เรื่องของการทำประกันกระจายความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับชีวิต มีให้เลือกหลักๆ แบ่งเป็นประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ซึ่งในแต่ละประเภทก็จะแบ่งย่อยออกเป็นรูปแบบประกันที่แตกต่างกันออกไปอีกตามรูปแบบการคุ้มครอง แน่นอนว่าประกันทั้งสองประเภทใหญ่นี้มีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร เรื่องที่เห็นได้ชัดก็จะเป็นในส่วนการลดหย่อนภาษีที่ประกันสุขภาพไม่สามารถทำได้! แต่จะมีเพียงแค่ประกันชีวิตเท่านั้นที่สามารถดึงไปใช้ยื่นขอคืนภาษีได้

แม้หลายคนจะเบ้ปาก เบือนหน้าหนีเมื่อได้ยินประกันชีวิต แต่ให้ความสนใจด้านประกันสุขภาพมากกว่า เหมือนกับเป็นความเชื่อผิดๆ ที่สั่งสมกันมาว่าประกันชีวิตไม่จำเป็น ขอแค่มีประกันสุขภาพก็เพียงพอแล้ว นั่นก็เป็นเพราะว่ากลุ่มคนเหล่านั้นไม่เข้าใจรูปแบบการคุ้มครองที่ต่างกัน ไม่มั่นใจว่าประกันแบบไหนตอบโจทย์ได้ดีกว่า เห็นว่าแค่ทำประกันเอาไว้ จ่ายเบี้ยแค่ครอบคลุมการรักษาก็เพียงพอ ทำให้ประกันชีวิตเป็นแค่เรื่องธรรมดาที่ไม่ถูกใส่ใจ ดังนั้นลองมาดูความแตกต่างของทั้งสองประกัน ว่าแบบไหนที่ตอบโจทย์ของคุณมากที่สุด จะได้เลือกจ่ายเบี้ยได้ในราคาที่คุ้มค่ากับสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ

ความเหมือนของประกันชีวิตและประกันสุขภาพ

ถ้าจะบอกถึงความเหมือนของประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือความสามารถในการคุ้มครองความเจ็บป่วย ตอบโจทย์การรักษาพยาบาลที่เราไม่ต้องควักเงินในกระเป๋าจ่ายเองทั้งหมด ผลประโยชน์ที่ผู้เอาประกันจะได้รับจะเป็นเงินค่ารักษาพยาบาลไม่ว่าจะเรื่องเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ จะมีครอบคลุมอยู่ในสัญญากรมธรรม์ของประกันทั้งสองประเภทอยู่แล้ว ส่วนจะคุ้มครองมากน้อยต่างกันอย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับแผนประกันที่เราเลือกทำ แต่หากจะเลือกทำอันใดอันหนึ่ง ก็ควรเข้าใจความแตกต่างด้วยการทำความรู้จักข้อได้เปรียบด้านการคุ้มครอง ซึ่งมีความต่างกันอยู่หลายประการเลยทีเดียว ที่เห็นได้ชัดคือเบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ในขณะที่ประกันสุขภาพไม่สามารถนำไปยื่นได้ในทุกกรณี

ความแตกต่างของประกันชีวิตและประกันสุขภาพที่ชัดเจน

มาถึงส่วนของความแตกต่างระหว่างประกันสุขภาพและประกันชีวิตที่เห็นได้ชัด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยให้เราสามารถตัดสินใจเลือกการลงทุนกับชีวิตตัวเองได้ง่ายขึ้น ซึ่งความแตกต่าง โดยความคุ้มครองที่ได้รับมีความแตกต่างกันดังนี้

  1. ความคุ้มครองจากประกันชีวิต – การคุ้มครองที่จะได้รับก็ต่อเมื่อผู้ทำประกันเสียชีวิต เน้นประโยชน์ตกทอดไปที่ลูกหลาน อย่างของ iProtect S ที่เป็นประกันคุ้มครอง เน้นส่งต่อความห่วงใยให้ลูกหลาน เหมือนกับการสร้างมรดกและความมั่นคงด้านการเงิน หรือแม้กระทั่งญาติสนิท ก็สามารถส่งต่อให้ได้ ขึ้นอยู่กับว่าระบุชื่อให้ใครเป็นผู้รับเงินก้อนนั้นๆ แต่หากผู้เอาประกันยังมีชีวิตอยู่ต่อครบตามกำหนดสัญญา จะได้รับเงินก้อนเต็มๆ 100% ที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ แถมในระหว่างทำประกันจะมีพ่วงสัญญาการรักษาในยามเจ็บป่วยและกรณีเกิดอุบัติเหตุด้ว
  2. ความคุ้มครองจากประกันสุขภาพ – ในด้านความคุ้มครองจากประกันสุขภาพ ต่างกันตรงที่การคุ้มครองจะเริ่มต้นทันที เป็นการคุ้มครองที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ความเจ็บป่วย อุบัติเหตุ ซึ่งทั้งหมดนี้ทางบริษัทประกันจะช่วยจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลให้นั่นเอง แถมยังมีค่าชดเชยเพิ่มเติมให้ หากจำเป็นต้องแอดมิทในโรงพยาบาล มีค่าเบี้ยประกันที่ถูกกว่า แต่เบี้ยที่จ่ายไปจะไม่ได้รับกลับคืน เป็นเหมือนกับการจ่ายเพื่อจ้างคนคุ้มครองสุขภาพของเราเอาไว้ โดยที่ไม่มีทางรู้ได้ว่าจะเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาเมื่อใด อีกทั้งยังไม่สามารถพ่วงประกันอื่นได้เหมือนกับการทำประกันชีวิตที่มีความครอบคลุมในการกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่า

ประกันชีวิต ที่มาพร้อมข้อได้เปรียบด้านภาษี

ข้อแตกต่างที่ดูเหมือนว่าการทำประกันชีวิตจะมีข้อได้เปรียบมากกว่า แม้ว่าเบี้ยประกันจะแพงกว่าประกันสุขภาพก็ตาม แต่เงินที่จ่ายไป ส่วนหนึ่งจะถูกแบ่งออมให้เป็นเงินบำนาญในอนาคต ประกันชีวิตที่ดีสำหรับคนยุคใหม่ จึงควรเริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันแรกที่จ่ายเบี้ยประกัน สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่ในช่วงวัยรุ่นไปจนถึงวัยทำงาน ซึ่งมีข้อได้เปรียบมากกว่าเห็นๆ เมื่อเทียบกับประกันสุขภาพก็คือความสามารถที่ใช้เบี้ยประกันไปเป็นค่าลดหย่อนภาษีรายปีได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถนำมาลดหย่อนได้สูงสุดถึง 200,000 บาท ส่วนประกันชีวิตทั่วไป สามารถนำมาลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท ประกันชีวิตที่ดีในสมัยนี้ก็ควรจะเป็นรูปแบบที่ไม่ต้องรับภาระจ่ายเบี้ยตลอดชีพ เน้นจ่ายไม่เกิน 10 ปีก็คุ้มครองระยะยาวได้

ยกตัวอย่างเหมือนของ iProtect S ที่จ่ายเบี้ย 10 ปี คุ้มครองถึงอายุ 85 ปี แถมยังประกันว่าจะได้รับเงินก้อนเป็นมรดกที่เปลี่ยนเงินไม่กี่พันที่ต้องจ่ายรายปีให้กลายเป็นเงินล้านในอนาคตได้ หากเริ่มทำตอนอายุ 20 ปี ก็จ่ายเบี้ยไปถึงแค่อายุ 30 ปีเท่านั้น รับประกันว่าได้กินเงินปันผลกันยาวๆ ไม่ต้องกลัวว่าสัญญาจะขาด แถมในระหว่างนั้นยังมีข้อได้เปรียบด้านภาษี เรียกว่าประกันชีวิตมีข้อดีมากกว่าประกันสุขภาพอยู่มากเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตที่สามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ หรือจะเป็นประกันสุขภาพที่เน้นใช้เป็นค่าใช้จ่ายเมื่อต้องเข้าออกโรงพยาบาลในยามเจ็บป่วย ก็ควรศึกษาข้อมูลกันให้ดีว่าเลือกแบบไหนที่จะเหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด ส่วนใครอยากรู้จักประกันชีวิตจ่ายเบี้ยสั้นแต่คุ้มครองตลอดชีพแบบ iProtect S ก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมกันได้ที่ www.krungthai-axa.co.th/th/iprotect-s

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ