เนื่องจากปัจจุบันนี้ ล้วนมีสิ่งของที่ล่อตาล่อใจมากมาย แม้จะไม่มีความจำเป็นก็ตาม แต่หลายคนก็เผลอควักเงินในกระเป๋าจ่ายไปเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมาครอบครองโดยไม่รู้ตัว แถมยังติดนิสัยการช็อปปิ้งใช้จ่ายแบบฟุ่มเฟือยจนยากเกินจะแก้ไขอีกด้วย ดังนั้น ในบทความนี้จึงรวบรวม 10 วิธี ที่จะจัดการกับปัญหาการเสพติดการช็อปปิ้งมาแนะนำ รับรองว่าให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจแน่นอน

1.ตั้งงบประมาณสำหรับการช็อปในแต่ละเดือน
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการใช้จ่ายที่เกินตัวและฟุ่มเฟือยมากเกินไป ควรกำหนดงบประมาณสำหรับการช็อปปิ้งที่จะใช้จ่ายในแต่ละเดือนให้ชัดเจน และพึงระลึกอยู่เสมอว่า ห้ามนำเงินในส่วนอื่น ๆ มาใช้ในการช็อปปิ้งเด็ดขาด แม้ว่าเงินที่เตรียมไว้เพื่อการช้อปจะหมดตั้งแต่ต้นเดือนก็ตาม ซึ่งเงินในส่วนของการช็อปนั้น แนะนำให้หักไว้ที่ประมาณ 10% – 20% ของรายได้ในแต่ละเดือน เพื่อไม่ให้กระทบต่อรายจ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นด้วย

2.จ่ายสด งดผ่อน
หลายคนชอบซื้อสินค้าด้วยการผ่อน เพราะจ่ายเพียงไม่กี่บาทก็สามารถนำสินค้ามาใช้ได้ทันที แล้วค่อยผ่อนจ่ายที่เหลือภายหลัง ซึ่งการซื้อของแบบนี้ อาจมีข้อดีตรงที่ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนโตและผ่อนชำระเพียงเดือนละไม่กี่บาทเท่านั้น แต่อย่าลืมว่าการผ่อนจ่ายสินค้าจะต้องมีดอกเบี้ยด้วยเสมอ ทำให้จากสินค้าราคาแค่ 4,000 บาท อาจต้องจ่ายเป็น 6,000-7,000 บาท หากคำนวณส่วนต่างแล้วจะพบว่าเป็นจำนวนเงินไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นควรซื้อสินค้าในราคาสดจะดีกว่า

3.อย่าให้ความเสียดายอยู่เหนือเหตุผล
หลายคนมักจะซื้อของเพียงเพราะความเสียดาย เนื่องจากอยู่ในช่วงโปรโมชั่นที่มีการลดแลกแจกแถม จึงไม่อยากให้โอกาสดี ๆ แบบนี้หลุดมือไป แม้ว่าของสิ่งนั้นจะไม่ได้มีความจำเป็นเลยก็ตาม ซึ่งนิสัยแบบนี้เองที่ทำให้เกิดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยโดยไม่รู้ตัว เพราะบางครั้งสิ่งของที่ซื้อมาก็นำมาเก็บไว้เฉย ๆ โดยไม่ได้ใช้จนหมดอายุ สุดท้ายก็กลายเป็นการสูญเสียเงินไปอย่างเปล่าประโยชน์ ดังนั้น การเลือกซื้อของทุกครั้ง อย่าปล่อยให้ความเสียดายอยู่เหนือเหตุผล ควรถามตัวเองก่อนว่าเมื่อซื้อไปแล้วจะได้ใช้หรือไม่ มีความจำเป็นมากแค่ไหน ไม่ใช่ซื้อเพื่อนำไปเก็บไว้เท่านั้น

4.ทำกิจกรรมอื่น ๆ แทนการช็อปปิ้ง
ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือเวลาว่างหลังเลิกงาน ลองเปลี่ยนจากการช็อปปิ้งมาเป็นการทำกิจกรรมอื่น ๆ แทน เช่น ไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ โดยเน้นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและไม่ใช่แหล่งช็อปปิ้ง ไม่ว่าจะเป็น ทะเล น้ำตก อุทยานแห่งชาติ เป็นต้น หรืออาจไปออกกำลังกายเพื่อความผ่อนคลาย ตามสวนสาธารณะก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและแก้ปัญหาติดช็อปได้ดีทีเดียว

5.อย่าตามเทรนต์จนเกินไป
การตามเทรนต์เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลายคนติดช็อปและใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น ปัจจุบัน มีสินค้าแฟชั่นอินเทรนต์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้าแฟชั่น กระเป๋าแบรนด์เนม รองเท้าแฟชั่นสุดหรู หรือสินค้าแฟชั่นอื่น ๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีราคาแพง ฉะนั้น หากไม่อยากเสียเงินไปอย่างเปล่าประโยชน์ จงอย่าตามเทรนต์จนเกินไป แค่เสื้อผ้า กระเป๋าและรองเท้าแบบธรรมดา ราคาถูก ก็สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและดูดีไม่แพ้กัน

6.จดรายการก่อนไปซื้อของ
เพื่อแก้ปัญหาการเพลิดเพลินกับการช็อปปิ้งเกินไป ควรจดรายการของที่ต้องซื้อทุกครั้ง เพื่อตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในการช็อปและให้บอกกับตัวเองเสมอว่าห้ามซื้อสินค้าอื่น ๆ นอกเหนือจากรายการที่จดไปเด็ดขาด สำหรับวิธีนี้เพื่อให้เกิดผลดีจะต้องมีวินัยพอสมควร บังคับจิตใจไม่ให้เผลอไผลไปกับของล่อตาล่อใจ แต่หากกลัวทำไม่ได้ แนะนำให้พกเงินติดกระเป๋าไปแบบพอดีกับค่าสินค้าที่ต้องการซื้อ วิธีนี้จะช่วยให้ตัดใจจากสินค้าอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย เพราะเงินไม่พอซื้อนั่นเอง

7.ปิดบัตรเครดิตทุกใบ
บัตรเครดิตเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลายคนติดการช็อปปิ้งแบบกระหน่ำ เพราะไม่ต้องมีเงินติดกระเป๋าก็สามารถรูดซื้อสินค้าได้อย่างง่ายดาย และสามารถใช้เพื่อการผ่อนสินค้าบางอย่างได้อีกด้วย ซึ่งความสะดวกสบายในการใช้จ่ายแบบนี้นี่เอง จึงทำให้หลายคนเริ่มติดนิสัยการใช้จ่ายแบบฟุ่มเฟือยและช็อปปิ้งโดยไม่สนใจว่ายอดบัตรเครดิตจะพุ่งสูงมากแค่ไหน ดังนั้น มาแก้ปัญหาที่ต้นเหตุด้วยการปิดบัตรเครดิตทุกใบเลยดีกว่า แล้วคุณจะช็อปปิ้งน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

8.หยุดใช้ชีวิตหรูหราตามเพื่อน
คนเรามีต้นทุนชีวิตที่ต่างกัน ดังนั้นไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตจึงแตกต่างกันไปด้วย ซึ่งหากใครพยายามที่จะใช้ชีวิตหรูหราตามเพื่อนทั้ง ๆ ที่ฐานะทางการเงินของตนเองมีแค่พอใช้เท่านั้น แน่นอนว่าปัญหาการเงินจะต้องเกิดขึ้น โดยเฉพาะปัญหาเงินไม่พอใช้ตลอดเดือน เพราะฉะนั้นเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ควรหยุดใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยไปตามเพื่อนและกำหนดไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเองซึ่งมีความสมดุลกับสภาพทางการเงินมากที่สุด

9.ให้เพื่อนคอยเตือนสติเสมอ
การมีเพื่อนคอยเตือนสติอยู่เสมอ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดการติดช็อปและแก้นิสัยใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เพราะทุกครั้งที่จะใช้จ่ายไปกับสิ่งของที่ไม่จำเป็นและราคาแพงมากเกินไป มักจะมีเพื่อนคอยย้ำเตือนอยู่ตลอด อย่างไรก็ตาม การเลือกเพื่อนที่จะทำหน้าที่ในการเตือนสติตนเองนั้น จะต้องเป็นเพื่อนที่ไม่มีนิสัยติดช็อปเหมือนกัน หากเป็นเพื่อนที่มีนิสัยตระหนี่และรู้จักประหยัดก็จะยิ่งดีมากทีเดียว

10.กำหนดเป้าหมายในอนาคต
การกำหนดเป้าหมายในอนาคต เป็นการสร้างแรงจูงใจเพื่อดึงความสนใจของตนเองไปยังอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจกว่า เช่น ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเก็บเงินซื้อรถเป็นของตัวเองสักคัน ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาและเงินออมมากพอสมควร หากอยากได้รถเร็ว ๆ ก็จำเป็นต้องเก็บเงินในแต่ละเดือนให้มากขึ้น และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการแก้นิสัยการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและการติดช็อป เพราะสมองจะสั่งการให้นำเงินส่วนใหญ่มาเก็บออมมากกว่าการใช้จ่ายออกไปนั่นเอง

แค่ 10 วิธีเหล่านี้ก็สามารถเปลี่ยนให้คุณเป็นคนที่รู้จักประหยัดและใช้จ่ายเงินอย่างรู้คุณค่ามากขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณมีเงินเหลือใช้ในแต่ละเดือนมากกว่าเดิมนั่นเอง และในอนาคตอาจมีเงินเก็บออมจนเป็นที่น่าพอใจอีกด้วย เพราะฉะนั้น หากใครที่รู้ตัวว่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากเกินไป และเสพติดการช็อปปิ้งจนเป็นนิสัย ลองทำตาม 10 วิธีเหล่านี้ดู รับรองว่าจะช่วยจัดการกับนิสัยแย่ ๆ ได้อย่างแน่นอน

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ