ปัจจุบันนี้ มีหลายคนที่ยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับประกันชีวิต ทำให้พลาดโอกาสที่จะได้รับผลประโยชน์ที่ดีต่อคุณภาพชีวิตในอนาคต ดังนั้น สิ่งที่ควรทำความเข้าใจก่อนเลือกทำประกัน คือ ประเภทของประกันชีวิตและสิทธิประโยชน์ ความแตกต่าง รวมทั้งความสำคัญ สำหรับผู้ที่กำลังเข้าสู่วัยสร้างครอบครัว การทำประกันไว้เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงเป็นเหมือนการออมเงินและสร้างมรดกให้แก่ลูกหลาน ควรเริ่มวางแผนตั้งแต่การเลือกทำ แต่หากไม่แน่ใจว่าประกันภัยประเภทไหนที่ตอบโจทย์กับครอบครัวและเหมาะสมกับรายได้ คุณสามารถพิจารณาก่อนว่า ประกันชีวิตแต่ละประเภทมีความแตกต่างและให้ความคุ้มครองอย่างไร เพราะการทำประกันไม่ได้เป็นเพียงการออมเงินเพื่อจ่ายเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความอุ่นใจให้แก่ครอบครัวและผู้ทำประกันได้อย่างดี

ประกันชีวิตมีกี่ประเภทที่คุณต้องรู้ เพื่อนำไปพิจารณาถึงความสำคัญที่ควรทราบ

  1. ประเภทสามัญ  เป็นประเภทประกันภัยยอดนิยม เพราะมีให้เลือกทั้งแบบต้องตรวจสุขภาพและไม่ต้องตรวจสุขภาพ ผู้ทำประกันสามารถเลือกจ่ายค่าเบี้ยประกันได้ทั้งแบบรายปี  รายหกเดือน รายเดือน เหมาะสำหรับผู้มีรายได้น้อย รายได้ปานกลาง ที่ไม่อยากจ่ายเบี้ยประกันแพง เป็นประกันชีวิตที่คุ้มครองและสะสมเป็นเงินออมได้
  2. ประเภทอุตสาหกรรม เป็นประกันภัยที่ได้รับการคุ้มครองน้อย ดังนั้น ผู้ทำประกันจึงไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยสูง ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องการตรวจสุขภาพ  มีเงื่อนไขการจ่ายเบี้ยประกัน เป็นรายเดือนเป็นประกันชีวิตที่ทำง่ายมาก
  3. ประเภทกลุ่ม ประกันชีวิตประเภทนี้มีการจ่ายเบี้ยประกันที่ต่ำสุด เป็นประกันชีวิตที่หลายคนทำร่วมกัน ความคุ้มครองไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ ดังนั้น ไม่ว่าในกลุ่มผู้ทำประกันจะอายุเท่าไร เพศใด หรือมีอาชีพใดก็ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันเท่ากันทั้งหมด

เลือกทำประกันชีวิตอย่างไรดีให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความจำเป็นที่แท้จริง

ประกันชีวิตมีหลายประเภทให้เลือกทำ แต่ละประเภทให้ความคุ้มครองและคิดค่าเบี้ยประกันที่มากน้อยต่างกันไปด้วย สำหรับผู้ที่อยากจะทำส่วนใหญ่ติดปัญหาว่า จะเลือกทำประกันชีวิตแบบไหนดีที่ให้ความคุ้มครองสูงสุด ลองมาพิจารณาโดยยึดหลักของระยะเวลาในการทำประกันชีวิตเป็นเกณฑ์ เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น

หากต้องการการคุ้มครองแบบยาว ๆ ควรเลือกทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ลักษณะของการจ่ายเงินประกันคือ จ่ายเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตซึ่งต้องอยู่ในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น ส่วนการจ่ายค่าเบี้ยประกันนั้นเป็นการจ่ายแบบคงที่

สำหรับผู้ที่ต้องการมีเงินออม ควรเลือกทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ซึ่งเป็นประเภทที่มีค่าเบี้ยประกันค่อนข้างสูง  เหมาะกับผู้ที่ต้องการออมเงินมากกว่าการที่จะได้ความคุ้มครอง

อยากมีความมั่นคงหลังเกษียณอายุ ประกันชีวิตแบบบำนาญ เหมาะกับผู้ที่ต้องการจ่ายเบี้ยประกันไปจนถึงปีที่เกษียณ และการจ่ายเงินนั้นแตกต่างจากประเภทอื่น คือ มีการจ่ายเป็นรายเดือนและรายปี

ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา  รูปแบบประกันให้ความคุ้มครองเวลาใดเวลาหนึ่ง มีการจ่ายเงินให้ผู้รับประโยชน์เมื่อผู้ประกันเสียชีวิตในช่วงเวลาที่กำหนดเท่านั้น สำหรับค่าเบี้ยประกันคงที่เป็นรูปแบบประกันที่จ่ายค่าเบี้ยประกันน้อย

เลือกประกันชีวิตเพื่อชดเชยรายได้และค่ารักษาพยาบาล เป็นรูปแบบการทำประกันสำหรับผู้ที่ต้องการแบ่งเบาภาระเมื่อเกิดเหตุต้องเจ็บป่วยหรือรักษาตัวที่โรงพยาบาลแต่ได้รับเงินชดเชย

การทำประกันชีวิตกลายเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตไปเสียแล้ว โดยเฉพาะเมื่อย่างเข้าสู่วัยทำงานและต้องการสร้างครอบครัว ซึ่งในอนาคตต้องการหลักประกันในชีวิต โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่ไม่แน่ใจเรื่องความมั่นคงในงานที่ทำอยู่ รวมถึงผู้ที่ก้าวเข้าสู่วัยเกษียณแต่ยังไม่มีมรดกตกทอดให้แก่ลูกหลาน การเลือกทำประกันให้ตอบโจทย์ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่พิจารณาความมั่นคงเรื่องรายได้ การจ่ายเบี้ยประกันที่ไม่ควรสูงเกินรายได้ประจำ ทั้งนี้ควรเลือกให้เหมาะกับสถานภาพทางการเงิน โดยพิจารณาว่าควรจ่ายค่าเบี้ยประกันอย่างไร เช่น จ่ายรายวัน รายเดือน หรือรายปี เพื่อให้การทำประกันชีวิตไม่เดือดร้อนต่อทรัพย์สินและส่งผลดีต่อความมั่นคงในอนาคต เมื่อเลือกได้แล้วว่าควรเลือกทำรูปแบบประกันภัยใด จากนั้นควรเก็บข้อมูล สอบถามไปยังพนักงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออัพเดทข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับประกันชีวิตที่ต้องการ เพียงเท่านี้ในอนาคตคุณก็สามารถอุ่นใจได้ว่าการออมเงินไปกับการทำประกันชีวิตจะไม่เสียเปล่าอย่างแน่นอน

ที่มา : Shopsmart Finance