การทำประกันชีวิตเป็นการซื้อความคุ้มครองความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตของคนเรา ทั้งการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ ซึ่งวงเงินที่คุ้มครองค่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายและระยะเวลาของกรมธรรม์จะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์

insurance contracts

อย่างไรก็ตามการทำประกันชีวิตที่เป็นกรมธรรม์หลักนั้น จะคุ้มครองกรณีที่เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือเกิดทุพพลภาพเท่านั้น จะไม่ได้คุ้มครองในกรณีอื่น เช่น เกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือโรคภัยไข้เจ็บขึ้น แต่ไม่ถึงกับเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือเกิดทุพพลภาพ ก็ยังมีความจำเป็นที่อยากจะได้ความคุ้มครองเพื่อนำเงินชดเชยมาเป็นค่าใช้จ่ายรักษาตัว หรือเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันในช่วงที่ต้องนอนเจ็บพักรักษาตัวอยู่

สัญญาคุ้มครองเพิ่มเติมจึงเข้ามาเติมเต็มความต้องการความคุ้มครองในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ผู้เอาประกันจะต้องทำประกันชีวิตเป็นกรมธรรม์หลักไว้ก่อน จึงจะซื้อสัญญาคุ้มครองเพิ่มเติมเหล่านี้ได้ สัญญาคุ้มครองที่จะซื้อเพิ่มเติมได้นั้นก็มีอยู่หลายประเภทด้วยกัน ดังนี้

  • ประกันอุบัติเหตุ อุบัติเหตุเป็นเรื่องไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นกับทุกคน เมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้น แน่นอนว่าย่อมมีความสูญเสียอย่างแน่นอน การซื้อสัญญาคุ้มครองเพิ่มเติมในเรื่องประกันอุบัติเหตุมีทั้งที่ให้ความคุ้มครองในกรณีที่เกิดการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ นอกจากนั้น ผู้เอาประกันยังสามารถซื้อความคุ้มครองการชดเชยรายได้ เมื่อต้องสูญเสียรายได้จากการต้องพักรักษาตัวอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุด้วย
  • ประกันสุขภาพ เมื่อต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจากอาการเจ็บป่วยไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยในหรือผู้ป่วยนอก การซื้อสัญญาคุ้มครองเพิ่มเติมในเรื่องค่ารักษาพยาบาลจะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินของเราได้มาก ผู้เอาประกันยังสามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมในการชดเชยรายได้เพิ่มเติมเมื่อต้องเข้าพักรักษาตัวจากอาการเจ็บป่วยไม่สามารถไปทำงานได้ตามปกติ สัญญาเพิ่มเติมในเรื่องของประกันสุขภาพมีรายละเอียดและเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป มีทั้งที่คุ้มครองเฉพาะกรณีผู้ป่วยในหรือผู้ป่วยนอก หรือทั้งสองกรณี มีสัญญาเพิ่มเติมแบบที่รับเงินชดเชยเพิ่มเป็น 2 เท่า หากต้องรักษาตัวในห้อง ไอ.ซี.ยู หรือโรงพยาบาลในต่างประเทศ เหมาะสำหรับผู้ป่วยหนักหรือผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ๆ เป็นต้น
  • โรคร้ายแรง สัญญาคุ้มครองเพิ่มเติมเรื่องโรคร้ายแรงจะให้ความคุ้มครองกรณีตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายแรง ซึ่งหากผู้เอาประกันซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมนี้ไว้ จะได้รับเงินก้อนชดเชยซึ่งจะช่วยให้การวางแผนการรักษาทำได้ดีกว่า เพราะเมื่อตรวจเจอว่าเป็นโรคร้ายแรงส่วนใหญ่จะต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง รายละเอียดของสัญญาเพิ่มเติมโรคร้ายแรงนี้ก็มีทั้งกรณีเสียชีวิตและเงินชดเชยค่ารักษาตัวในโรงพยาบาล สัญญาเพิ่มเติมเรื่องโรคร้ายแรง มีทั้งกรมธรรม์ที่คุ้มครองเฉพาะโรคอย่างโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน หรือที่คุ้มครองเพิ่มเติมโรคร้ายแรงแบบหลายโรคตามที่กำหนด
  • คุ้มครองการชำระค่าเบี้ยประกัน ผู้รับชำระค่าเบี้ยประกันหรือผู้ปกครองที่ไม่ต้องการให้กรมธรรม์ประกันชีวิตที่ทำให้ลูกหลานมีผลกระทบเมื่อตนเองต้องเสียชีวิตหรือไม่สามารถส่งค่าเบี้ยต่อไปเนื่องจากต้องเป็นผู้ทุพพลภาพ สามารถซื้อสัญญาคุ้มครองการชำระค่าเบี้ยประกันเพิ่มเติมได้ บริษัทประกันจะรับผิดชอบจ่ายเบี้ยประกันแทนให้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญา เช่น ส่งจนถึงเวลาที่ผู้เอาประกันอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ หรือส่งจนถึงระยะเวลาสิ้นสุดการเอาประกันตามสัญญา เป็นต้น การซื้อสัญญาเพิ่มเติมนี้ไว้ก็จะสร้างความอุ่นใจเป็นหลักประกันความมั่นคงให้แก่ลูกหลานได้
  • คุ้มครองการถูกฆาตกรรม / จลาจล กรมธรรม์ประกันชีวิตหลักส่วนใหญ่จะไม่คุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรม ลอบทำร้าย สงครามกลางเมืองหรือการจลาจล หากผู้เอาประกันต้องการได้รับความคุ้มครองจะต้องซื้อเป็นสัญญาเพิ่มเติมแนบท้ายกรมธรรม์

การซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมตามสัญญานี้ นอกจากจะต้องซื้อเมื่อมีกรมธรรม์ประกันชีวิตตัวหลักก่อนแล้ว การจ่ายเบี้ยประกันเป็นการจ่ายเป็นรายปี และไม่สามารถนำค่าเบี้ยประกันไปเป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ เนื่องจากเงื่อนไขของการลดหย่อนภาษีกำหนดไว้ว่า จะต้องเป็นกรมธรรม์ที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป แต่สัญญาคุ้มครองเพิ่มเติมนี้คุ้มครองแบบปีต่อปีเท่านั้น

สัญญาคุ้มครองเพิ่มเติมเป็นสัญญาที่ให้ความคุ้มครองเพิ่มเติมจากกรมธรรม์ประกันชีวิตตัวหลัก ซึ่งจะเป็นการสร้างความอุ่นใจให้กับทุกคนได้มากยิ่งขึ้น บริษัทประกันชีวิตส่วนใหญ่จะมีสัญญาเพิ่มเติมตามนี้ แต่จะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันออกไปอยู่ ก่อนซื้อสัญญาเพิ่มเติมผู้เอาประกันควรศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ระบุในสัญญาอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง

ที่มา : Shopsmart Finance