หนุ่มสาวที่เพิ่งเข้าสู่วัยทำงานมักตื่นเต้นกับการมีรายได้เป็นของตัวเอง พวกเขาจะรู้สึกถึงอิสระในการใช้เงิน ซึ่งบัตรวิเศษที่เรียกว่าบัตรเครดิตจะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้จ่าย แต่พวกเขามักจะลืมบริหารการเงินของตนเองไป จนกว่าจะรู้สึกตัวอีกครั้ง เงินที่มีอยู่ในกระเป๋าก็หายไปหมดเสียแล้ว

วินัยการเงินเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ต้องเริ่มด้วยตนเอง

ถ้าคุณสามารถตั้งหลักตั้งสติในการใช้เงินได้เร็วเท่าไร ชีวิตย่อมก้าวไปสู่ความมั่นคงได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น สำหรับหนุ่มสาวที่เพิ่งมีรายได้เป็นของตนเอง การบริหารการเงินให้มีวินัยย่อมเป็นเรื่องที่คุ้นเคย แต่สามารถเริ่มต้นง่าย ๆ ได้ด้วยข้อปฏิบัติต่อไปนี้

บันทึกค่าใช้จ่าย

การบันทึกค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเป็นสิ่งแรกที่ควรเริ่มทำ สิ่งสำคัญคือ วินัย คุณต้องบังคับตนเองให้หมั่นบันทึก คุณจะค่อย ๆ ปรับตัวให้คุ้นชินกับการบันทึกค่าใช้จ่าย หากคุณกลัวว่าคุณไม่อาจจดจำการใช้เงินในแต่ละวันได้ เทคนิคง่าย ๆ คือ นำใบเสร็จชำระเงินของวันนั้นทั้งวันมาใช้ประกอบการบันทึก เพียงบันทึกทุกวันว่าใช้เงินไปเท่าไหร่ ก็จะทำให้คุณรู้จักรายจ่ายของตนเองมากขึ้นเท่านั้น

แยกประเภทค่าใช้จ่าย

การบันทึกค่าใช้จ่ายของตนเองบ่อย ๆ เป็นสิ่งที่ดี และสิ่งถัดไปที่ควรทำ คือ การแยกประเภทของค่าใช้จ่ายเพื่อดูว่าเงินของคุณหมดไปกับเรื่องใดมากที่สุด เขียนหรือวาดรูปลงสมุดบันทึก เช่น แบ่งออกเป็น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก และนำมาลำดับความสำคัญว่า ค่าใช้จ่ายใดสามารถปรับลดให้เหมาะสมได้บ้าง ลองสังเกตจากพฤติกรรมของตนเองเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น ค่าเช่าที่พักอาจปรับลดไม่ได้ แต่ค่าอาหารที่แม้จะเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็ถือเป็นรายจ่ายที่สามารถบริหารให้ดีได้ เป็นต้น

เปิดบัญชีเงินฝากตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ

แบ่งสัดส่วนเงินเดือนหรือรายได้ออกตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ให้ชัดเจน คุณสามารถแบ่งสัดส่วนได้ตามใจ หรือแบ่งสัดส่วนเงินตามลำดับความสำคัญของแต่ละเรื่องในระดับที่เราสบายใจและสามารถปฏิบัติตามได้ ซึ่งสัดส่วนเหล่านี้ปรับได้เรื่อย ๆ ตามเป้าหมายของคุณ ตัวอย่างวัตถุประสงค์หลัก ๆ ที่ผู้คนมักให้ความสำคัญมีดังต่อไปนี้

  • เงินสำหรับการออม แบ่งเงินส่วนนี้เป็นเงินสำหรับการเก็บระยะยาว ไม่มีการเบิกถอนมาใช้ใด ๆ ทั้งสิ้น
  • เงินสำหรับการลงทุน เงินส่วนนี้เป็นเงินที่คล้ายกับการเก็บออกมากที่สุด ต่างกันตรงที่ เก็บไว้เฉย ๆ ปลอดภัย ไร้ความเสี่ยง กับนำเงินมาทำให้งอกเงยเพิ่มขึ้นในระดับความเสี่ยงที่รับได้ ซึ่งการลงทุนในปัจจุบัน มีตัวเลือกให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในกองทุนที่ได้รับความนิยม แม้ว่าผลตอบแทนอาจไม่ได้สูงจนน่าตกใจ แต่ย่อมสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์แน่นอน
  • เงินสำหรับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน หรือที่มักเรียกกันว่า Fixed Cost ค่าใช้จ่ายประจำที่ต้องจ่ายแน่ ๆ เช่น ค่าน้ำมันรถ ค่ารถไฟฟ้า ค่าเช่าที่จอดรถ ค่าเช่าห้องพัก/คอนโด ค่าโทรศัพท์ ไปจนถึงค่าน้ำค่าไฟ
  • เงินสำหรับชอปปิง/ท่องเที่ยว/จิปาถะ เงินส่วนนี้กล่าวง่าย ๆ คือ แบ่งตาม lifestyle หรืองานอดิเรกของคุณ เป็นเงินสำหรับการให้รางวัลตนเองหลังจากทำงานมาอย่างเหนื่อยล้าในปริมาณที่พอเหมาะ
  • เงินสำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน เช่น การเจ็บป่วยกะทันหัน หรือ เกิดเหตุไม่คาดฝันอย่างการลาออกจากงาน/ว่างงาน เงินส่วนนี้จะช่วยให้คุณสามารถดำเนินชีวิตไปได้โดยไม่สูญเสียความมั่นคงหรือต้องเบียดเบียนเงินออมที่มีอยู่

แบ่งเงินออมตั้งแต่ต้นเดือน

ในส่วนของเงินออม ให้คุณแบ่งเงินสำหรับการออมออกมาตั้งแต่ได้รับรายได้ วิธีที่หลายคนมักพลาด คือ การใช้ก่อน เหลือเท่าไรค่อยเก็บ ซึ่งในท้ายที่สุด หนุ่มสาวเหล่านี้มักไม่เหลือเก็บ กลายเป็นผู้ที่ต้องใช้เงินเดือนชนเดือน
เพราะฉะนั้น หากคุณอยากเริ่มต้นออมเงินจริง ๆ การแบ่งส่วนออกมาออมตั้งแต่ต้นเดือน เป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดที่จะใช้สร้างวินัยการใช้เงินตนเอง ส่วนวิธีใช้ก่อน เหลือค่อยเก็บ สามารถใช้ได้กับเงินส่วนอื่น ๆ ที่แบ่งไว้ใช้จ่าย เช่น ค่าซื้อเสื้อผ้า ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ซึ่งในแต่ละเดือนมักเกิดขึ้นไม่เท่ากัน มากบ้าง น้อยบ้าง และหากใช้ไม่หมดให้นำมาใส่ในบัญชีเงินออม

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ