ผลประโยชน์ประกันสุขภาพจากที่ทำงานก็เพียงพอแล้วมิใช่หรือ?

ส่วนใหญ่แล้ว ถึงแม้ว่าบริษัทที่เราทำงานด้วยจะให้ความคุ้มครองด้านประกันชีวิตและสุขภาพ แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าเราไม่จำเป็นต้องทำประกันชีวิตและประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นเลย ก่อนอื่น เราต้องศึกษาก่อนว่า สิทธิ์ที่เราได้จากบริษัทมีอะไรบ้าง เพราะจะทำให้เราสามารถประเมินถึงความเสี่ยงที่เหลืออยู่ได้ ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วหลายบริษัทไม่มีประกันโรคร้ายแรงให้แก่พนักงานหรือหากมีก็เป็นทุนประกันเพียงจำนวนจำกัดเท่านั้น ซึ่งอย่างที่เราทราบว่า ค่าใช้จ่ายในการรับมือกับโรคร้ายแรงนั้นเฉลี่ยค่อนข้างสูงมาก ฉะนั้น ในเบื้องต้นเราควรจะทำประกันเกี่ยวกับโรคร้ายแรงเพิ่มเติมเอง

ทุนประกันจากประกันกลุ่มที่บริษัททำให้เหมาะสมกับเราหรือเปล่า?

ทุนประกันชีวิตที่บริษัททำให้เราเพียงพอไหมนั้น ขึ้นอยู่กับภาระที่คุณมี ณ ปัจจุบัน เช่น มีค่าใช้จ่ายบิดา มารดา หรือบุตรที่ต้องเลี้ยงดูมากน้อยแค่ไหน เราอาจคำนวณทุนประกันที่จำเป็นต้องมีได้ง่าย ๆ คือ การเอาค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่เราต้องจ่ายสำหรับคนที่เราเลี้ยงดูเหล่านี้ไปคูณกับจำนวนเดือนที่เราเหลือเวลาทำงานอยู่

4. ข้าราชการ ควรวางแผนทางการเงินอย่างไร?

อาชีพที่สำคัญชองชาติ

จากการที่ประเทศไทยมีข้าราชการกว่า 2 ล้านคนและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศของเรา แผนการเงินของประชาชนกลุ่มนี้ควรเริ่มต้นอย่างไร

ลักษณะรายได้ และสวัสดิการ

แรกเริ่ม เราต้องเข้าใจถึงลักษณะรายได้และสวัสดิการของคนในกลุ่มนี้ก่อน คือ แม้รายได้ของคนในกลุ่มนี้จะไม่สูงเทียบเท่ากับรายได้ของคนที่ทำงานในภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม คนในกลุ่มนี้จะมีสวัสดิการด้านการเกษียณอายุผ่านทางกองทุนบำเน็ญบำนาญข้าราชการ (กบข.) และสวัสดิการเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่ค่อนข้างดี ในขณะเดียวกัน ความมั่นคงของรายได้ถือว่าอยู่ในระดับสูงกว่าภาคเอกชนมาก เนื่องจากถึงแม้เศรษฐกิจจะไม่ดี แต่กลับมีโอกาสที่จะถูกปลดออกจากการเป็นข้าราชการน้อยกว่าพนักงานเอกชนที่บริษัทพร้อมจะลดต้นทุนทุกเมื่อ

ค่าใช้จ่าย

สำหรับด้านค่าใช้จ่าย ข้าราชการที่ประจำอยู่ในพื้นที่ที่ค่าครองชีพไม่สูงมักจะได้เปรียบข้าราชการที่อยู่ในพื้นที่ที่มีค่าครองชีพสูง แต่ปัจจัยที่ข้าราชการหลายท่านจะต้องพบเจอ คือ รายจ่ายด้านสังคัมที่อยู่ในระดับสูงกว่าคนทั่วไป เพราะหลายท่านต้องใช้จ่ายเงินไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานแต่ง หรืองานศพ จากการที่ข้าราชการส่วนใหญ่จะมีความสนิทสนมกับคนในชุมชนค่อนข้างมาก ฉะนั้น ความสามารถในการควบคุมรายจ่ายส่วนนี้คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญสำหรับการวางแผนการเงินของคนใกลุ่มนี้

อย่าติดกับดักทางการกู้

ประเด็นที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งคือ กลุ่มข้าราชการถือเป็นหนึ่งในอาชีพที่สามารถขอเงินกู้ได้ง่าย ฉะนั้น เราจึงอยากเน้นย้ำถึงความมีวินัยทางการเงินว่า กรุณาอย่ากู้เงินเพื่อซื้อความสุขระยะสั้น เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้เราลำบากในอนาคต และอยากเน้นย้ำให้ข้าราชการทุกท่านเก็บออมเงินให้ได้มากที่สุดทุก ๆ เดือน เมื่อมีรายได้ต่อเดือนในระดับที่ฐานภาษีเริ่มสูงแล้ว เราแนะนำให้ท่านนำไปลงทุนในตัวเองเพื่อการศึกษาหาความรู้ หรือการลงทุนทางการเงินในกองทุนหรือแบบประกันที่ประหยัดภาษีได้ ยกตัวอย่างเช่น เรามีภาระต้องเลี้ยงดูบุตรเดือนละ 15,000 บาท เราคิดว่าลูกของเราจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนนี้ไปอีก 5 ปี ฉะนั้น ทุนประกันชีวิตที่เราควรมี คือ 900,000 บาท (15,000 x 60 เดือน) อย่าลืมว่านี่เป็นเพียงหนึ่งในค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น ฉะนั้น เราต้องมีการนำค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นมารวมกันเพื่อให้ได้ทุนประกันที่เหมาะสมที่สุด

อย่าชะล่าใจ

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ เมื่อเรามีตำแหน่งการงานสูงขึ้นตามอายุงานที่มากขึ้น นั่นอาจทำให้เรามีสวัสดิการด้านประกันชีวิตและสุขภาพจากบริษัทมากขึ้น แต่อย่าลืมว่าเรามีความเสี่ยงที่จะเปลี่ยนงานหรือออกจากงานได้ ซึ่งปัจจัยนี้จะทำให้สวัสดิการด้านประกันชีวิตและสุขภาพที่เราเคยได้นั้นหมดไป ฉะนั้น เราจึงอยากแนะนำให้ท่านแบ่งเงินบางส่วนไว้เพื่อทำประกันชีวิตและสุขภาพเองตั้งแต่อายุยังไม่มาก เพื่อจะได้รับเบี้ยที่ถูกและทุนประกันที่สูงซึ่งดีกว่าการที่เราไปไล่ซื้อประกันหลังจากเปลี่ยนงานหรือออกจากงานแล้ว ซึ่งเบี้ยตอนนั้นก็คงจะมีราคาเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ที่มา : Shopsmart Finance