อยากไปเที่ยว…แต่แอบเสียวว่าเงินจะไม่พอ ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ของนักเดินทางที่ได้แต่นั่งจินตนาการภาพในหัวกับสารพัดแหล่งท่องเที่ยวที่อยากไป แต่ก็ทำได้แค่มโนกันไปก่อน เพราะเงินเดือนที่มีอยู่บวกกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็ทำให้เงินที่เหลืออยู่เกือบหมุนไม่ทันถึงสิ้นเดือน ยิ่งเป็นเป้าหมายต่างประเทศยอดนิยมอย่าง “ประเทศญี่ปุ่น” ด้วยแล้ว ส่วนใหญ่ก็ต้องคิดว่าเงินที่ใช้ต้องเกิน 2 หมื่นบาทขึ้นไปเป็นแน่ ไหนจะค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่ากิน แล้วก็ค่าช้อปปิ้งจิปาถะอีกมากมาย แผนที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะไปเที่ยวญี่ปุ่นสักครั้งหนึ่งก็คงถูกพับเอาไว้ให้ฝุ่นเกาะกันไปก่อน

แม้เเงินจะถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการท่องเที่ยว เป็นอุปสรรคที่จะทำให้ความฝันที่จะได้ไปสัมผัสดอกซากุระที่ญี่ปุ่น…ได้ไปสัมผัสลมหนาว และบรรยากาศดี ๆ ที่ประเทศนี้สะดุดลง แต่อย่าเพิ่งถอดใจไปเสียทีเดียว การท่องเที่ยวแม้จะใช้เงิน แต่หากรู้จักวิธีบริหารที่ดี เชื่อหรือไม่ว่าเงินเพียงแค่ 15,000 บาท! ก็สามารถพาเราออกไปเที่ยวสัมผัสประสบการณ์ดี ๆ แบบคนอื่นได้เช่นเดียวกัน รับรองว่าคุ้มค่า อีกทั้งยังได้เที่ยวสะใจในราคาที่คนงบน้อยก็สามารถตั้งความฝันให้แก่ตัวเองกันได้ไม่ยากอย่างที่คิด

เลือกจุดหมายปลายทางทั้งหมดในประเทศญี่ปุ่นที่อยากไป

ส่วนมากแล้ว เป้าหมายของคนทั่วไปคือ ประเทศญี่ปุ่น แต่การจะออกเดินทางทั้งที ก็คงต้องเลือกเป้าหมายย่อยตามเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไปทั้งหมดให้พร้อมเอาไว้เสียก่อน เพื่อจะได้จัดการบริหารเงินได้อย่างลงตัวและไม่บานปลายเกินงบ หรือได้เที่ยวไม่คุ้มค่า

ซึ่งหลักการในการเลือกจุดหมายปลายทาง ไม่ใช่แค่เลือกสถานที่ที่ตัวเองชอบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะการเชื่อมต่อสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เราควรดูด้วยว่ามีระยะทางห่างกันมากน้อยแค่ไหน ระหว่างทางมีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรให้สามารถแวะได้บ้าง อีกทั้งการเดินทางก็ควรสัมพันธ์กับงบประมาณที่มีด้วย ส่วนนี้ก็ต้องเข้าใจเสียก่อนว่างบ 15,000 บาท ย่อมสามารถท่องเที่ยวได้ในวงที่แคบมากกว่าคนที่มีงบประมาณมากกว่า ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาที่คนอยากเที่ยวญี่ปุ่นต้องเข้าใจ

เริ่มต้นการเก็บเงินสำหรับ “ท่องเที่ยว” โดยเฉพาะ

เมื่อได้เป้าหมายตามที่วางแผนเอาไว้แล้วว่าจะไปส่วนไหนของประเทศญี่ปุ่นบ้าง และมีงบประมาณจำกัดอยู่ที่ 15,000 บาทไม่เกินไปกว่านี้ ก็มาเริ่มลงมือเก็บหอมรอมริบในกรณีที่ไม่ได้มีเงินสำรองเอาไว้ ซึ่งไอเดียของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายรายเดือนที่จำเป็น พฤติกรรมการใช้เงิน และวิธีออม แต่หากอยากให้ความฝันเป็นจริงชัวร์ ๆ ชนิดไม่พลาดเป้าแล้วล่ะก็ ต้องใช้หลักการปฏิบัติที่เข้มข้นขึ้นมาสักหน่อย โดยมีหลักการที่ไม่ยุ่งยาก แต่ต้องอดทนกันดังนี้

1.เตรียมพร้อมเก็บเงินในแต่ละเดือน – นอกเหนือจากเงินออมปกติ ก็เพิ่มส่วนของเงินออมสำหรับเที่ยวเข้ามาด้วยทุกเดือน โดยให้คำนวณจากรายรับรายจ่ายในแต่ละเดือน แล้วแบ่งเงินออมปกติให้ลดลงมาสักหน่อย เพื่อจะได้นำมาเก็บเป็นเงินออมสำหรับเที่ยวประเทศญี่ปุ่น โดยไม่แนะนำให้เอาเงินออมปกติที่เก็บไว้โยกมาใส่เป็นเงินออมเพื่อท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่ควรเก็บแยกออกมาจะดีกว่า

2.หาทางลดค่าใช้จ่าย – เป็นการลดค่าใช้จ่ายก่อนเดินทาง เพื่อจะได้นำเงินไปเก็บออมมากขึ้น ช่วยให้ความฝันในการท่องเที่ยวเป็นจริงได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองทั้งหลาย แน่นอนว่าควรยกเลิกไปเสียก่อน แล้วนำเอาเงินส่วนนั้นไปออมเป็นเงินท่องเที่ยวแทน เช่น เปลี่ยนจากการดื่มกาแฟแก้วละ 150 บาท เป็นกาแฟแก้วละ 25 บาท หรือชงดื่มเองที่บ้านไปก่อน หรือจากเดิมที่ต้องซื้อข้าวกินทุกมื้อ ลองตื่นเช้าอีกสักหน่อยเพื่อลุกมาทำกับข้าวห่อไปกินที่ทำงาน ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและทำให้มีเงินเหลือเก็บมากขึ้น

3.เติมเงินเที่ยวด้วยงานพิเศษ – เพื่อเพิ่มเงินในบัญชีออมทรัพย์สำหรับท่องเที่ยวให้มากขึ้น คนที่พอจะมีเวลาว่าง อยากรีบไปเที่ยวแบบใจจดใจจ่อกันแล้ว สามารถใช้วิธีหารายได้เสริมเพิ่มเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการโละเอาของภายในบ้านที่ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์แล้วไปขาย เอาเงินที่ได้ไปเก็บเป็นเงินเที่ยวประเทศญี่ปุ่น หรือหางานเป็นแบบพาร์ทไทม์หลังเลิกงานตามความเหมาะสม เพื่อช่วยให้การเก็บเงินรวดเร็วมากขึ้น

การบริหารเงินให้ดีในช่วงเดินทางแบบประหยัดงบประมาณ

เมื่อเก็บเงินเที่ยวได้ตามเป้าหมายที่วางไว้แล้ว ก็ถึงเวลาที่ความฝันจะกลายเป็นจริง มุ่งหน้าสู่เป้าหมายแดนอาทิตย์อุทัยกันได้ แต่การบริหารเงินก็ยังคงต้องจัดการต่อไปจนกว่าจะจบทริป เงินเก็บที่เตรียมไว้ก็ควรใช้อย่างประหยัดในระหว่างท่องเที่ยวด้วย ตั้งแต่การซื้อตั๋วเครื่องบินในราคาถูก ซึ่งมีหลากหลายทางเลือกให้เราได้ประหยัดงบในส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการมองหาโปรโมชั่นที่มักจะเป็นการซื้อตั๋วเที่ยวก่อนเดินทางล่วงหน้าเป็นเดือนหรือจองกันข้ามปี เพราะราคาค่าตั๋วจะถูกกว่าปกติหลายเท่าตัว

ซึ่งการจองตั๋วเครื่องบินนั้นควรเลือกเป็นการจองทั้งไปและกลับในครั้งเดียวไปเลย เพราะการเดินทางกับสายการบินเดียวย่อมถูกกว่าไปตายเอาดาบหน้าที่ไม่รู้ว่าจะเจอค่าตั๋วขากลับราคาใดหรือวันไหน อีกเทคนิคของการเลือกเที่ยวบินคือ เลือกเที่ยวบินแบบเดินทางกลางคืน แล้วไปถึงญี่ปุ่นในช่วงเช้า ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าที่พักกันไปได้ 1 คืนเลยทีเดียว

ทางเลือกการเดินทางที่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ด้วย “บริษัททัวร์”

สำหรับคนที่ไม่อยากยุ่งยากกับการหาข้อมูลเดินทางท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นที่มีวงเงินท่องเที่ยวจำกัด ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปด้วยตัวเอง ถึงแม้จะมีความเป็นส่วนตัวและอิสระมากกว่า แต่ก็ไม่เหมาะกับคนที่กลัวงบประมาณบานปลาย ทางเลือกที่น่าสนใจจึงเป็นการเดินทางไปกับบริษัททัวร์ ซึ่งเป็นวิธีที่ถือว่าง่ายที่สุด

เพียงเท่านี้ความฝันในการได้ออกไปสัมผัสประสบการณ์เที่ยวญี่ปุ่นก็กลายเป็นความจริงขึ้นมาได้ ด้วยงบประมาณไม่ต้องมากมายอย่างที่คิด แค่รู้จักการบริหารให้ดี เงินเพียงแค่ 15,000 บาท ก็ท่องเที่ยวได้มากมายจนเกินคุ้มอย่างแน่นอน

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ