อาชีพฟรีแลนซ์เป็นหนึ่งในอาชีพที่คนยุคปัจจุบันหันมายึดเป็นอาชีพกันมากขึ้น เนื่องจากความอิสระในการทำงานที่สามารถเลือกเวลาทำงานเองได้ ลักษณะงานไม่ใช่งานประจำที่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน เลือกบริหารงานได้ตามสไตล์ที่เราชอบใจ เลือกทำในสิ่งที่ชอบ รัก และถนัดได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังได้แสดงความสามารถแบบสุด ๆ ไปเลย ฟรีแลนซ์หลายคนหากมีการบริหารเวลาและการเลือกรับงานดี ๆ แล้วล่ะก็ รายได้อาจสูงกว่าคนทำงานประจำด้วยซ้ำไป อีกทั้งไม่ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ แถมยังใช้เวลาทำงานน้อยกว่าด้วย เรียกได้ว่า สบายทั้งกายและใจเลยล่ะ

อย่างไรก็ตาม ภายใต้อิสระและความสบายนั้นเอง อาชีพฟรีแลนซ์ก็เป็นหนึ่งในอาชีพที่ถือว่าไม่แน่นอน ต่อให้เก่งกาจหาเงินได้มากสักแค่ไหน แต่ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่ทุกบริษัทมีงานลดน้อยถอยลงเมื่อไรแล้ว รายได้ของฟรีแลนซ์ก็ย่อมถูกกระทบกระเทือนก่อนเป็นอันดับแรก เพราะลักษณะการจ้างงานไม่ได้ผูกมัดเหมือนกับงานประจำ ง่าย ๆ ก็คือ มีงานก็มีเงิน ไม่มีงานก็ไม่มีเงิน ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่หากอยากมีความมั่นคง ก็คงเลือกงานมากไม่ได้เท่าใดนัก สิ่งสำคัญคือ ห้ามเหนื่อย ห้ามพัก เพราะเหนื่อยหรือพักเมื่อใด นั่นหมายถึงรายได้ที่หดหายไปด้วยทันที

ด้วยความไม่แน่นอนของรายได้ฟรีแลนซ์อย่างที่กล่าวมาข้างต้น จึงทำให้ฟรีแลนซ์จำเป็นที่จะต้องบริหารงาน บริหารเวลา และบริหารเงินเป็นอย่างดี ช่วงมีงานมากก็ไม่ใช่ใช้มากเสียจนเงินหมด ควรรู้จักแบ่งเงินไว้สำหรับเก็บออมและลงทุน เพื่อให้มีสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน มีคนแนะนำว่าฟรีแลนซ์ควรมีเงินเก็บสำรองไว้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่าค่าใช้จ่าย 3-6 เดือน เพื่อเผื่อไว้ช่วงงานหดนี่เอง เพราะค่าใช้จ่ายบางอย่างก็เป็นค่าใช้จ่ายประจำที่เราจะประหยัดหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้เสียด้วย เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนคอนโด ค่าผ่อนรถยนต์ เป็นต้น แต่หากมีการวางแผนและบริหารเงินเป็นอย่างดี อาชีพฟรีแลนซ์ก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สร้างความมั่นคงให้แก่เราได้เหมือนกัน

หนึ่งในเรื่องที่ทำให้ฟรีแลนซ์บริหารจัดการเรื่องเงินได้ไม่ง่ายนัก คือ เรื่องการเจ็บป่วยที่ไม่เข้าใครออกใคร ไม่ว่าจะเพศใด อาชีพใดก็มีโอกาสเจ็บป่วยได้เหมือน ๆ กัน แต่ฟรีแลนซ์จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องการเจ็บป่วยมากกว่าอาชีพอื่น ๆ เนื่องจากคนทำงานประจำส่วนใหญ่จะมีสวัสดิการในการรักษาพยาบาล อย่างข้าราชการก็จะมีสวัสดิการเรื่องการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลรัฐบาลฟรีอยู่แล้ว หรือหากเป็นการทำงานประจำกับบริษัทเอกชนก็จะมีสวัสดิการรักษาพยาบาลกับประกันสังคม รวมถึงการประกันสุขภาพแบบกลุ่มที่บริษัทใหญ่ ๆ หลายแห่งมักเลือกทำให้แก่พนักงานเพื่อเป็นสวัสดิการเพิ่มเติมด้วย

ซึ่งอาชีพฟรีแลนซ์ไม่มีสวัสดิการรักษาพยาบาลต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะเราไม่ได้มีสังกัดเหมือนกับคนทำงานอื่น ๆ  แต่เราสามารถสร้างสวัสดิการการรักษาพยาบาลในยามเจ็บป่วยให้แก่ตัวเองได้ด้วยการทำประกันสุขภาพ การทำประกันสุขภาพเป็นการวางแผนการเงินสำหรับโอกาสในการเจ็บป่วยได้เป็นอย่างดี สิ่งที่ไม่แน่นอนอย่างเรื่องเจ็บป่วย หากเกิดขึ้นเมื่อไรก็จำต้องเสียทั้งเงินเสียทั้งงาน ยิ่งปัจจุบันค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลนั้นสูงขึ้นมาก อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ดังนั้น การเลือกจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพเป็นจำนวนเงินที่แน่นอนเพื่อซื้อความเสี่ยงจากอาการป่วยต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับเราเมื่อไรก็ได้นั้น จะช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายลงไปได้มากทีเดียว

นอกจากเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่สูงมากแล้ว เมื่อเจ็บป่วย แน่นอนว่าฟรีแลนซ์ต้องหยุดพักรักษาตัวละไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ซึ่งนั่นทำให้ขาดรายได้ไปอีกมากโข ไหนจะต้องเสียทั้งเงิน ไหนจะต้องเสียทั้งงาน ต่างจากคนทำงานประจำที่เมื่อป่วยก็มีสวัสดิการรักษาพยาบาล นอกจากนั้นพนักงานยังมีวันลาหยุดได้อีก 30 วันต่อปีโดยที่ยังได้รับเงินเดือนตามปกติ ดังนั้น ฟรีแลนซ์จึงจำเป็นต้องสร้างรายได้อย่างมั่นคงในยามเจ็บป่วยด้วยการซื้อสัญญาเพิ่มเติมชดเชยรายได้พ่วงไปกับการประกันสุขภาพด้วย เมื่อต้องหยุดพักรักษาตัวเมื่อไร บริษัทประกันจะชดเชยรายได้ให้ตามวงเงินที่เราซื้อประกันไว้ เช่น วันละ 500 บาท หรือ 1,000 บาท เป็นต้น

การซื้อประกันสุขภาพและสัญญาเพิ่มเติมชดเชยรายได้ไว้จะทำให้อาชีพฟรีแลนซ์สามารถป่วยได้แบบสบายหายห่วง “ฟรีแลนซ์ ห้ามเหนื่อย ห้ามพัก แต่ป่วยได้ สบาย ๆ”

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ