เราคงเคยได้ยินคำโฆษณาของบริษัทประกันชีวิตที่ว่า “ประกันชีวิตรูปแบบใหม่ ไม่ต้องตรวจสุขภาพ” กันมาบ้าง หลายคนที่เคยได้ยินคำโฆษณานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุทั้งหลายต่างแห่กันไปทำประกันชีวิตรูปแบบนี้กันอย่างถ้วนหน้า หวังเพียงแต่ไม่ว่าจะเสียชีวิตเพราะอะไรก็ตาม ประกันคงต้องจ่าย หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้ว นั่นคือกับดักของบริษัทประกันชีวิตหลายบริษัทที่หลอกให้คนเข้าใจผิดแล้วแห่กันไปทำ พอถึงคราวเสียชีวิต ทางบริษัทประกันกลับบอกปัดโดยอ้างว่ามีโรคประจำตัวมาก่อนแล้ว จนกลายเป็นคดีความใหญ่โตที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนมาแล้ว และโด่งดังมากตามเว็บบอร์ดต่าง ๆ อย่างเช่น Pantip.com

ประกันชีวติไม่คุ้มครอง

เพราะฉะนั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาถูกหลอกเนื่องด้วยโฆษณาเกินจริงจากบริษัทประกัน รวมไปถึงเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดกันต่อไป ว่าเมื่อทำประกันแล้ว ลูกหลานจะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนเมื่อตายไป วันนี้เราจะมาดูกันว่า มีกรณีใดบ้าง ที่หากผู้เอาประกันเสียชีวิตไปด้วยสาเหตุนั้น ทางบริษัทจะไม่ให้ความคุ้มครอง แม้ว่าจะจ่ายเงินค่าเบี้ยครบทุกงวดก็ตาม

กรณีที่ประกันชีวิตจะไม่คุ้มครอง

  1. การเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายหรือฆาตกรรม สำหรับการฆ่าตัวตายนั้น ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เช่น ผูกคอตาย กินยาตาย โดดตึกตาย ทางบริษัทประกันจะไม่จ่าย เพราะฉะนั้นขอให้ผู้ที่ทำประกันชีวิตเอาไว้ เลิกคิดที่จะฆ่าตัวตายเพื่อนำเงินก้อนใหญ่มาให้ทายาทได้เลย ส่วนการฆาตกรรมกรณีนี้ทางบริษัทมีสิทธิปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ถ้าหากว่าการเสียชีวิตของผู้เอาประกันนั้นมีเงื่อนงำ หรือพิสูจน์ได้อย่างแน่ชัดว่าเป็นการฆาตกรรม ยกเว้นว่าสามารถสืบทราบได้ว่าทายาทของผู้เอาประกันนั้นไม่มีส่วนรู้เห็นกับการฆาตกรรม กรณีบริษัทจะมอบเงินค่าสินไหมทดแทนให้ตามปกติ
  2. การเสียชีวิตโดยธรรมชาติในระยะเวลารอคอย ซึ่งระยะเวลารอคอยนี้คือช่วงเวลา 180 วัน นับตั้งแต่วันที่ทำประกันชีวิตหรือตั้งแต่วันต่ออายุสัญญาครั้งสุดท้าย หากผู้เอาประกันเสียชีวิตตามธรรมชาติในช่วงระยะเวลานี้ บริษัทมีสิทธิขอยกเลิกสัญญาได้ บริษัทจะนำเบี้ยประกันที่จ่ายมาคืนให้แก่ทายาท แต่หากผู้เอาประกันเสียชีวิตในช่วงเวลารอคอยนี้ด้วยอุบัติเหตุ บริษัทประกันจะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามปกติ
  3. การบอกเลิกสัญญาของบริษัทประกันชีวิต ได้แก่ มีการตรวจพบว่าผู้เอาประกันจงใจปิดบังและแถลงข้อความอันเป็นเท็จแก่บริษัทประกันเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการรับค่าสินไหมทดแทน เช่น การระบุว่าตนเองไม่เคยมีโรคภัยไข้เจ็บมาก่อน ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นกำลังป่วยด้วยโรคร้ายหรือการปกปิดอายุที่แท้จริง เป็นต้น กรณีนี้ทางบริษัทประกันมีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาได้ และในข้อนี้นี่เอง ที่บริษัทประกันหลาย ๆ บริษัท นำมาใช้เป็นช่องว่าง โฆษณาเกินจริงต่อลูกค้าว่าไม่ต้องตรวจสุขภาพหรือไม่ก็บอกปัดการชำระค่าสินไหมทดแทนเอาเสียดื้อ ๆ โดยอ้างว่าลูกค้าไม่แจ้งบริษัทประกันก่อนว่ามีโรค เป็นต้น ซึ่งวิธีป้องกันตัวเองของผู้เอาประกันเพื่อไม่ให้บริษัทประกันนำข้ออ้างนี้มาเล่นแง่ คือ ต้องไปตรวจสุขภาพด้วยตัวเองที่โรงพยาบาลก่อน จากนั้นนำใบรับรองแพทย์มาประกอบการทำประกัน แม้ว่าบริษัทประกันจะบอกว่าไม่ต้องตรวจสุขภาพก็ตาม หากผู้เอาประกันมีหลักฐานคือใบรับรองแพทย์อยู่แล้ว จะสามารถเอาผิดกับบริษัทประกันได้ ในกรณีที่บริษัทประกันยอมปล่อยให้ทำ แต่พอถึงเวลาจ่ายกลับไม่จ่าย รวมถึงยังเป็นเครื่องช่วยให้บริษัทประกันสามารถคัดกรองคนได้ง่ายขึ้นด้วย ไม่เผลอไปรับคนที่มีโรคมาทำ แล้วกลายเป็นปัญหาต่อบริษัทในภายหลัง
  4. กรมธรรม์ของประกันชีวิตบางกรมธรรม์ ยังมีการระบุโรคที่ไม่อยู่ในความคุ้มครองด้วย หากเป็นโรคดังที่ระบุไว้ในเงื่อนไข ก็ไม่สามารถขอรับค่าสินไหมทดแทนได้ ในข้อนี้ มีแนวทางปฏิบัติเหมือนกับข้อที่ 3 คือ ผู้ที่คิดจะทำประกันชีวิตต้องไปตรวจสุขภาพก่อนที่จะทำ แล้วเก็บใบรับรองแพทย์ไว้เป็นหลักฐาน

ทั้ง 4 ข้อนี้ ก็คือสิ่งที่ประกันชีวิตไม่คุ้มครองและบริษัทประกันมีสิทธิยกเลิกสัญญาได้ เมื่อผู้เอาประกันทั้งหลายรู้อย่างนี้แล้ว ก็ขอให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของบริษัทอย่างเคร่งครัด อ่านรายละเอียดกรมธรรม์ให้ครบถ้วน หากทำตามนี้แล้วยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถไปร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยแก้ไขและเอาผิดกับบริษัทประกันได้

ที่มา : Shopsmart Finance