หลายคนต่างคาดหวังว่า เมื่อทำประกันชีวิตก็ต้องได้รับผลตอบแทนตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ แต่คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ในยุคปัจจุบันมีเหตุการณ์ที่บริษัทประกันไม่ยอมจ่ายค่าเบี้ยประกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมีสาเหตุมากมายต่าง ๆ นานา จนเกิดการฟ้องร้องเป็นเรื่องใหญ่กันมาแล้ว ซึ่งในบางกรณีบริษัทประกันภัยก็เป็นฝ่ายถูก แต่ในบางกรณีก็ตรวจพบว่ามีการฉ้อฉลในบริษัทประกันจริง อย่างเช่นเมื่อหลายปีก่อน ที่เคยเกิดเหตุการณ์บริษัทประกันภัยโกงเงินผู้เอาประกัน จนเกิดเป็นการฟ้องร้องใหญ่โต สุดท้ายคดีจบลงตรงที่ศาลตัดสินให้บริษัทประกันต้องจ่ายค่าเบี้ยสินไหมทดแทน ชดใช้แก่ผู้เอาประกันทั้งหมดและหลังจากนั้นไม่นาน บริษัทดังกล่าวก็หายสาบสูญไปจากสารบบของรายชื่อบริษัทประกันภัยในประเทศไทยจนทุกวันนี้

เคลมประกันชีวิต

เหตุการณ์บริษัทประกันชีวิตไม่ยอมจ่ายค่าสินไหมนี้มีโอกาสเกิดขึ้นตลอดเวลา ขอให้ผู้เอาประกันทั้งหลายอย่านิ่งนอนใจคิดเพียงว่า บริษัทที่เราทำนั้นเป็นบริษัทใหญ่ คงไม่ปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมของเราหรอก จงหมั่นตรวจสอบกรมธรรม์ที่ตนเองทำไว้ให้เข้าใจอยู่เสมอ ส่วนใครที่กำลังประสบปัญหาบริษัทประกันชีวิตไม่ยอมจ่ายค่าสินไหมทดแทนอยู่ อย่าเพิ่งตกอกตกใจหรือเป็นกังวลไป เรามาดูวิธีการกันดีกว่าว่าหากบริษัทประกันชีวิตไม่ยอมจ่ายค่าสินไหมทดแทน เราสามารถทำอะไรได้บ้าง ซึ่งวิธีการมีดังนี้

  1. จัดการเคลียร์ตัวเองก่อน ข้อนี้ถือเป็นข้อปฏิบัติอันดับแรกที่ผู้กำลังประสบชะตากรรมต้องทำ อย่าเพิ่งโวยวาย กระโตกกระตากไปว่าบริษัทโกงเงินเพราะมีหลายกรณีที่โวยวายว่าตัวเองไม่ได้เงินคืน พอตรวจสอบไปตรวจสอบมาปรากฏว่า เกิดจากตัวเองทำผิดเงื่อนไขเสียเอง เพราะฉะนั้น หากรู้ตัวว่าบริษัทไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทน ให้ตรวจสอบตัวเองก่อนทันทีว่า ขาดการจ่ายเบี้ยหรือไม่ หรือทำผิดเงื่อนไขอะไรหรือเปล่า หากพบว่าตัวเองทำผิดเงื่อนไขจริง ก็ให้เข้าไปคุยกับบริษัทเพื่อหาทางแก้ไขหรือหากสาเหตุเกิดจากตัวแทนประกันที่โฆษณาเกินจริง ไม่บอกรายละเอียดกรมธรรม์ให้หมดก็ให้ไปไล่เบี้ยกับตัวแทนให้ตัวแทนรับผิดชอบ
  2. รวบรวมหลักฐานทุกอย่างเกี่ยวกับประกันชีวิตที่ทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารกรมธรรม์ ใบเสร็จรับเงิน ต่อให้เป็นหลักฐานเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตาม ก็ควรรวบรวมมาให้หมด เพื่อที่จะได้นำไปยืนยันกับบริษัทประกันว่า เราไม่ได้ทำผิดเงื่อนไข และให้บริษัทประกันชี้แจงและรับผิดชอบ รวมถึงใช้เป็นหลักฐานเอาผิดในกรณีที่รู้สึกว่าบริษัทไม่เป็นธรรมด้วย
  3. เข้าไปพูดคุย ประนีประนอมกับบริษัทประกันชีวิต ไปยืนยันตัวตน และให้บริษัทตรวจสอบรายละเอียดของผู้เอาประกัน หากสามารถพูดคุยกันได้และทางบริษัทให้ความรับผิดชอบ ก็ถือว่าจบเรื่องไป แต่หากทางบริษัทยังเล่นตุกติก อ้างโน่นอ้างนี่ มีการหมกเม็ดจนทำให้เรารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้วละก็ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไป
  4. นำหลักฐานที่มีทั้งหมด เข้าไปร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอาผิดกับบริษัทประกันชีวิตนั้น ซึ่งทาง คปภ. จะให้คำแนะนำต่อไปว่าเราต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งหากเรื่องไปถึง คปภ. แล้ว ย่อมถือว่าเป็นที่สิ้นสุด รับรองว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างแน่นอน

ทั้ง 4 ข้อนี้ถือเป็นวิธีการง่าย ๆ ซึ่งผู้ที่กำลังถูกบริษัทประกันชีวิตบอกปัดหรือไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทนต้องกระทำ ขอย้ำว่าข้อ 1 และข้อ 2 ถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะจะเป็นตัวชี้วัดว่าจะสามารถทำข้อ 3 และ 4 จนสำเร็จได้หรือไม่ หากไม่ตรวจสอบตนเองให้เรียบร้อยและมีหลักฐานไม่เพียงพอ โอกาสที่จะดำเนินการจนสำเร็จนั้นเรียกได้ว่ามีน้อย เพราะฉะนั้นจงทำข้อ 1 และข้อ 2 ให้เรียบร้อยก่อนที่จะไปข้อ 3 และ 4 ตามลำดับ

ระวังข้อไม่ควรทำ

ทั้งนี้ ในการดำเนินการเพื่อเอาผิดกับบริษัทประกันชีวิตนั้น ขอแนะนำว่าไม่ควรใช้ Social Network ในการประจานบริษัทประกันชีวิต เพราะจะทำให้รูปคดีเสียและอาจเป็นช่องให้บริษัทประกันเล่นงานเรากลับได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเรายังไม่ทันทำข้อ 1 และ 2 ให้เรียบร้อยเสียก่อน ก็ยิ่งไม่ควรใช้ Social Network เป็นอันขาด เพราะแทนที่จะเป็นการประจานบริษัทประกันชีวิต มันอาจกลายเป็นการประจานความโง่ของเราเองแทนได้ จงดำเนินการเอาผิดบริษัทประกันให้เรียบร้อยเสียก่อน แล้วค่อยนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาบอกเล่าใน Social ภายหลังจะดีกว่า

ที่มา : Shopsmart Finance