คู่ไหนที่กำลังตัดสินใจสร้างครอบครัวและต้องการมีลูกด้วยกัน แต่กลัวความเสี่ยงที่จะตามมาในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะเด็กทารกที่มีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงเหมือนผู้ใหญ่ การเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงอาจเกิดขึ้นได้เสมอ

สำหรับพ่อแม่มือใหม่ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงของตัวเองด้วยการทำประกันสุขภาพให้ลูกน้อย เพื่อลดค่ารักษาพยาบาล และเพื่อให้ลูกได้รับการรักษาที่มีคุณภาพ แม้การทำประกันสำหรับวัยเด็กทารก จะไม่ค่อยถูกพูดถึง ไม่ค่อยมีคนให้ความสนใจ แต่ทราบหรือไม่ว่า นี่คือรากฐานในการสร้างชีวิตที่ดีให้แก่พวกเขา ช่วยให้เด็กมีหลักประกัน และเป็นการวางแผนสร้างครอบครัวที่มั่นคงอีกทางหนึ่งด้วย

การทำประกันสำหรับทารก มีความสำคัญอย่างไร?

ประกันสุขภาพเด็กทารกมักถูกมองข้าม คู่ครองส่วนใหญ่ที่กำลังวางแผนครอบครัวมักวางแผนออมเงินในอนาคต หรือวางแผนการคลอด รวมถึงขั้นตอนการเลี้ยงดูเป็นส่วนใหญ่เท่านั้น แต่น้อยคู่นักที่จะนึกถึงการทำประกันสำหรับลูกน้อย ซึ่งความจริงแล้ว การทำประกันสุขภาพ ไม่ใช่ทำเฉพาะในช่วงวัยที่โตมากขึ้นแล้วเท่านั้น แต่การทำประกันให้แก่เด็กทารกก็เป็นสิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความมั่นคงในการสร้างชีวิตครอบครัวให้มีคุณภาพ

ประโยชน์คุ้มครองลูกน้อยในวัยแรกเกิด ซึ่งเป็นวัยที่ระบบภูมิคุ้มกันต่าง ๆ ยังทำหน้าที่ได้ไม่ดีนัก เรียกได้ว่าการทำประกันสุขภาพให้แก่ลูกน้อยจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า อีกทั้งเบี้ยประกันของเด็กยังมีราคาถูกมาก เมื่อเทียบกับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ

การทำประกันสำหรับเด็ก สามารถวางแผนต่อไปได้ในระยะยาว มีทั้งประกันสุขภาพ ประกันสะสมทรัพย์ และประกันชีวิต เพราะเราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าจะมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นบ้าง ผลของการทำประกันภายในสัญญาเมื่อส่งเบี้ยประกันอย่างสม่ำเสมอครบตามกำหนด จะช่วยคุ้มครองลูกน้อยเมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เรียกว่าเป็นการลงทุนในระยะยาวที่คุ้มค่า และเห็นผลอย่างชัดเจนเมื่อเด็กทารกในวันนี้โตขึ้นและพร้อมมีครอบครัว รวมถึงมีลูกที่ต้องเลี้ยงดู ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายต่อไป เพราะการเสียชีวิตเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ ภาระจะไม่ตกเป็นของลูกหลานของพวกเขาต่อไปในภายภาคหน้า

เพิ่มความมั่นคงให้ลูกในอนาคต ด้วยประกันสำหรับทารก

พ่อแม่ที่กำลังวางแผนครอบครัว เป็นห่วงอนาคตของลูกน้อยในครรภ์ ก็ควรเลือกทำประกันตั้งแต่พวกเขาคลอดออกมาในวัยทารก ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบเน้นสุขภาพ อาจเริ่มทุนที่ 100,000 บาท เบี้ยประกันจะอยู่ราว 1,500 บาท ส่งประมาณ 20 ปี ตัวประกันจะสามารถคุ้มครองได้ตลอดชีพ และยังมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแบบ OPD ซึ่งจะมีเบี้ยประกันเพิ่มเข้ามาด้วย อาจไม่ค่อยคุ้มค่าสำหรับหลาย ๆ คน แต่ใครที่อยากลดความเสี่ยง มีเงินพอไม่เดือดร้อน ก็สามารถทำได้ไม่เสียหาย ส่วนอีกแบบเรียกว่าประกันสะสมทรัพย์ เหมือนการออมเงิน ส่งทั้งหมด 15 ปี คุ้มครอง 25 ปี เบี้ยประกันอยู่ที่ 70,000 บาทขึ้นไป หรือมากกว่านี้ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงได้มากขึ้น พออายุลูกครบ 25 ปีบริบูรณ์ ก็จะมีเงินก้อนเป็นของตัวเองรวมดอกเบี้ยแล้วเฉลี่ยอยู่ที่ 1 ล้านบาทขึ้นไป

เมื่อถึงเวลาที่ลูกออกไปเผชิญโลกข้างนอก จะได้ไม่ต้องมานั่งส่งเบี้ยประกันให้เป็นภาระอีกแล้ว แต่กลับมีเงินออมจากพ่อแม่เอาไว้มากมายตั้งแต่ในช่วงที่ตัวเองเป็นทารกเก็บสะสมมาเรื่อย ๆ

เงินก้อนนี้สามารถนำไปใช้เป็นทุนสร้างแผนอนาคตให้แก่พวกเขาต่อไป อีกทั้งพ่อแม่ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลใจว่า เมื่อตัวเองมีอายุมากขึ้น ลูกจะไม่มีเงินหรือเดือดร้อนเมื่อตัวเองจากไปแล้ว เพราะสามารถมั่นใจได้ชัวร์ ๆ ว่าเงินตรงนี้จะกลายเป็นทุนอนาคตให้ลูกมีชีวิตที่ดีได้แน่นอน

การเลือกประกันสุขภาพที่เหมาะสมกับทารก

สำหรับการเลือกประกันของเด็กทารก มีตั้งแต่สัญญาที่ใช้ทำก่อนคลอด ไปจนถึงคุ้มครองเด็กทารกเมื่อคลอดออกมา แม้จะมีปัญหาด้านสุขภาพ ก็พร้อมเคลมได้แบบไม่ต้องกังวล ซึ่งการทำประกันในลักษณะนี้ คุณแม่จะต้องทำร่วมด้วย ซึ่งมีสัญญาราว 15-20 ปี

แบบประกันที่เหมาะสมในแต่ละครอบครัวจะแตกต่างกันออกไป การวางแผนทำประกันสุขภาพให้แก่ลูกน้อยเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่าลืมว่ายังมีค่ารักษาพยาบาล ค่าอาหาร ค่าห้องพยาบาล และค่าบริการอื่น ๆ อีก ซึ่งผู้เป็นพ่อและแม่ควรเลือกวางแผนว่าจะให้ลูกนอนรักษาตัวในห้องเดี่ยวหรือห้องรวม มีการรักษาพยาบาลในระดับไหน ซึ่งค่าเบี้ยประกันจะเพิ่มมากขึ้นตามความสะดวกสบาย

เข้าใจสัญญาหลักก่อนทำประกันสำหรับทารก สัญญาหลักสำหรับทารก แบ่งออกเป็น

  1. ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ เป็นการทำประกันที่เน้นคุ้มครอง “ระยะยาว” เบี้ยที่ต้องชำระย่อมแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของรูปแบบประกันที่เลือก ซึ่งแบบประกันจะไม่เน้นเพื่อการออม แต่จะเน้นการซื้อสัญญาเพื่อดูแลสุขภาพโดยเฉพาะ คุณพ่อและแม่ไม่ต้องเป็นกงวลกับค่าเบี้ยประกัน เนื่องจากประกันสำหรับเด็กทารกจะมีราคาถูก ดังที่กล่าวไปข้างต้น แถมให้วงเงินทุนประกันชีวิตสูง แต่จะมีข้อเสียในอนาคต หากต้องการเวนคืนเงินก่อนเวลาในสัญญา จะได้รับเงินไม่มากนัก
  2. ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นการทำประกันระยะสั้น จะได้รับเงินประกันคืนเป็นรายปี แต่ทุนประกันชีวิตจะต่ำกว่าแบบตลอดชีพ การชำระตามสัญญา จะมีระยะเวลาที่ระบุเอาไว้แน่นอนตายตัว เช่น ชำระเบี้ยประกัน 15 ปี จะทำการคุ้มครอง 25 ปี นั่นหมายถึงตั้งแต่วัย 1 เดือนไปจนถึงอายุ 25 ปี เป็นต้น

ข้อยกเว้นควรรู้ในแผนประกันสำหรับเด็กทารก

แบบประกันสุขภาพของเด็กทารก มีข้อยกเว้นที่คุณพ่อและคุณแม่ควรทราบด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นในกรณีที่การเจ็บป่วยของเด็กเกิดขึ้นในช่วง 30 วันนับตั้งแต่วันทำสัญญา จะไม่ได้รับชดเชยค่าสินไหมใด ๆ หรือโรคและอาการเจ็บป่วยที่ตรวจพบภายหลังในระยะ 120 วันนับจากวันที่ทำสัญญา หรือวันต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมเมื่อถึงวันสิ้นผลสัญญาเพิ่มเติม ซึ่งอาการเจ็บป่วยที่มักถูกละเว้นเอาไว้ คือ โรคไส้เลื่อน, เนื้องอก, มะเร็ง, ริดสีดวง, เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ และต้อเนื้อ เป็นต้น อาการเหล่านี้อาจเกิดกับคุณแม่ผู้ทำสัญญาร่วมกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทประกันด้วย

รายละเอียดในการทำประกันสำหรับทารก เป็นรายละเอียดที่มีความซับซ้อนและหลากหลาย ให้ประโยชน์การคุ้มครองที่แตกต่างกันออกไป การวางแผนทำประกันที่ดี คุณพ่อและแม่จึงควรเข้าใจรูปแบบชีวิตที่ต้องการ นึกถึงความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อการคุ้มครองที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย และการวางแผนครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ