การค้ำประกันคือความสัมพันธ์ที่เกี่ยวโยงกับเรื่องของหนี้สินและการสร้างหลักประกันให้ตนเองหรือใครสักคนหนึ่ง โดยที่เราอาจมีหน้าที่เป็นคนค้ำประกันหรืออาจจะเป็นคนที่ไปขอผู้อื่นให้ค้ำประกันความน่าเชื่อถือให้ การค้ำประกันเป็นเรื่องที่จะต้องรอบคอบหากคุณทำหน้าที่เป็นผู้ค้ำ เพราะเสี่ยงที่ลูกหนี้อาจผิดสัญญาไม่ยอมจ่ายหนี้ ตามสัญญาแล้วผู้ที่ทำหน้าที่เซ็นค้ำประกัน จะต้องก้มหน้ารับหน้าที่ในการจ่ายหนี้แทนไปแบบเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ จึงเกิดกฎหมายค้ำประกันขึ้นมา เพื่อให้การทำสัญญาสมบูรณ์แบบ ไม่ถูกเอาเปรียบจากคนกู้ หรือแม้กระทั่งผู้ค้ำที่อาจหนีหายไม่ยอมรับผิดชอบไปด้วยหากใครที่จะเซ็นค้ำให้คนรู้จักสักคน อาจจะต้องคิดให้รอบครอบมากๆ เมื่อเกิดผิดพลาด ลูกหนี้ตุกติก กฎหมายค้ำประกันก็ยังจะย้อนมาเล่นงานคนค้ำอยู่ดี

เข้าใจแบบรวบรัดกับกฎหมายค้ำประกันที่ผู้กู้และผู้ค้ำต้องรู้

เราคงไม่อธิบายกันเป็นภาษากฎหมายที่เข้าใจยาก เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดทั้งในแง่ของผู้ค้ำประกันและผู้กู้ ซึ่งล้วนมีความผูกพันกันตามกฎหมายค้ำประกันด้วยกันทั้งสิ้น เมื่อการค้ำประกันคือการทำสัญญาสร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าหนี้รูปแบบหนึ่ง เมื่อลูกหนี้ไม่ยอมชำระหนี้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นหนี้ใดๆ ก็ตาม เช่น หนี้ค่าซื้อสินค้า หนี้กู้ยืม หนี้ก่อสร้าง หนี้การศึกษา เป็นต้น กฎหมายการค้ำประกันก็จะเข้ามาเล่นงานกับผู้ค้ำประกันเอาได้ หากไม่สามารถตามตัวลูกหนี้ให้เข้ามาไกล่เกลี่ยได้

ผู้ค้ำประกันกับความผูกพันตามตามกฎหมายค้ำประกัน

ลักษณะของกฎหมายค้ำประกัน จะถือว่าเป็นกฎหมายทางแพ่งและพาณิชย์ ความเข้าใจทางกฎหมายของการค้ำก็คือ สัญญาที่บุคคลนอกทำการค้ำประกันว่าจะรับผิดชอบชำระหนี้แทนลูกหนี้ที่ไม่ยอมชำระหนี้ตามกำหนด

การค้ำประกันสามารถเป็นการค้ำได้ทั้งโดยใช้บุคคลหลายๆ คนเข้าผูกพันกันเจ้าหนี้หรือบางแห่งก็สามารถใช้บุคคลเดียวเป็นผู้ค้ำได้เช่นกัน การค้ำประกันเป็นกลุ่ม นั่นหมายถึงการทำหน้าที่รับผิดชอบลูกหนี้ด้วยกันทั้งหมด อย่างไรก็ตามในปัจจุบันกฎหมายค้ำประกัน มีการเปลี่ยนแปลงให้ความเป็นธรรมกับผู้ค้ำขึ้นมาบ้าง แม้สัญญาจะยังผูกพันอยู่กับผู้ค้ำก็ตาม ผู้ค้ำประกันจะมีสิทธิแจ้งให้เจ้าหนี้เรียกลูกหนี้มาชำระเงินก่อนหรือใช้วิธีบังคับเอาทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อน

การเขียนสัญญาตามหลักกฎหมายค้ำประกัน จะต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจนลงในสัญญาค้ำประกัน มีทั้งการค้ำประกันหนี้เพียงบางส่วนหรือทำหน้าที่รับผิดชอบทั้งหมดเช่นเดียวกับลูกหนี้ ซึ่งเรียกว่า “ลูกหนี้ร่วมกัน” จะถูกเขียนระบุลงไปตามความประสงค์ การร่วมรับผิดชอบร่วมกันเช่นนี้ต้องระมัดระวังในกลุ่มคนค้ำ อ่านข้อมูลให้ละเอียดภายในสัญญาให้ดีก่อนตัดสินใจ เพราะหากมีการเขียนว่าผู้ค้ำต้องร่วมรับผิดชอบกับลูกหนี้ อาจส่งผลให้ตัวเองเดือดร้อนในอนาคตและอย่าลืมสิทธิของผู้ค้ำประกันในการไล่เบี้ยเอาคืนลูกหนี้ในสัญญา จะได้เข้าใจว่าหากเกิดปัญหาจะต้องทำตามกฎหมายค้ำประกันอย่างไรให้ตัวเองเดือดร้อนน้อยที่สุด

เข้าใจความรับผิดชอบของ “ผู้ค้ำประกัน” ตามกฎหมายค้ำประกัน

ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อนฝูง ไปจนถึงคนใกล้ชิด ไม่ว่าจะสำคัญแค่ไหน การค้ำประกันก็ทำให้เกิดความเสี่ยงด้วยกันทั้งสิ้น เพราะมันคือหน้าที่รับผิดชอบที่อยู่ดีๆ ตัวเองต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง เข้ากับสำนวนเนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง ได้แต่เอากระดูกมาแขวนคอ การรับผิดชอบตามกฎหมายค้ำประกันจะมีขอบเขตจำกัดเอาไว้ตามที่ระบุในสัญญา แต่บางกรณีก็ไม่มีการจำกัดความผิดชอบ ส่งผลให้เกิดความเสียหายมากน้อยอย่างไร ผู้ค้ำประกันก็ต้องทำหน้าที่รับผิดชอบแทน

ดังนั้นหากเจ้าหนี้ฟ้อง เรียกร้องให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้แทนลูกหนี้ ความรับผิดชอบดังกล่าวจะเกิดขึ้นทันทีตามกฎหมายค้ำประกัน การชำระที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะชำระด้วยความสมัครใจหรือเกิดจากการบังคับตามข้อพิพากษา ผู้ค้ำมีสิทธิที่สามารถเรียกเอาเงินชำระที่ผ่อนให้เจ้าหนี้แทน ไปเรียกคืนจากลูกหนี้ได้ตามความเสียหายที่เกิดขึ้น เหมือนกับการรับช่วงต่อเป็นเจ้าหนี้มาอีกทีได้ แต่ก็หาใช่เรื่องง่ายที่จะตามไล่บี้ลูกหนี้ที่ไร้ความรับผิดชอบแบบนี้ กลายเป็นเสียทั้งเงิน ทั้งเวลา และความสภาพจิตใจของตัวเองตามมา

ลูกหนี้หนีหนี้ ผู้คำประกันจะพ้นความรับผิดชอบเมื่อใด?

การพ้นความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกันตามกฎหมายค้ำประกันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อหนี้ของลูกหนี้ถูกชำระไปจนหมดหรือมีการระงับไป แต่ก็ต้องเข้าใจให้ตรงกันด้วยว่า หากหนี้ของลูกหนี้ยังมีอยู่ นั่นเท่ากับว่าผู้ค้ำประกันก็ยังไม่พ้นจากหน้าที่ๆ ต้องรับผิดชอบ แต่จะมีส่วนที่ช่วยให้พ้นจากสถานะดังกล่าวได้ คือ

  1. เจ้าหนี้มีการผ่อนผันเวลาในการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ เป็นการยืดเวลาของผู้ค้ำประกัน โดยอาจมีการแจ้งระบุในสัญญาว่าผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดชอบเพียงแค่ส่วนใดบ้าง และมีส่วนไหนที่ไม่ต้องรับผิดชอบบ้าง การระบุขอบเขตดังกล่าวจะต้องแจ้งเอาไว้ในสัญญาให้ชัดเจน ผู้ค้ำประกันก็จะหลุดพ้นจากความรับผิดชอบดังกล่าวไปได้
  2. กรณีที่ถึงเวลาชำระหนี้แล้วลูกหนี้ไม่มาชำระตามกำหนด หากผู้ค้ำประกันจะทำการจ่ายหนี้แทนให้ ทว่าเจ้าหนี้ไม่ยอมรับการชำระในส่วนนี้ นั่นก็เท่ากับว่าผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดชอบไปได้

จะเห็นได้ว่าการค้ำประกันเป็นเรื่องของความเสี่ยงในหลายๆ ทาง ด้วยหลักกฎหมายค้ำประกัน จึงเป็นตัวช่วยให้เจ้าหนี้มั่นใจได้ว่าตัวเองจะไม่ถูกคดโกง แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ที่จะทำหน้าที่ค้ำประกันก็ต้องพิจารณาทุกอย่างให้ถี่ถ้วน ทั้งนิสัยใจคอของลูกหนี้ สินทรัพย์ที่พอจะหาได้จากลูกหนี้ในกรณีเกิดเหตุหนีหนี้ขึ้นมา รวมทั้งข้อมูลอื่นๆ อีกมาย เพื่อป้องกันความเดือดร้อนกับปัญหาที่ตัวเองไม่ได้ก่อ แต่ต้องมานั่งรับผิดชอบเพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาดตามมา อย่างไรก็ตามต้องก้มหน้ารับหน้าที่ในฐานะผู้ค้ำ รับผิดชอบกันไปตามกฎหมายค้ำประกันที่ระบุเอาไว้อย่างชัดเจน

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ