเป็นผลตอบแทนได้ภายหลัง หรือที่เรียกว่าชำระแล้วก็หมดไปเลย

ในขั้นตอนการพิจารณาของบริษัทประกันภัยว่าจะรับทำหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัญหาสุขภาพและอายุของผู้เอาประกันเป็นหลัก จึงมักจะต้องมีการตรวจร่างกายก่อนเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาว่าผู้เอาประกันได้เป็นโรคต่าง ๆ มาก่อนแล้ว ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาพอสมควร และอาจถึงขั้นเป็นปัญหาขึ้นโรงขึ้นศาลได้ ดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่ในกรณีที่บริษัทประกันภัยสามารถรับความเสี่ยงนั้นได้ ก็อาจจะรับพิจารณาประกัน ด้วยเบี้ยประกันที่สูงกว่าคนทั่วไปในระดับหนึ่ง คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า ผู้เอาประกันสามารถรับเงื่อนไขในส่วนนี้ได้หรือไม่ ?

ลักษณะการคุ้มครองของประกันสุขภาพ

ถึงแม้ว่าจะมีรายละเอียดในการทำประกันสุขภาพที่แตกต่างกันไป ซึ่งขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัย แต่ส่วนมากแล้วทุกบริษัทจะมีลักษณะการคุ้มครองที่คล้าย ๆ กัน คือ

  • กรณีผู้เอาประกันภัย ต้องได้รับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมากกว่า 6 ชั่วโมงขึ้นไป
  • กรณีผู้เอาประกันภัย ต้องได้รับการผ่าตัดจากอาการเจ็บป่วย โดยแพทย์เป็นผู้ลงความเห็น
  • กรณีผู้เอาประกันภัยต้องทำการรักษาทางทันตกรรม
  • กรณีผู้เอาประกันภัยต้องทำการคลอดบุตร
  • กรณีผู้เอาประกันภัยต้องเข้ารับการรักษากับคลินิก หรือสถานพยาบาลอื่น ๆ ที่ไม่ใช่โรงพยาบาล
  • กรณีผู้เอาประกันภัยต้องได้รับการดูแลจากแพทย์และพยาบาลเป็นพิเศษ จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

เลือกซื้อประกันชีวิต และประกันสุขภาพอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

วิธีที่ดีที่สุด ไม่ว่าคุณจะซื้อประกันอะไรก็ตาม คือต้องอ่านเงื่อนไขต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อยกเว้นที่อาจซุกซ่อนมากับกรมธรรม์ให้ดี และถ้าหากไม่เข้าใจตรงไหน ก็ให้สอบถามเจ้าหน้าที่ที่รับพิจารณาประกันให้ละเอียด เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาตามมาในภายหลัง และถ้าหากอ่านเจอคำว่า “ไม่ต้องตรวจสุขภาพ” ก็ยิ่งต้องพิจารณาให้รอบคอบมากขึ้น เพราะอาจมีเรื่องของการขอข้อมูลทางสุขภาพ หรือขอคำแถลงเกี่ยวกับปัญหาทางสุขภาพของคุณ ซึ่งจะเป็นอะไรที่ยุ่งยากมากกว่าการไปตรวจสุขภาพหลายเท่า

เมื่อผู้เอาประกันภัยได้รับกรมธรรม์แล้ว ก็ขอให้ตรวจสอบดูอีกครั้งว่าเป็นไปตามข้อกำหนดที่ได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่การพูดคุยแรกหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามข้อตกลง ก็สามารถยกเลิกได้ทันที่ภายใน 15 วันภายหลังได้รับกรมธรรม์อย่างไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น

ทั้งหมดนี้คือความแตกต่างระหว่างการทำประกันชีวิตและประกันสุขภาพที่ควรรู้ไว้เป็นข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งเราก็หวังว่าผู้ที่จะทำประกัน จะสามารถตัดสินใจเลือกทำประกันที่ตรงตามความต้องการได้มากยิ่งขึ้น และไม่ถูกเอาเปรียบจากบริษัทประกันภัยนั่นเอง

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ