ประกันชีวิต จัดเป็นรูปแบบการออมเงินลักษณะหนึ่งซึ่งให้ดอกผลดีพอสมควร ใครหลายคนโดยเฉพาะผู้สูงอายุทั้งหลาย ต่างดำเนินการไว้สำหรับเก็บเงินไว้ให้ลูกหลานของตนและใช้เป็นหลักประกันสุขภาพของตัวเองยามที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย

แต่ก็มีผู้ทำประกันชีวิตหลายคนที่เมื่อทำไปแล้วเกิดปัญหาขึ้นกลางคัน จนอยากจะยกเลิกกรมธรรม์ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการไม่มีเบี้ยประกันจ่าย การเห็นว่ามีกรมธรรม์ของบริษัทอื่นให้ผลตอบแทนดีกว่า แล้วอยากจะยกเลิกกรมธรรม์ที่ทำอยู่ ไปทำกับบริษัทใหม่ หรืออีกกรณีหนึ่งซึ่งปัจจุบันพบเห็นได้บ่อยมาก คือ การถูกหลอกให้เผลอทำประกันชีวิตอย่างไม่เต็มใจ ยิ่งในกรณีหลังสุดนี้ ผู้ทำประกันคงอยากจะยกเลิกกรมธรรม์ที่เผลอทำไปเต็มแก่ แต่ติดปัญหาเรื่องเงินที่จ่ายไป บางคนกังวลว่า หากจะขอยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิตจะได้เงินคืนหรือเปล่า เรามาดูคำตอบในบทความนี้กัน

ยกเลิกประกันชีวิต

ก่อนอื่น เราต้องแยกรูปแบบของการขายประกันให้ได้ก่อนว่า ประกันชีวิตโดยทั่วไปนั้น มีช่องทางการเสนอขายอยู่ 2 ช่องทาง ได้แก่ ทางโทรศัพท์และทางเคาน์เตอร์ธนาคาร หรือเคาน์เตอร์ของบริษัทประกันโดยตรง ซึ่งช่องทางการเสนอขายประกันนี้ ถือเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่มีผลต่อระบบการคืนเงินค่าเบี้ยประกัน หรือที่เรียกว่า เวนคืนเงินประกัน หากเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มาจากช่องทางโทรศัพท์ ผู้ที่เผลอซื้อประกันไปสามารถขอยกเลิกกรมธรรม์และเวนคืนเงินประกันได้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่ได้รับเอกสารกรมธรรม์ ส่วนถ้าเป็นการซื้อประกันผ่านทางเคาน์เตอร์ ไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์ธนาคารหรือเคาน์เตอร์บริษัทประกันชีวิต ผู้เอาประกันมีสิทธิขอยกเลิกสัญญาและเวนคืนเงินประกันได้ภายใน 15 วัน หลังจากได้รับเอกสารกรมธรรม์ หลักการนี้ ผู้เอาประกันที่เผลอไปทำประกันชีวิตแบบไม่ตั้งใจสามารถนำไปใช้เพื่อขอยกเลิกสัญญาและเวนคืนเงินประกันที่ถูกตัดไปได้ เพียงแต่ต้องรู้ตัวแต่เนิ่น ๆ อย่าปล่อยให้มีการตัดเงินในบัญชีไปแล้วเป็นเวลาหลายเดือน เพราะการดำเนินการเวนคืนเงินประกันชีวิตจะเป็นเรื่องยากขึ้นและต้องใช้เวลานานขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลยดังจะกล่าวถึงกันต่อไป

ขอเงินคืนประกันชีวิต

ส่วนกรณีที่ทำประกันมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว เลยช่วงเวลาขอเวนคืนเงิน หรือรู้ตัวว่าถูกหลอกให้ทำประกันช้าเกินไป หากเป็นกรณีนี้ ผู้เอาประกันจำเป็นต้องรอเวลาสักพักหนึ่งก่อนให้พ้นระยะเวลาที่กรมธรรม์ระบุว่าต้องเกินเท่านี้ ๆ หลังจากดำเนินการทำกรมธรรม์ จึงจะสามารถยกเลิกและขอเวนคืนเงินประกันได้ บางกรมธรรม์อาจกำหนดว่าต้องเกิน 1 ปี แต่บางกรมธรรม์อาจมีระยะเวลาที่กำหนดมากถึง 2 ปีเลยทีเดียว ซึ่งกรมธรรม์ประกันชีวิตส่วนใหญ่จะยึดตามเวลา 2 ปีมากกว่า ช่วงระหว่างนี้ หากเลยเวลา 15 วัน หรือ 30 วันมาแล้ว และยังไม่ถึง 1 หรือ 2 ปี ผู้เอาประกันจะไม่ได้เงินคืนหากขอยกเลิกกรมธรรม์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผู้เอาประกันต้องทำ หากกำลังประสบกับชะตากรรมนี้อยู่ คือ ต้องหาเงินมาไว้สำรองจ่ายค่าเบี้ยไปพลาง ๆ ก่อน ในกรณีที่เป็นประกันแบบตั้งใจทำ แต่ถ้าเป็นประกันแบบที่ถูกหลอกให้ทำ ขอแนะนำว่าให้หยุดจ่ายเบี้ยทันที แล้วเข้าไปดำเนินการร้องเรียนและขอยกเลิกกับทางบริษัทหรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงตัวตนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการทำประกันต่อไป

สำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ทำมาเป็นระยะเวลาเกิน 2 ปีแล้ว ส่วนนี้ผู้เอาประกันมีสิทธิขอยกเลิกสัญญาและเวนคืนเงินกรมธรรม์ได้อย่างชอบธรรม อย่างไรก็ตาม การเวนคืนเงินประกันในกรณีนี้ก็ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกันด้วย ซึ่งในประกันภัยบางกรมธรรม์ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่าจะขอเงินคืนไม่ได้ในโอกาสใดหรือกรณีไหนบ้าง หากเป็นเช่นนี้ ผู้เอาประกันก็จำเป็นต้องไปไล่เบี้ยกับตัวแทนเอาเอง หรือหากรู้สึกว่าเงื่อนไขดังกล่าวไม่เป็นธรรม ก็สามารถไปดำเนินการร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น คปภ. ได้เช่นกัน

จากรายละเอียดเกี่ยวกับการขอเงินคืนในการยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิตนั้น ทำให้เราได้ข้อสรุปว่า การขอเงินคืนจากการยกเลิกกรมธรรม์นั้นสามารถทำได้ แต่ต้องเป็นไปตามช่วงเวลาที่บริษัทประกันแต่ละแห่งได้กำหนดไว้ หากยกเลิกกรมธรรม์ในช่วงเวลาที่อยู่นอกเงื่อนไขของบริษัทประกัน อาจจะเป็นเรื่องที่ยากสักหน่อย หากเป็นเช่นนี้ เราก็คงต้องลองไปคุยกับบริษัทประกันเพื่อหาทางแก้ไขหรือไม่ก็ต้องไปร้องเรียนหน่วยงานต่าง ๆ ดู หากเห็นว่ากรมธรรม์ที่ได้มานั้นมีความไม่เป็นธรรมหรือคุณไม่ได้ต้องการซื้อประกันตั้งแต่ต้น แต่ถูกหลอกให้ตัดสินใจทำ

ที่มา : Shopsmart Finance