ที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่สำคัญและจำเป็นสำหรับทุกคน แต่การจะได้มาซึ่งที่อยู่อาศัยที่ดีนั้น หลายครั้งจำเป็นต้องมีการกู้ยืมเงินจากธนาคาร ลักษณะทั่วไปของหนี้ที่อยู่อาศัยคือ มีระยะเวลานานและดอกเบี้ยค่อนข้างสูง ดังนั้น หากขาดการวางแผนการเงินที่ดีอาจทำให้เราต้องใช้เวลาในการผ่อนชำระมากกว่าที่ควรจะเป็น รวมถึงเสียดอกเบี้ยมากกว่าที่ควรจะเสีย หรือแม้กระทั้งถูกธนาคารยึดที่อยู่อาศัยของเราไปเพราะไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตามที่ตกลงกันไว้ วันนี้เราจึงมีเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยให้คุณปลดหนี้ที่อยู่อาศัยได้เร็วขึ้น 4 ข้อ ดังนี้

  1. การขอลดดอกเบี้ยกับธนาคาร
    คุณทราบหรือไม่ว่าหลังจากที่คุณผ่อนชำระหนี้ที่อยู่อาศัยกับธนาคารไปแล้วสามปี คุณสามารถติดต่อไปยังทางธนาคารเพื่อขอลดดอกเบี้ยเงินกู้ได้หากคุณไม่เคยมีประวัติการผิดนัดชำระเลย เนื่องจากโดยทั่วไปแล้ว ธนาคารจะให้ดอกเบี้ยพิเศษในช่วงสามปีแรก และจะค่อย ๆ สูงขึ้นในปีต่อ ๆ ไปตามลำดับ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การแข่งขันของธนาคารต่าง ๆ ในการดึงดูดลูกค้า เพราะฉะนั้น เมื่อครบสามปีแล้ว ธนาคารยังคงต้องการรักษาลูกค้าชั้นดีที่ไม่เคยมีประวัติผิดนัดชำระเอาไว้ โดยสามารถเสนอดอกเบี้ยพิเศษให้แก่ผู้กู้ได้อีกระยะหนึ่ง ทั้งนี้ ทางผู้กู้จำเป็นต้องเป็นผู้ติดต่อและแสดงความจำนงด้วยตัวเอง โดยแนะนำให้หาข้อมูลโปรโมชั่นดอกเบี้ยในช่วง 3 ปีแรกของธนาคารอื่น ๆ ในขณะนั้นเอาไว้เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการเจรจาต่อรองและประกอบการตัดสินใจด้วย
  2. การรีไฟแนนซ์
    การรีไฟแนนซ์นับเป็นเทคนิคที่ดีที่สุดสำหรับการลดดอกเบี้ยบ้าน สืบเนื่องจากที่ได้กล่าวไปแล้วด้านบน ธนาคารจะให้ดอกเบี้ยพิเศษในช่วงสามปีแรกเพื่อดึงดูดลูกค้า ดังนั้น การรีไฟแนนซ์ทุก ๆ สามปีจะทำให้ผู้กู้ได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำตลอดระยะเวลาการผ่อนชำระ ซึ่งจะทำให้ระยะเวลาการผ่อนชำระสั้นลงอย่างมาก และที่สำคัญคือยังช่วยลดดอกเบี้ยเงินกู้ไปได้อีกมหาศาล อย่างไรก็ดี ทุกครั้งที่จะทำการรีไฟแนนซ์ ผู้กู้ควรเปรียบเทียบโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์ของแต่ละธนาคารให้ครบถ้วน เพื่อที่จะได้เลือกโปรโมชั่นที่เหมาะสมที่สุด และยังจำเป็นต้องศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ในอนาคต
  3. การออมและการลงทุน
    เนื่องจากหนี้บ้านเป็นหนี้ระยะยาว ทำให้ดอกเบี้ยที่ผู้กู้จะต้องจ่ายนั้นค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้น หากเราต้องการลดดอกเบี้ยเงินกู้ เราต้องลดระยะเวลาการผ่อนชำระให้ได้มากที่สุด ยิ่งลดระยะเวลาการผ่อนชำระได้มากเท่าใด จำนวนดอกเบี้ยเงินกู้ก็จะยิ่งลดลงไปมากเท่านั้น ซึ่งวิธีที่แนะนำก็คือการออมเงินเพิ่มเติมหรือการหารายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ และนำเงินดังกล่าวไปลงทุนระยะสั้นไม่เกิน 3 ปี เช่น ลงทุนในกองทุนรวม เมื่อครบ 3 ปีแล้ว เราจะได้รับเงินก้อนหนึ่งเพื่อนำไปใช้ลดจำนวนเงินกู้ตอนรีไฟแนนซ์ทุก ๆ 3 ปีนั่นเอง ยิ่งเราออมเงินหรือหารายได้เสริมมากเท่าไร ระยะเวลาที่ใช้ในการผ่อนก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น เมื่อระยะเวลาการผ่อนน้อยลง ดอกเบี้ยก็จะน้อยลงตามไปด้วยเช่นกัน
  4. การนำเงินพิเศษประจำปีมาช่วยลดเงินต้น
    นอกจากการออมเงินหรือการหารายได้เสริมที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น หากเรามีรายได้พิเศษประจำปีที่เป็นเงินก้อน เราควรที่จะนำเงินในส่วนนั้นมารวมกับเงินออมหรือเงินลงทุนในข้อ 3 เพื่อนำไปลดเงินต้นตอนรีไฟแนนซ์ทุก ๆ 3 ปีด้วยเช่นกัน เพื่อให้จำนวนเงินต้นลดลงมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งจะช่วยลดดอกเบี้ยเงินกู้ในท้ายที่สุดนั่นเอง

อย่างไรก็ดี เทคนิคทางด้านบนทั้ง 4 ข้อนั้นเป็นเพียงแนวทางข้อเสนอแนะ คุณสามารถเลือกใช้ข้อใดข้อหนึ่งหรือใช้ทุกข้อผสมผสานกันก็ได้ ขึ้นอยู่กับความชอบ ความสนใจ ลักษณะรายได้ และระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ของแต่ละบุคคล เริ่มต้นด้วยวิธีที่คุณสามารถปฏิบัติได้ง่าย ๆ ในวันนี้ เพื่ออนาคตที่สุขสบายขึ้นในวันหน้า

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ