เราอาจเรียกประกันชีวิตว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการลงทุนก็ว่าได้ แต่ไม่ใช่การลงทุนที่เน้นเฉพาะเรื่องผลตอบแทนที่เป็นตัวเงินเหมือนกับการลงทุนในแบบอื่น ๆ ไม่ใช่การลงทุนที่นักลงทุนมุ่งหวังผลตอบแทนสำหรับตัวเอง แต่เป็นการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนในรูปแบบของการคุ้มครองความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตของเราซึ่งจะมีผลกระทบกับคนในครอบครัวนั่นเอง วัตถุประสงค์หลักของประกันชีวิตในเรื่องคุ้มครองความเสี่ยง ทำให้ประกันชีวิตแตกต่างจากการลงทุนในแบบอื่น ๆ

หลายครอบครัวเริ่มเห็นความสำคัญของการทำประกันชีวิตมากขึ้น เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดจนทำให้เกิดการสูญเสีย อย่างน้อยที่สุด หลาย ๆ ครอบครับจะมีเงินชดเชยเผื่อไว้ในช่วงที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัวต่อไปนั่นเอง

ปัจจุบันมีบริษัทประกันชีวิตมากมาย รูปแบบของกรมธรรม์ประกันชีวิตก็มีหลากหลายมากขึ้น อีกทั้งช่องทางที่คนขายประกันชีวิตก็แตกต่างออกไปจากในสมัยก่อนซึ่งมักเป็นตัวแทนหรือนายหน้าที่ขายประกันชีวิตให้แก่ลูกค้า วันนี้เราจะมาดูกันว่า ก่อนทำประกันชีวิต เราจะต้องพิจารณาอะไรกันบ้าง

  • รูปแบบของประกันชีวิต กรมธรรม์ประกันชีวิตมีหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้ที่ต้องการซื้อประกันชีวิตว่าต้องการความคุ้มครองแบบใด หากว่าต้องการความคุ้มครองเรื่องของประกันชีวิตอย่างเดียว แนะนำให้ซื้อแบบชั่วระยะเวลาเป็นการจ่ายเบี้ยทิ้งไม่มีการสะสม หากต้องการออมเงินเพื่อสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวและลูกหลาน ควรเลือกซื้อประกันชีวิตแบบตลอดชีพ หากว่าต้องการสะสมทรัพย์ด้วยก็ให้ซื้อประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ซึ่งหากไม่เป็นอะไรเมื่อถึงกำหนดก็สามารถได้รับเงินคืน หากต้องการซื้อประกันชีวิตควบคู่ไปกับการลงทุนก็ควรซื้อประกันชีวิตแบบ Unit-Linked หากต้องการซื้อประกันชีวิตเพื่อเป็นเงินเกษียณก็ให้ซื้อประกันชีวิตแบบบำนาญที่บริษัทจะจ่ายเงินรายเดือนให้แก่ผู้เอาประกันหลังเกษียณไปจนกว่าจะเสียชีวิต รายละเอียดของแต่ละรูปแบบของประกันชีวิตก็ย่อมแตกต่างกันไป หากต้องการซื้อประกันอุบัติเหตุหรือประกันสุขภาพเพิ่มเติมก็สามารถซื้อเป็นสัญญาเพิ่มเติมได้ ซึ่งเราจะต้องทำประกันชีวิตกรมธรรม์หลักไว้ก่อน
  • ความสามารถในการจ่ายค่าเบี้ยประกัน แม้ว่าการซื้อประกันชีวิตจะเป็นหลักประกันสร้างความมั่นคงให้แก่ชีวิตครอบครัวได้ก็จริง แต่จำนวนเงินที่จะส่งค่าเบี้ยประกันก็ควรต้องเป็นจำนวนที่เหมาะสมกับรายได้และค่าใช้จ่ายของเราด้วย ก่อนซื้อประกันชีวิตเราควรนั่งวางแผนคิดคำนวณรายได้และค่าใช้จ่ายเพื่อดูว่าเรายังเหลือเงินสำหรับซื้อประกันชีวิตได้อีกมากน้อยเท่าไร ต้องวางแผนให้ดีเพราะการซื้อประกันชีวิตเป็นสัญญาระยะยาว เมื่อตัดสินใจแล้วก็เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ยาก หรือหากต้องการเปลี่ยนแปลงก็จะต้องเสียผลประโยชน์ไป กล่าวได้ว่าไม่คุ้มค่านั่นเอง ดังนั้น เพื่อไม่ให้ค่าเบี้ยประกันชีวิตเป็นภาระมากนัก อาจใช้เกณฑ์เบื้องต้นของเงินค่าเบี้ยประกันชีวิตรายปีที่ 10% ของรายได้ เมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้นก็สามารถซื้อประกันชีวิตเพิ่มขึ้นได้
  • วงเงินคุ้มครอง เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันหรือเกิดการสูญเสียขึ้น บริษัทประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้ตามวงเงินคุ้มครอง ค่าเบี้ยประกันจะสูงกว่าสำหรับวงเงินคุ้มครองที่มากกว่า เมื่อเราวางแผนและคิดคำนวณว่าสามารถส่งค่าเบี้ยประกันได้ประมาณเท่าไรก็จะสามารถกำหนดวงเงินคุ้มครองได้ สำหรับวงเงินคุ้มครองนี้หากเป็นการประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลาหรือตลอดชีพ เงินค่าเบี้ยประกันจะถูกกว่าการประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่มีวงเงินคุ้มครองเท่ากันหลายเท่า ดังนั้น ก่อนซื้อประกันชีวิตและกำหนดวงเงินคุ้มครอง เราควรเลือกประเภทของประกันชีวิตที่ตรงกับความต้องการให้มากที่สุดก่อนนั่นเอง
  • เปรียบเทียบบริษัทประกัน เมื่อได้รูปแบบประกันชีวิตที่ต้องการทราบค่าเบี้ยประกันและวงเงินคุ้มครองที่ต้องการคร่าว ๆ แล้ว ก็ให้เปรียบเทียบกรมธรรม์ประกันชีวิตของแต่ละบริษัท ซึ่งพิจารณาบริษัทที่ก่อตั้งมานาน มีความมั่นคง เป็นที่น่าเชื่อถือ บริการดีและเอาใจใส่ลูกค้า การเปรียบเทียบกรมธรรม์ประกันชีวิตของแต่ละบริษัทจะทำให้เราทราบถึงรายละเอียด ข้อแตกต่างและสิทธิประโยชน์ที่เราจะได้รับซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท จะได้กรมธรรม์ที่ตรงตามความต้องการและคุ้มค่ามากที่สุด
  • เลือกทำประกันชีวิตที่มีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป ไหน ๆ ก็ตัดสินใจจะทำประกันชีวิตแล้วก็ต้องให้ได้ประโยชน์คุ้มค่าสูงสุด ซึ่งให้เลือกซื้อประกันชีวิตที่มีความคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป เพราะจะสามารถนำค่าเบี้ยประกันมาหักลดหย่อนภาษีในปีที่จ่ายได้ด้วย

การซื้อประกันชีวิตถือเป็นสิ่งจำเป็นเพราะเป็นการซื้อหลักประกันความมั่นคงในชีวิตของเรา การวางแผนก่อนซื้อประกันชีวิตโดยศึกษาถึงรายละเอียดของกรมธรรม์ประกันชีวิตอย่างละเอียด สงสัยอะไรก็ควรสอบถามจนกว่าจะเข้าใจ กล่าวคือ หากยังไม่เข้าใจก็อย่าเพิ่งตัดสินใจ วิธีนี้จะช่วยให้เราได้ทำประกันชีวิตที่ตรงตามเป้าหมาย ไม่เป็นภาระในอนาคตและสร้างความรู้สึกอุ่นใจและมั่นคงได้มากกว่า

ที่มา : Shopsmart Finance