ความสูญเสียที่ต้องเกิดขึ้นและหลีกหนีไม่ได้ก็คงจะหนีไม่พ้นการสูญเสีย “ชีวิต” ซึ่งมนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะยากดีมีจนก็จะต้องเจอกับการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ทั้งสิ้น แต่ด้วยมนุษย์คือสัตว์สังคม เมื่อเราเกิดมาก็มาพร้อมกับความเป็นครอบครัว มีเครือญาติ ดังนั้น จะดีกว่าไหม!!…ถ้าเมื่อจะต้องจากไปแล้วมีทรัพย์สินก้อนหนึ่งที่ทำให้คนที่อยู่ข้างหลังสบาย ไม่เดือดร้อนกับค่าใช้จ่ายที่จะต้องเกิดขึ้นหลังจากที่เราจากไป

ตัวช่วยในการประกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นนั้นก็คือ “ประกันชีวิต” วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ “ประกันชีวิต” กันว่ามันคืออะไร…มีกี่แบบ…และเหมาะกับใครบ้าง?

ประกันชีวิต คืออะไร?

ประกันชีวิต คือ ความคุ้มครองชีวิตในรูปแบบของ “สัญญาประกันชีวิต” หรือ “กรมธรรม์ประกันชีวิต” เป็นการตกลงในสัญญาต่างตอบแทนของ 2 ฝ่ายระหว่าง (1) ผู้รับประกันชีวิต (บริษัทประกันชีวิต) กับ (2) ผู้เอาประกัน (ลูกค้า) โดยผู้เอาประกันจะต้องมีหน้าที่จ่ายเบี้ยประกันให้กับบริษัทผู้รับประกัน และเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันทำให้ผู้เอาประกันเกิดเสียชีวิตในระหว่างสัญญา หรืออยู่ครบตามกำหนดในสัญญาของกรมธรรม์ประกันชีวิตฉบับนั้น ฝ่ายบริษัทผู้รับประกันชีวิตมีหน้าที่ต้องจ่ายผลตอบแทนเป็นค่าสินไหมทดแทน หรือเงินเอาประกัน ให้แก่ผู้เอาประกันหรือผู้รับผลประโยชน์ตามที่ระบุในกรมธรรม์ฉบับนั้น

ประกันชีวิตมีให้เลือกกี่แบบ…อะไรบ้าง?

ประกันชีวิตที่มีอยู่ในปัจจุบันก็มีอยู่หลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็สามารถแบ่งย่อยได้อีก ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับรายละเอียดและเงื่อนไขการกำหนดกรมธรรม์ของแต่ละบริษัทประกัน แต่ถ้าพูดถึงรูปแบบประกันชีวิตพื้นฐานแล้วจะแบ่งได้เป็น 4 รูปแบบหลัก ดังนี้

  1. ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance)
    เป็นการให้ทั้งความคุ้มครอง และเป็นทั้งการออมเงิน ซึ่งบริษัทผู้รับประกันตกลงว่าจะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ให้กับผู้รับประโยชน์ ทั้งในกรณีที่ผู้เอาประกันเกิดเสียชีวิตในระยะเวลาที่กำหนด หรือในกรณีที่ผู้เอาประกันยังมีชีวิตอยู่ในวันที่สัญญาครบกำหนดแล้ว สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ลักษณะของ “ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์” คือ

    • (ก) มีระยะเวลาประกันภัยแน่นอน เช่น 10 ปี, 20 ปี, 30 ปี หรือแบบครบอายุ 60 ปี (ครบอายุผู้เอาประกัน)
    • (ข) บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินทุนประกันคืนเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต หรืออยู่จนครบอายุสัญญากรมธรรม์
  2. ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance)
    เป็นการให้ความคุ้มครองชีวิตระยะเวลาสั้น หรือในช่วงเวลาที่กำหนดเท่านั้น ซึ่งลักษณะของ “ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา” คือ

    • (ก) ลักษณะความคุ้มครองจะคล้ายกับการประกันอัคคีภัย หรือประกันวินาศภัยที่เป็นเบี้ยประกันแบบสูญเปล่า
    • (ข) มีระยะเวลาความคุ้มครองกำหนดแน่นอน เช่น 1 ปี 5 ปี ฯลฯ
    • (ค) เป็นการจ่ายเงินทุนประกันคืนเฉพาะกรณีที่ผู้เอาประกันเสียชีวิตในระหว่างสัญญาหรือกรมธรรม์มีผลบังคับเท่านั้น
    • (ง) เหมาะกับคนที่มีรายได้ไม่สูงนัก แต่ต้องการความคุ้มครองสูง ความคุ้มครองจากการเช่าซื้อ หรือความคุ้มครองการเดินทางในระยะสั้น
  3. ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole life Insurance)
    เป็นความคุ้มครองชีวิตในระยะยาวตามเงื่อนไขในสัญญาหรือกรมธรรม์ เช่น คุ้มครองผู้เอาประกันจนถึงอายุ 90 ปี หรือตลอดชีพ โดยในกรณีผู้เอาประกันเสียชีวิตในระหว่างที่กรมธรรม์มีผลบังคับอยู่ บริษัทประกันก็จะจ่ายเงินตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ หรือกรณีเมื่อถึงกำหนดอายุที่ตกลงกันเอาไว้ ก็จะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ให้กับผู้เอาประกัน และสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ลักษณะของ “ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ” คือ

    • (ก) ให้ทั้งความคุ้มครองชีวิต และการออมทรัพย์
    • (ข) สามารถเลือกชำระเบี้ยประกันชีวิตได้ถึง 3 แบบ ได้แก่ ชำระตลอดชีพ 2. ชำระจำกัดระยะเวลา หรือ 3. ชำระครั้งเดียว
  4. ประกันชีวิตแบบเงินได้ประจำ (Annuities Insurance)
    เป็นการคุ้มครองรายได้หลังเกษียณอายุ หรือเมื่อมีอายุครบ 55 ปี – 60 ปี เป็นต้น โดยจะมีการจ่ายคืนทุนประกันให้เป็นงวดๆ อย่างต่อเนื่องจนครบเงื่อนไขในสัญญากรมธรรม์ ในกรณีที่ผู้เอาประกันยังมีชีวิตอยู่ในช่วงระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ ทั้งนี้แล้วแต่เงื่อนไขที่กำหนดในกรมธรรม์ สามารถทำไปลดหย่อนภาษีได้ด้วย ลักษณะของ “ประกันแบบเงินได้ประจำ” คือ

    • (ก) มีระยะเวลากำหนดวันเริ่มจ่ายเงินประกันคืนที่แน่นอน
    • (ข) เป็นการคุ้มครองรายได้ที่สม่ำเสมอด้วยการจ่ายเป็นงวดๆ หรือจนกว่าจะเสียชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการกำหนดในเงื่อนไขกรมธรรม์จะสูงสุดไม่เกิน 85 ปี มีทั้งรายงวด 3 เดือน 6 เดือน หรือทุก 1 ปี
    • (ค) ผู้เอาประกันจะต้องส่งเบี้ยประกันเป็นงวดๆ ไปจนถึงอายุที่ตกลงกันไว้

ประกันชีวิตแบบไหน…เหมาะกับใคร?

การเลือกประกันชีวิตที่เหมาะกับเรา คือการเลือกซื้อประกันชีวิตที่ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของแต่ละคน เพราะคนเราในแต่ละช่วงชีวิตก็จะมีความต้องการที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นจึงทำให้การเลือกกรมธรรม์ประกันชีวิตของแต่ละคนก็แตกต่างกันไปด้วย ดังนั้น มาดูกันว่าประกันชีวิตแบบไหนที่เหมาะกับเราที่สุด โดยมาดูกันตามรูปแบบของประกันชีวิตทั้ง 4 รูปแบบที่ได้พูดถึงข้างต้น ดังนี้

type

ประกันชีวิตในปัจจุบันมีหลากหลายผลิตภัณฑ์ แบบไหนดี แบบไหนเหมาะ ขึ้นอยู่กับเราว่ามีความต้องการอะไร เพราะฉะนั้น ในเมื่อเราเริ่มเข้าใจ “ประกันชีวิต” มากขึ้นแล้ว เราก็จะสามารถเลือกประกันชีวิตมาช่วยทั้งคุ้มครองชีวิตและตอบสนองความต้องการของเราในแบบที่เหมาะสมได้

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ