ยอมรับหรือไม่ว่าพวกเรากำลังดำเนินชีวิตอยู่บนความเสี่ยงมากมาย ซึ่งความเสี่ยงต่าง ๆ ก็มีโอกาส ความรุนแรง และความเสียหายที่แตกต่างกันออกไป ก่อนอื่นเรามารู้จักวิธีการจัดการความเสี่ยงกัน

การจัดการ “ความเสี่ยง” 4 วิธี

  1. หลีกเลี่ยง Avoidance
    คือ การไม่ไปพบหรือไม่เอาตัวเองไปไว้ในที่ที่มีโอกาสเกิดภัย เช่น ถ้ากลัวเครื่องบินตกก็จะไม่นั่งเครื่องบินเลย
  1. บรรเทา Reduction
    คือ การที่ทำให้ภัยที่อาจเกิดจากตัวเรามีความรุนแรงน้อยลง เช่น ใส่หมวกกันน็อคเมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์
  1. ยอมรับความเสี่ยงนั้นไว้เอง Acceptation
    คือ การเตรียมการไว้สำหรับภัยเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เช่น มือถือพังก็ซื้อใหม่เอง
  1. โอนย้ายความเสี่ยง Transfer
    คือ การให้บุคคลอื่นเป็นผู้ชดใช้ค่าเสียหายแทนเรา หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น บ้านไฟไหม้, เจ็บป่วยรุนแรง

ประกัน ถูกออกแบบมาให้เป็นเครื่องมือที่ใช้โอนย้ายความเสี่ยงได้ดีที่สุด ถ้าเรามองประกันให้ลึกขึ้น มันคือสินทรัพย์ประเภทหนึ่ง

เราแบ่งสินทรัพย์เป็น 4ประเภท ได้แก่

  1. สินทรัพย์เพิ่มค่า เช่น บ้าน คอนโด ที่ดิน
  2. สินทรัพย์ด้อยค่า เช่น รถ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ
  3. สินทรัพย์คงที่ เช่น ตราสารหนี้ หรือเงินฝาก
  4. สินทรัพย์ Popcorn นี่แหละ คือ ประกัน ที่เริ่มต้นมันดูไม่มีค่าอะไร เป็นแค่เม็ดข้าวโพดเล็ก ๆ แห้ง ๆ แต่เมื่อมี “ความร้อน” เปรียบเสมือนเมื่อมีภัยมากระทบ กลับกลายเป็น Popcorn ปริมาณที่มากกว่าเม็ดข้าวโพดหลายเท่า

คราวนี้ เรามารู้จักผลิตภัณฑ์ประกันบ้าง

ประกันแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ ประกันชีวิต และ ประกันวินาศภัย

  1. ประกันชีวิต คือ เมื่อเราถึงแก่ชีวิต มันจะทำงานได้มีประสิทธิภาพและให้ประโยชน์แก่เราอย่างสูงที่สุด (ยิ่งตายเร็วยิ่งคุ้ม) โดยแบ่งเป็น 4 ประเภท คือ ประกันชั่วระยะเวลา, ประกันตลอดชีพ, ประกันสะสมทรัพย์ และ ประกันบำนาญ โดยแต่ละตัวทำงานแตกต่างกันไปตามจุดประสงค์ (อ่านเพิ่มเติม)
  2. ประกันวินาศภัย คือ ประกันอื่น ๆ ที่ไม่ถึงแก่ชีวิต เช่น ประกันรถ ประกันบ้าน ประกันเดินทาง รวมถึง “ประกันสุขภาพ และ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล”

ประกันสุขภาพ และ อุบัติเหตุ

มาขยายความกันต่อสำหรับ ประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ แน่นอนว่ามันคือ ประกันวินาศภัย ที่มีวิธีการซื้อ 2 แบบ ได้แก่ ซื้อพ่วงกับประกันชีวิต (ต้องซื้อกับบริษัทประกันชีวิต) และซื้อเดี่ยว ๆ (ซื้อกับบริษัทวินาศภัย)

ในบทความนี้ขอพูดการซื้อประกันจากบริษัทประกันชีวิต

เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย จะเทียบกับผลิตภัณฑ์ของ AXA

iFine

คือ ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลาสัญญา 10 ปี + ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ (จ่ายค่ารักษาจริงแบบเหมาจ่ายจากการเกิดอุบัติเหตุเท่านั้น + จ่ายค่าชดเชยในกรณีเกิดอุบัติเหตุ)
ประกันนี้ เหมาะกับคนที่มีความกังวลเรื่องการเกิดอุบัติเหตุเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้

Whole life

คือ ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ประกันประเภทนี้จะเน้นความคุ้มครองชีวิต (เบี้ยไม่สูง เมื่อแลกกับทุนประกันที่สูง) ถ้าหากคนที่มีภาระ หรือ มีลูกที่ยังเล่าเรียนอยู่และต้องการซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษี อยากแนะนำให้ซื้อประกันประเภทนี้มากกว่าประกันแบบสะสมทรัพย์ เพราะประกันนี้ นอกจากจะตอบโจทย์เรื่องการลดหย่อนภาษีแล้ว ยังช่วยตอบโจทย์เรื่องการโอนย้ายความเสี่ยงซึ่งเป็นหัวใจของประกันได้อีกด้วย

iGen

คือ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ประกันนี้เหมาะกับคนที่ต้องการออมเงิน มีภาระไม่มาก และเน้นเพื่อลดหย่อนภาษีเป็นหลัก

หลังจากเข้าใจ “ประกัน” มากขึ้น หวังว่าทุกคนจะสามารถเลือกแบบประกันได้ตรงตามความต้องการ

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ