การลดหย่อนภาษีมีหลายตัวเลือกให้เราตามความเหมาะสม แต่ส่วนใหญ่ที่ได้รับความสนใจสำหรับบุคคลทั่วไป ไม่ต้องการศึกษาข้อมูลที่ซับซ้อนเข้าถึงได้ยาก ก็มักจะเป็นการเลือกทำประกัน โดยเฉพาะคนทำงานกินเงินเดือนที่ต้องจ่ายภาษีบุคคลธรรมดากันเป็นปกติอยู่แล้ว การลดหย่อนภาษีด้วยประกันต่างๆ มากมาย เป็นสิ่งที่ช่วยให้เรามีรายได้กลับมาคืนมา จ่ายภาษีน้อยลง เงินที่เหลือก็จะได้เอาไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ

แต่ก่อนที่จะเลือกตัดสินใจทำประกันสักตัวหนึ่ง เราก็ควรทำความเข้าใจก่อนว่า ประกันแต่ละประเภทมีสิทธิลดหย่อนภาษีได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งตามกฎหมายแล้วจะขึ้นอยู่กับเบี้ยประกันที่ต้องจ่าย ทำให้บางคนเกิดความเข้าใจผิด ซื้อประกันมาเพราะหวังผลเพียงแค่ลดหย่อนภาษีอย่างเดียว กลายเป็นว่าไม่คุ้มค่ากับค่าเบี้ยที่ทำไป เพราะความคุ้มครองที่ไม่สัมพันธ์กับการดำเนินชีวิต ดังนั้นเราลองมาดูทางเลือกดีๆ ในการเลือกซื้อประกันให้คุ้มค่า แถมยังช่วยลดหย่อนภาษีได้ชัวร์ๆ อีกด้วย

ความเข้าใจง่ายๆ ทำประกันแบบไหนลดหย่อนภาษี

เพื่อความเข้าใจง่ายสุดสำหรับคนที่เป็นมือใหม่หัดลดหย่อนภาษี เพิ่งเริ่มมีรายได้จากเงินเดือนเป็นของตัวเอง ต้องบอกก่อนว่าแม้บางคนจะทำงานมานาน แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องความเข้าใจในการลดหย่อนภาษีอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นพวกคำถามอย่าง ต้องเป็นประกันประเภทไหนดี? ประกันที่เอาไปลดหย่อนภาษีได้ทำให้พ่อแม่จะได้ไหม? หรือความเข้าใจในการคำนวณภาษีที่ยังงงๆ เอามือกุมขมับกันอยู่ ซึ่งใช่ว่าประกันภัยอะไรก็ได้ที่เอาไปใช้ได้ แต่ต้องเป็นประกันที่อยู่ในเงื่อนไขของสรรพากร คือเป็นประกันสัญญาหลัก เช่น ประกันตลอดชีพ, ประกันแบบบำนาญ หรือสะสมทรัพย์

การทำประกันยังสามารถทำในชื่อตัวเอง และของพ่อแม่ได้ ทั้งหมดสามารถนำมาใช้เป็นตัวช่วยลดหย่อนภาษีได้ทั้งสิ้น นอกเหนือจากนี้ข้อกำหนดว่าจะสามารถยื่นขอได้ ต่อเมื่อรูปแบบประกันที่เลือกมีระยะคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เงินคืนที่ได้มาจะไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันสะสม และการลดหย่อนก็จะจ่ายตามเบี้ยจริง ไม่เกิน 100,000 บาท ในส่วนนี้ก็จะมีวิธีการคำนวณที่ถูกต้อง เราก็จะได้ทราบว่า จะได้เงินคืนจากภาษีเท่าไหร่นั่นเอง

ความเข้าใจผิดๆ ในการลดหย่อนภาษีด้วยประกันภัย

เปิดประตูสู่ความเข้าใจการทำประกันเพื่อลดหย่อนภาษี อย่าเพิ่งไปโฟกัสว่าจะทำประกันทุกอย่างให้คุ้ม จะได้เอาไปยื่นขอคืนเงินได้ ความคิดแบบนี้ผิดถนัด! เพราะความเข้าใจผิดคิดว่าประกันภัยทุกชนิดจะเอาไปใช้ลดหย่อนได้นั้นไม่ใช่ซะแล้ว อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่ามันจะต้องเป็นประกันที่เป็นสัญญาหลัก พวกบำนาญ ตลอดชีพ อะไรพวกนี้ ซึ่งหมายถึง ประกันสุขภาพ และประกันอุบัติเหตุที่ทำไว้ ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เพราะอยู่ในรูปของอนุสัญญาเพิ่มเติม

ประกันที่สามารถนำไปใช้ได้ ตอบแบบรวมๆ ก่อนเลยก็คือ “ประกันชีวิต” และต้องมีระยะคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 10 ปี คนที่ไม่แน่ใจ ลองอ่านในกรมธรรม์ว่ามีลายลักษณ์อักษรระบุเอาไว้ชัดๆ เลยไหมว่า สามารถลดหย่อนภาษีได้ตามกฏหมาย อันนี้ก็สบายใจได้เลยว่าสามารถนำไปใช้ได้แน่นอน

แต่สำหรับใครทำประกันสุขภาพไปแล้วเพื่อการนี้โดยเฉพาะ แม้จะไม่สามารถเอาเบี้ยไปลดหย่อนภาษีได้ก็ตาม แต่สามารถนำเบี้ยประกันในส่วนที่ชำระเพื่อคุ้มครองชีวิตไปลดหย่อนได้

ข้อควรรู้ในการทำประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี

เมื่อเราทราบแล้วว่า ประกันชีวิตคือประกันที่สามารถนำเอาไปใช้งานได้ และต้องมีความคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป จะมีการแบ่งประเภทลดหย่อนภาษีออกเป็น 2 รูปแบบด้วยกัน คือ

  1. ประกันชีวิตตลอดชีพ จะสามารถลดหย่อนภาษีตามเบี้ยประกันที่จ่ายจริงในแต่ละปีได้สูงสุด 100,000 บาท
  2. ประกันชีวิตบำนาญ จะให้มูลค่าลดหย่อนมากกว่า เพราะได้สูงสุดอยู่ที่ 200,000 บาท แต่ต้องเป็นจำนวนเงินไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้แบบ “พึงประเมิน” ด้วย

หลักในการซื้อประกันชีวิตให้คุ้มค่า พร้อมประโยชน์เน้นๆ

มือใหม่ควรรู้ว่าจะซื้อประกันแค่ไหนถึงจะไม่เดือดร้อนตัวเอง และอยู่ในระดับที่ให้ผลประโยชน์ครอบคลุม ไม่ใช่เน้นซื้อเพื่อลดหย่อนภาษีเพียงอย่างเดียว แต่ให้มองไปถึงอนาคตกันเลยทีเดียวว่า การทำประกันชีวิต ก็ควรดูสถานภาพตัวเองด้วยว่า ตอนนี้เป็นหัวหน้าครอบครัว มีภาระต้องดูแล แนะนำเป็นการทำประกันชีวิตตลอดชีวิต เบี้ยประกันอยู่ที่ร้อยละ 10-15 ของรายได้ ถือว่ากำลังดี แต่ใครที่อยากซื้อเพื่อเงินปันผล อยากออมเงินด้วย ก็ซื้อเป็นแบบประกันออมทรัพย์ในตัว และไม่ควรซื้อเกินร้อยละ 20 ของรายได้ เพื่อป้องกันปัญหาการเงินตามมาในระยะยาว

สำหรับประโยชน์ที่เราจะได้รับนอกจากความคุ้มครองด้านชีวิตของประกัน แน่นอนว่าเมื่อนำไปยื่นลดหย่อนภาษีได้ก็เท่ากับได้ความประหยัดไปในตัว จากปกติทำประกันธรรมดาก็ยังต้องจ่ายภาษีเต็มจำนวนอีก แต่พอเลือกทำประกันชีวิตด้วย กลับได้ทั้งความคุ้มครอง และมีเงินคืนกลับมาทุกปี ถือว่าประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้ส่วนหนึ่ง ส่วนเบี้ยประกันสุขภาพของพ่อแม่ สามารถนำมาลดหย่อนได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นประกันชีวิตอย่างที่เข้าใจกันไปตอนแรก เพียงแค่การขอลดหย่อนจะได้ไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งพ่อกับแม่จะต้องมีรายได้ไม่เกิน 60,000 บาทด้วย จึงจะยื่นขอลดหย่อนภาษีได้

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ