คำว่าอิสรภาพ เป็นคำที่ให้ความรู้สึกที่ดี ปลอดโปร่ง โล่ง สบาย อยากทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องถูกจำกัด เช่นเดียวกันกับอิสรภาพทางการเงิน ซึ่งเป็นเป้าหมายในชีวิตของใครหลายคน ชีวิตของเราจะไม่ถูกจำกัดด้วยเรื่องเงินอีกต่อไป ชีวิตจะดีสักแค่ไหน หากเราไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน ลองนึกภาพว่าเราจะมีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแบบสบาย ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่ต้องทำงาน และสิ่งนี้เอง ทำให้คนเป็นจำนวนมากต่างพยายาม ตั้งใจ มุ่งมั่น และขยันในวันนี้เพื่อเป็นบันไดพาเราไปสู่อิสรภาพทางการเงินอย่างที่ใฝ่ฝันไว้ในวันข้างหน้า

เมื่อเป้าหมายของเราคืออิสรภาพทางการเงิน เราต้องมีตัวชี้วัดที่บ่งบอกถึงสถานะทางการเงินของเราได้ว่า มันเข้าใกล้ หรือถึงจุดที่เรียกว่า มีอิสรภาพทางการเงินได้หรือยัง หากนึกถึงชีวิตที่สุขสบาย กล่าวง่าย ๆ คือ ไม่ต้องทำงานแต่กลับก็มีเงินใช้เลือหลาย เราจะนึกถึงชีวิตของคนรวย คนที่มีรายได้หรือทรัพย์สินมาก ๆ หรือคนที่เราเรียกว่า คนที่มีความมั่งคั่งนั่นเอง

Financial freedomคราวนี้มาถึงคำถามว่า แล้วความมั่งคั่งร่ำรวยของคนเราวัดจากอะไร? วัดจากเงินฝากธนาคาร วัดจากมูลค่าพอร์ตหุ้น หรือวัดจากมูลค่าของบ้านและที่ดิน? คำตอบคือถูกทุกข้อ คนที่มีเงินหรือมีรายได้ เมื่อนำรายได้นั้นไปซื้อทรัพย์สินไว้ ทรัพย์สินเหล่านั้นจะช่วยต่อยอดสร้างความมั่งคั่งให้แก่เราได้เป็นอย่างดี ตรงกันข้ามกับคนที่ทำงานมีรายได้ แล้วรายได้นั้นถูกนำไปใช้จ่ายประจำวันจนหมด จนไม่เหลือเงินไว้ซื้อทรัพย์สินที่สร้างความมั่งคั่งให้แก่เราได้

การวัดความมั่งคั่งจากทรัพย์สินนั้นจะต้องวัดจากทรัพย์สินสุทธิ หมายถึง ต้องนำทรัพย์สินทั้งหมดที่มี หักด้วยหนี้สินทั้งหมด เหลือทรัพย์สินอยู่เท่าไร จึงถือเป็นความมั่งคั่งที่แท้จริงของเรา ถ้าหักลบแล้วปรากฏว่าหนี้สินมีมากกว่าทรัพย์สิน จะเรียกว่าเป็นคนมั่งคั่งคงจะไม่ได้ นี่เป็นเหตุผลที่เราไม่อาจวัดได้จากสิ่งที่เราเห็นภายนอก ว่าคนที่มีบ้านใหญ่โต ขับรถยนต์คันหรู จะเรียกว่าเป็นคนรวยได้ เพราะเราไม่รู้ว่าเขามีหนี้หนักหนามากแค่ไหน

บันไดที่จะนำไปสู่อิสรภาพทางการเงินนั้น แบ่งออกเป็น 2 ขั้น

บันไดแรก ก่อนที่จะเป็นบันไดของความมั่งคั่ง เราต้องอยู่รอดให้ได้เสียก่อน ซึ่งเราจะใช้ “อัตราส่วนความอยู่รอด (Survival Ratio)” เพื่อวัดว่าเราอยู่รอดหรือไม่

อัตราส่วนความอยู่รอด =  (รายได้จากการทำงาน + รายได้จากทรัพย์สิน) / รายจ่าย

ถ้าอัตราส่วนความอยู่รอด >1 นั่นหมายถึง เราอยู่รอด เพราะรายได้จากการทำงานรวมกับรายได้จากทรัพย์สินเพียงพอสำหรับรายจ่าย ถ้าเท่ากับ 1 พอดี แปลว่าแค่เพียงพอ แต่ไม่มีเหลือเก็บ ถ้ายิ่งมากกว่า 1 เท่าไรจึงจะยิ่งดีเท่านั้น

ยกตัวอย่าง ทำงานประจำได้เงินเดือน 20,000 บาทต่อเดือน มีรายได้จากทรัพย์สินเป็นดอกเบี้ยจากเงินฝากธนาคารเดือนละ 500 บาท ดอกเบี้ยจากพันธบัตรรัฐบาลเดือนละ 500 บาท รวมรายได้จากการทำงาน และรายได้จากทรัพย์สินเดือนละ 21,000 บาท ถ้าเรามีรายจ่ายเดือนละ 20,000 บาท แสดงว่าเราอยู่รอดได้ เพราะมีรายได้รวมเพียงพอสำหรับใช้จ่าย อัตราส่วนความอยู่รอด > 1


แต่เมื่อพูดถึงความมั่งคั่งที่จะนำไปสู่อิสรภาพทางการเงิน เรากำลังหมายถึงเรามีเงินไว้ใช้จ่าย
โดยที่เราไม่ต้องทำงาน นั่นหมายความถึงรายได้จากทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว จะต้องเพียงพอสำหรับรายจ่ายของเรา และนี่เองจึงเป็นที่มาของบันไดที่สอง “อัตราส่วนความมั่งคั่ง (Wealth Ratio)” ที่เราจะใช้เป็นตัวชี้วัดว่า เรามีอิสรภาพทางการเงินแล้วหรือไม่

อัตราส่วนความมั่งคั่ง =  รายได้จากทรัพย์สิน / รายจ่าย

หากอัตราส่วนความมั่งคั่งของคุณ >1 แสดงว่า คุณมีอิสรภาพทางการเงินแล้ว เนื่องจากหมายถึง รายได้จากทรัพย์สินเพียงพอสำหรับรายจ่าย ทำให้อยู่ได้แบบสบายไม่ต้องทำงาน

หากนำตัวอย่างข้างต้นมาคิดอัตราส่วนความมั่งคั่ง เราจะเห็นว่า รายได้จากทรัพย์สินเพียงอย่างเดียวมีแค่ 1,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น ในขณะที่รายจ่ายเป็น 20,000 บาท จึงยังไม่ถือว่าเรามั่งคั่งและมีอิสรภาพทางการเงิน เพราะเราไม่สามารถหยุดทำงานได้ รายได้ส่วนใหญ่ยังคงมาจากการทำงาน

แต่ลองไปดูตัวอย่างนี้กัน ถ้าคุณมีทรัพย์สิน คือ คอนโดมีเนียมปล่อยเช่าได้เงินเดือนละ 30,000 บาท มีดอกเบี้ยจากเงินฝากธนาคารเดือนละ 5,000 บาท มีเงินปันผลจากกองทุนเดือนละ 2,000 บาท และมีเงินปันผลจากหุ้นอีกเดือนละ 3,000 บาท รายได้จากทรัพย์สินของคุณคือ 40,000 บาท หากว่าค่าใช้จ่ายต่อเดือนของคุณอยู่ที่ 35,000 บาทต่อเดือน นั่นหมายความว่าคุณมีอิสรภาพทางการเงินแล้ว เพราะอัตราส่วนความมั่งคั่ง 40,000 / 35,000 ให้ผลลัพธ์มากกว่า 1 คุณจะทำงานหรือไม่ทำงาน รายได้จากทรัพย์สินเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย คุณจึงมีสิทธิเลือกที่จะทำงานก็ได้ หรือจะหยุดทำงานเพื่อมีชีวิตในแบบที่เป็นก็ได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเงินอีกต่อไป

และนี่เป็นเทคนิคง่าย ๆ ในการพิจารณาตัวเองว่าคุณมีอิสรภาพการเงินหรือไม่ และต้องทำอย่างไรอิสรภาพทางการเงินจะมาสู่มือคุณ เพื่อความมั่งคั่งในชีวิตที่ทุกคนต่างปรารถนา

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ