เราคงเคยเห็นผ่านตากันมาบ้างสำหรับประกันชีวิตผู้สูงอายุที่มีโฆษณาตามสื่อต่าง ๆ หรือผ่านดราม่าตามสังคมออนไลน์หลาย ๆ ครั้ง เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าประกันชีวิตผู้สูงอายุที่พูด ๆ กันนั้นมันเป็นอย่างไรกันแน่ วันนี้เรามาลองรู้จักและทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ ดีกว่า

insurance-good-for-elderly

ประกันชีวิตผู้สูงอายุเป็นประกันชีวิตแบบหนึ่ง ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีอายุมากและมีโอกาสที่จะเกิดโรคประจำตัว หรือเกิดเหตุไม่คาดคิด ซึ่งสามารถทำได้ในช่วงอายุประมาณ 50-70 ปี (ช่วงอายุอาจแตกต่างกันไปแล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละบริษัท) มักจะทำได้โดยไม่จำเป็นต้องตรวจหรือตอบคำถามสุขภาพ และจะจ่ายเงินเอาประกันเมื่อผู้ทำประกันเสียชีวิตเท่านั้น

เงื่อนไขในการจ่ายเงินเอาประกันของประกันชีวิตผู้สูงอายุคือ

  • จะจ่ายเฉพาะกรณีเสียชีวิตเท่านั้น ในกรณีที่เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจะไม่มีการจ่ายเงินให้ นอกเสียจากว่าจะมีการซื้อประกันสุขภาพหรือประกันอุบัติเหตุเพิ่มเติม
  • กรณีเสียชีวิตภายใน 2 ปีหลังจากวันที่อนุมัติในกรมธรรม์ หากเสียชีวิตจากอาการเจ็บป่วยเป็นโรค จะไม่จ่ายเงินเอาประกันให้ แต่จะจ่ายเบี้ยประกันที่เราจ่ายไปคืนมาทั้งหมดบวกกับดอกเบี้ย 2-5% แล้วแต่บริษัทจะกำหนด
    แต่หากเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ จะจ่ายเงินเอาประกันเต็มจำนวนและคืนเบี้ยประกันทั้งหมดบวกดอกเบี้ย 2-5% แล้วแต่บริษัทจะกำหนด
  • ถ้าเสียชีวิตหลังจาก 2 ปีหลังจากกรมธรรม์เริ่ม บริษัทประกันจะจ่ายเงินเอาประกันให้เต็มจำนวนไม่ว่าจะเสียชีวิตจากสาหตุใดก็ตาม

*ข้อยกเว้นที่จะไม่ได้รับความคุ้มครองจากการเสียชีวิต  คือ การฆ่าตัวตายในปีแรก หรือถูกฆาตกรรมโดยผู้รับประโยชน์ และหากเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจะมีข้อยกเว้นเพิ่มเติม เช่น การทะเลาะวิวาท หรือการทำร้ายร่างกายตนเอง ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะมีระบุในกรมธรรม์ประกันภัย

หลังจากที่เรารู้จักประกันชีวิตผู้สูงอายุกันแล้ว เราลองมาดูข้อดีข้อเสียของประกันชนิดนี้กันดีกว่า

ข้อดีของประกันชีวิตผู้สูงอายุ

  1. สามารถทำได้โดยไม่ต้องตรวจหรือตอบปัญหาสุขภาพ
  2. เบี้ยประกันราคาถูกสำหรับคนที่มีโรคประจำตัวหรือสุขภาพไม่แข็งแรง
  3. จ่ายเบี้ยคงที่ตลอดระยะเวลาสัญญา
  4. ไม่ต้องกลัวว่าบริษัทประกันจะยกเลิกสัญญา
  5. หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นก็ยังมีอะไรบางอย่างให้ลูกหลาน

ข้อเสียของประกันชีวิตผู้สูงอายุ

  1. เบี้ยประกันถือว่ามีราคาแพงหากผู้ทำประกันมีสุขภาพแข็งแรงและไม่ได้มีโรคประจำตัว
  2. ไม่สามารถซื้อสัญญาหรือเงินชดเชยใด ๆ เพิ่มเติมได้
  3. จำเป็นต้องมีระยะเวลารอคอย 2 ปี
  4. มีโอกาสขาดทุนจากการจ่ายเบี้ยประกันสะสมเกินกว่าทุนเอาประกัน

มาถึงตอนนี้ เราคงพอจะรู้กันแล้วว่าประกันชีวิตผู้สูงอายุนั้นเป็นอย่างไร มีรูปแบบรายละเอียดและข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง เมื่อพิจารณาแล้ว เราจะได้ชั่งน้ำหนักประกอบการตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อดีหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกซื้อประกันชีวิต คือ การศึกษาและทำความเข้าใจรายละเอียด ความแตกต่าง และเงื่อนไขของประกันแต่ละแบบ รวมถึงการพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนที่จะมีการตกลงทำสัญญาซื้อกรมธรรม์