การซื้อบ้านหลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องง่าย แค่มีเงินดาวน์แล้วค่อย ๆ ผ่อนตามระยะเวลาที่กำหนด หรือกู้เงินธนาคารมาซื้อแล้วผ่อนธนาคารแทน แต่อย่าลืมนึกไปว่ายอดเงินที่ต้องผ่อนบ้านในแต่ละเดือนไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ และใช้เวลาหลายปี ซึ่งหากมีช่วงที่ติดขัดเรื่องเงินหรือตกงาน อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ ดังนั้น การจะซื้อบ้านสักหลังจึงควรวางแผนให้ดีเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและช่วยให้ผ่อนได้แบบสบายกระเป๋าสุด ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการขอสินเชื่อซื้อบ้าน โดยมีเคล็ดลับดังนี้

มีเงินสำรองก้อนหนึ่ง

แม้ว่าการซื้อบ้านจะสามารถกู้เงินจากธนาคารมาจ่ายได้ก่อน แต่ก็ควรมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินไว้จำนวนหนึ่ง ซึ่งก็คือ 6 เท่าของค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนนั่นเอง เพราะหากในขณะที่กำลังผ่อนบ้านอยู่นั้นมีปัญหาการเงินติดขัดจะได้นำเงินส่วนนี้ออกมาใช้ได้โดยไม่มีปัญหา และไม่ต้องกังวลว่าบ้านจะถูกยึดจากการไม่มีเงินผ่อนอีกด้วย

ตัวอย่างการคำนวณเงินเก็บสำรอง
เงินค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนรวมค่าผ่อนบ้าน 13,000 บาท X 6 เท่า  =  ต้องมีเงินสำรองก่อนซื้อบ้าน 78,000 บาท

เตรียมตัวขอสินเชื่อให้พร้อม

ก่อนขอสินเชื่อซื้อบ้านเพื่อไม่ให้เสียเวลาและเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติมากขึ้น ควรเตรียมตัวเพื่อการขอสินเชื่อให้พร้อม โดยมีสิ่งที่ต้องเตรียมดังนี้

  1. เครดิต (ประวัติทางการเงิน)
    การขอสินเชื่อซื้อบ้านก็เหมือนการออกรถและการสมัครบัตรเครดิตที่จะต้องมีประวัติทางการเงินที่ดี ไม่เคยติดแบล็กลิสมาก่อน ดังนั้นก่อนขอสินเชื่อควรพยายามรักษาเครดิตให้ดี โดยหากมีหนี้สินที่ติดค้างอยู่ก็ควรปลดเสียให้หมด และการจ่ายชำระค่าหนี้บัตรเครดิตก็จะต้องจ่ายเป็นจำนวนเต็มไม่ใช่จำนวนขั้นต่ำอีกด้วย เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจ่ายชำระและการมีความรับผิดชอบนั่นเอง

  2. เตรียม statement
    ควรเตรียม statement หรือสลิปเงินเดือนที่แสดงถึงการมีรายได้ให้พร้อม เพราะเป็นหลักฐานในการแสดงความมั่นใจให้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ต้องการขอสินเชื่อ ว่าเรามีความสามารถที่จะจ่ายชำระคืนได้จริง หรือหากใครที่ไม่มีหลักฐานแสดงรายได้ดังกล่าว อาจใช้เป็นหนังสือรับรองฯ 50 ทวิก็ได้
  3. เอกสารสำหรับขอสินเชื่อ
    อีกสิ่งสำคัญก็คือเอกสารที่ต้องใช้ในการขอสินเชื่อ โดยสามารถสอบถามได้จากทางธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้น ๆ โดยเอกสารหลัก ๆ ที่ต้องใช้ส่วนใหญ่ก็จะมี สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เอกสารแสดงรายได้ เป็นต้น

มีเงินดาวน์อย่างน้อย 10%

การขอสินเชื่อซื้อบ้านก็เหมือนกับการซื้อรถที่ผู้ขอสินเชื่อควรมีเงินดาวน์จำนวนหนึ่ง เพราะหากขอสินเชื่อแบบเต็มจำนวนก็จะทำให้เจอกับปัญหาดอกเบี้ยแพงมากและอาจทำให้ยอดผ่อนชำระในแต่ละเดือนสูงขึ้นไปด้วย โดยจำนวนเงินดาวน์ที่เหมาะสมควรมีประมาณ 10% ของราคาบ้าน เช่น บ้านราคา 3 ล้านบาท ต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 300,000 บาท ส่วนยอดที่เหลือจากเงินดาวน์จำนวน 2 ล้าน 7 แสนบาท ก็นำไปยื่นขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อนำมาจ่ายนั่นเอง

ตรวจเช็คยอดผ่อนชำระต่อเดือน

อย่าลืมตรวจเช็คยอดผ่อนชำระต่อเดือน เพื่อเช็คสภาพการเงินโดยรวมว่าสามารถจ่ายชำระได้โดยไม่เกิดปัญหาหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วยอดผ่อนชำระไม่ควรเกิน 40% ของรายได้จึงจะทำให้ผ่อนได้แบบสบาย ๆ โดยไม่กระทบต่อค่าใช้จ่ายประจำวัน แต่หากเช็คดูแล้วพบว่ารายได้คนเดียวคงผ่อนไม่ไหวแน่ ๆ ก็สามารถกู้ร่วมได้ แต่มีข้อแม้ว่าผู้กู้ร่วมต้องเป็นสามีภรรยากันหรือมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดนั่นเอง

กำหนดระยะเวลาผ่อนอย่างเหมาะสม

การผ่อนชำระบ้านส่วนใหญ่จะกำหนดให้ผ่อนได้นานถึง 30 ปี แต่ยิ่งผ่อนนานก็จะยิ่งมีดอกเบี้ยสูงมาก แม้ว่าจะสามารถผ่อนได้แบบสบาย ๆ ด้วยยอดชำระต่ำสุดในแต่ละเดือนก็ตาม ดังนั้นควรพิจารณาระยะเวลาที่ต้องการผ่อนให้เหมาะสมที่สุด และต้องไม่กระทบต่อรายจ่ายในชีวิตประจำวันด้วย

ทำความเข้าใจกับรูปแบบอัตราดอกเบี้ย

บางสถาบันการเงินที่เปิดให้ขอสินเชื่อซื้อบ้าน อาจให้สิทธิแก่ผู้ขอสินเชื่อในการกำหนดรูปแบบอัตราดอกเบี้ยด้วยตัวเอง ซึ่งจะมีดอกเบี้ยแบบคงที่และดอกเบี้ยแบบลอยตัว ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับดอกเบี้ยทั้งสองแบบให้ดีก่อน เพื่อจะได้ตัดสินใจเลือกรูปแบบดอกเบี้ยที่เหมาะกับตัวเองที่สุด โดยมีคำแนะนำในการเลือกดังนี้

  • ดอกเบี้ยแบบคงที่ ควรเลือกดอกเบี้ยรูปแบบนี้หากมีแนวโน้มว่าอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มสูงขึ้น
  • ดอกเบี้ยแบบลอยตัว ควรเลือกดอกเบี้ยรูปแบบนี้หากมีแนวโน้มว่าอัตราดอกเบี้ยจะลดลง

เพราะการซื้อบ้านจะต้องใช้ระยะเวลาในการผ่อนนานพอสมควร ดังนั้นจึงต้องวางแผนให้ดีและควรมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินจำนวนหนึ่ง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาการเงินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตโดยไม่ทันตั้งตัวนั่นเอง นอกจากนี้ควรทำความเข้าใจกับเงื่อนไขต่าง ๆ โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยให้ดีเสียก่อนด้วย

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ