วิถีมนุษย์เงินเดือน รวยสุดตอนเงินเดือนออก ผ่านไปไม่ถึง 5 วัน ก็ถึงคราวซบเซาไปจนถึงเซื่องซึม แล้วรอลุ่นเงินเดือนเดือนใหม่ ถ้าใครกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ แค่ออม 10% ว่ายากแล้ว แต่เราจะมาแนะทริคให้คุณชนะใจตัวเองด้วยการออมให้ได้มากกว่า 10%

…อย่าบอกว่าทำไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้ลองทำ!

  1. กำหนดบัญชีรายรับรายจ่ายเพื่อการออมก่อนใช้
    ขั้นแรกเริ่มสุดของคนอยากออม! คือ ต้องรู้ที่มาและที่ไปของเงิน (ถ้าละเอียดได้ทุกบาท ทุกสตางค์จะยิ่งเห็นผลเร็ว) ตัวอย่างเช่น

    • เอฟบี มีรายได้ 20,000 บาท / เดือน
      มีรายจ่าย ค่ากิน ค่าหอ ค่าไฟ ฯลฯ รวม 18,000 บาท
      = เอฟบี จะเหลือเงินเก็บต่อเดือน 2,000 บาท หรือคิดเป็น 10% ต่อเดือนซึ่งเงินในส่วนนี้ หาก “เอฟบี” ต้องการ “เก็บออม” ให้มากกว่า 10% ควรหักค่าใช้จ่ายในการกินแต่ละวันออกมาให้ได้ 5% ก่อนนำเงินส่วนนี้ไปใส่ในบัญชีเงินออมที่แยกจากบัญชีเงินเดือน โดยการนำเงิน 15% (เงินออมจากเงินเดือน+เงินออมจากที่หักจากค่าหิน) หรือ 3,000 บาท ไปไว้ในบัญชีเงินออม “ก่อนใช้จ่าย” ในแต่ละเดือน วิธีนี้จะเป็นการสร้างวินัยในการออมเงิน และได้เงินเก็บมากกว่า 10% ต่อเดือนในทันที!
  1. แปลงเงินสดเป็นทรัพย์สิน
    ในกรณีที่คุณไม่ชอบเก็บออมเป็นเงินฝาก แนะนำให้ตัดทุก ๆ 15% – 20% ทันทีที่เงินเดือนออก และหันไป “ออมทองคำ” ซึ่งการเก็บเล็กผสมน้อยในรูปแบบของ “ทองคำ” ก็นับเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่งที่ได้ผลตอบแทนเป็นทองคำกลับมา และยังเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่มีโอกาสได้กำไรทุกวินาที (ในกรณีที่ไม่ชอบออมเงินสด)
  1. ตั้งกฎเหล็กกับตัวเอง 1 ข้อ ทุกเดือน
    หากคุณชอบช็อปปิ้ง ซื้อของครั้งละ 100 บาท++ เป็นประจำ ให้เลือกตั้งกฎเหล็กกับตัวเอง “1 ข้อ” เช่น เดือนนี้ช็อปออนไลน์ได้ 1 ครั้งเท่านั้น ครั้งละไม่เกิน 1000 บาท ซึ่งการช็อปนั้น ๆ จะต้องนำเงิน 10% ของการช็อปใส่ออมสินที่มิดชิดเก็บไว้ ฯลฯ วิธีนี้เท่ากับคุณจะได้ออมเงิน 2 ทาง คือ 10% แรกทันทีที่หักออกจากเงินเดือนและได้อีก 50 บาท จากการช็อปปิ้ง 1 ครั้ง หรือถ้าเดือนนั้นไม่ช็อปเลย ก็ให้คุณนำเงิน 1000 บาท หยอดใส่ออมสินไว้ = คุณจะได้ออมเงิน 10% + 1000 บาท ทุกเดือน
  1. กำหนดเป้าหมาย ที่จะทำให้สำเร็จในแต่ละปี
    อยากมีเงินก้อนใหญ่ ใจต้องนิ่ง ! โดยให้คุณเลือกตั้งเป้าหมายการเก็บออมในระยะยาวทุกปี เช่น “ดอลลาร์” ต้องการเพิ่มเงินออม 3% ต่อปี จึงนำไปลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทน 5% ต่อปี ผ่านไป 10 ปี ดอลลาร์จะมีเงินออมทั้งสิ้น 288,889 บาท
    แต่หากดอลลาร์เลือกเพิ่มเปอร์เซ็นการออมในแต่ละเดือนจาก 10% เป็น 30% จะทำให้ดอลลาร์มีเงินสิ้นปีที่ 10 เท่ากับ 866,669 บาท ซึ่งนับว่ามากกว่าเดิมถึง 60% ! (ตามตาราง)
เปอร์เซ็นการออมต่อเดือน 30%
ปีที่ เงินออม/เดือน เงินออมต่อปี เงินออมจากการลงทุน
­1  6,000.00  72,000.00  75,600.00
2  6,180.00  74,160.00  77,868.00
3  6,365.40  76,384.80  80,204.04
4  6,556.36  78,676.34  82,610.16
5  6,753.05  81,036.63  85,088.47
6  6,955.64  83,467.73  87,641.12
7  7,164.31  85,971.77  90,270.35
8  7,379.24  88,550.92  92,978.46
9  7,600.62  91,207.45  95,767.82
10  7,828.64  93,943.67  98,640.85
รวม  866,669.28

การตั้งเป้าหมายในระยะยาว เป็นการฝึกวินัยให้คุณได้เก็บออมจนเป็นนิสัย คุณจึงไม่รู้สึกว่าเงินขาดหายหรือเงินไม่พอใช้ เพราะคุณได้ฝึกตัวเองให้เริ่มเก็บออมมาได้ตั้งแต่ 10% แรกแล้ว ต่อมาก็คือการเลือก “ลงทุน” เพื่อให้ได้ผลตอบแทนในอัตราที่คุณพอใจ เช่น ลงทุนในหุ้น กองทุน รวมถึงในรูปแบบประกันชีวิต ที่ให้ทั้งความคุ้มครองและให้คุณมีเงินใช้สบาย ๆ ในยามเกษียณ

…ไม่ว่าจะเลือก “ออมเงิน” ในรูปแบบใด คุณไม่ควร “หักโหมออมเงินทันที” แต่ควรเริ่มต้น ออมเงินจาก 10% เพิ่มเป็น 15% เพิ่มเป็น 20% ฯลฯ ตามลำดับ เพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกกดดัน หากทำแบบนี้ซ้ำ ๆ ออมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเดือน มองหารายได้เสริมจากงานประจำ การออมให้ได้มากกว่า 10% จะกลายเป็นเรื่องหมู ๆ สำหรับคุณไปเลย!

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ