ใครที่กำลังรู้สึกว่าการออมเงินเพื่อซื้อบ้านสักหลังนั้นดูเหมือนเป็นเรื่องไกลเกินเอื้อมเสียเหลือเกิน เพราะค่าผ่อนแต่ละงวดแต่ละเดือนทำให้เกิดความคิดหวั่น ๆ ว่าจะสามารถผ่อนไหวไปตลอดระยะเวลานานหลายสิบปีได้หรือไม่ แล้วจะทำอย่างไรกับการเริ่มต้น หากความฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเองให้กลายเป็นความจริงแบบที่ไม่ต้องเจออุปสรรคมากมาย

ใครที่ไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการซื้อบ้านมาก่อน ลองมาดูข้อมูลที่น่าสนใจต่อไปนี้ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านว่าควรมีงบประมาณเท่าไรดี ? แล้วการประเมินความสามารถในการผ่อนเงินค่างวดของตนเองนั้นจะไหวสำหรับบ้านราคาแค่ไหน จะได้ทราบถึงงบประมาณที่ควรเตรียมไว้ให้พร้อมสำหรับการมีบ้านสักหลังพร้อมผ่อนแบบสบาย ๆ ไม่ต้องมานั่งเอามือก่ายหน้าผากเพราะพลาดไม่ยอมวางแผนการเงินของตัวเองให้ดีเสียก่อน

อยากซื้อบ้าน…ต้องพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจ

สิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าใช่ว่าทุกคนจะมีสิทธิ์ซื้อบ้านได้เสมอไป เนื่องจากสภาพด้านการเงินที่แตกต่างกัน รายรับรายจ่ายในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงนิสัยการออมเงิน จะเป็นตัวบ่งบอกได้ว่าเรา “พร้อม” มากน้อยแค่ไหนที่จะมีบ้านเป็นของตัวเอง โดยหลัก ๆ หากต้องการซื้อบ้าน และใฝ่ฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเองอย่างจริงจังแล้วล่ะก็ สิ่งที่ควรพิจารณาก็คืองบประมาณที่เรามีอยู่ในตอนนี้ ก่อนจะหันไปดูราคาบ้าน ซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้ตัวเลือกบ้านแคบลงมา เป็นบ้านที่เลือกได้ เข้าถึงได้ง่ายกว่า มีโอกาสที่จะเลือกบ้านให้เหมาะสมกับงบประมาณที่มีอยู่

ต่อจากนั้นให้มาดูที่ความสามารถในการกู้ยืมเงินว่าจะได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งแน่นอนว่าในส่วนนี้จะขึ้นอยู่กับฐานเงินเดือนของตัวเอง โดยมีหนี้สินเป็นผลกระทบอยู่ด้วย คนที่มีการออมเงินมาก่อนหน้านี้ มีเงินเย็นนอนอยู่ในธนาคารจำนวนหนึ่ง ก็จะสบายใจกับการดึงเอาเงินส่วนนั้นมาใช้เป็นเงินดาวน์ได้ โดยไม่กระทบกับเงินกู้ที่อาจจะได้ไม่ได้มากมายนัก

หลังจากจ่ายค่าบ้านแล้ว เงินส่วนที่เหลือจะได้นำมาใช้จ่ายในส่วนตกแต่ง ขนย้ายข้าวของ และการต่อเติมบ้านตามสมควรได้ ซึ่งเงินที่กู้กับธนาคารจะเป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร บางทีก็ให้กู้เต็ม 100% แต่บางทีก็จะให้น้อยกว่า ในส่วนนี้ก็ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อบ้านเอาไว้ด้วย

ก่อนเตรียมงบประมาณซื้อบ้าน ให้ดูศักยภาพตัวเองก่อน

ศักยภาพของตัวเองในที่นี้หมายถึง ความสามารถในการผ่อน แน่นอนว่าการผ่อนบ้านสักหลัง สัญญาการกู้ยืมจะเป็นแบบระยะยาวนานหลายสิบปี บางคนอาจใช้เวลาผ่อนตั้งแต่ 10 – 30 ปี ข้อดีของการผ่อนในระยะยาวก็คือจำนวนเงินที่ต้องผ่อนในแต่ละเดือนถูกกว่า แต่จะมีข้อเสียตรงที่ภาระดอกเบี้ยจะเพิ่มมากขึ้นกว่าคนที่ผ่อนในระยะสั้นนั่นเอง

สำหรับความมั่นใจว่าตัวเองสามารถผ่อนบ้านได้หรือไม่ ให้ทำการพิจารณาตั้งแต่การออมเงินของตัวเองว่ามีพฤติกรรมการบริหารที่ดีหรือไม่ เพราะในระยะเวลาการผ่อนบ้านก็ควรมีเงินเก็บออมในบัญชีทุกๆ เดือนเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินด้วย เงินผ่อนบ้านจึงไม่ควรเป็นภาระมากเกินไปกว่า 20 – 30% ของเงินเดือน ดังนั้นลองมองหาบ้านที่คิดว่าตัวเองจะผ่อนไหวมาลองคำนวณแบบเล่น ๆ ก่อนตัดสินใจ

การตัดสินใจซื้อบ้านแบบไม่วางแผน ไม่รู้จักออมเงินให้ดี จะส่งผลให้เกิดภาระในการกู้เงินที่หนักหนามากขึ้น ปัญหาดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ที่แม้จะมีบ้านหลังใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ตัวเองมีความสุข แต่กลับต้องแบกความทุกข์เอาไว้ยาวนานหลายสิบปี หรืออาจจะรู้สึกท้อผ่อนต่อไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องโดนธนาคารยึดไปตามระเบียบ ดังนั้นก่อนซื้อบ้านจะต้องเก็บเงินอย่างน้อย 10% ของราคาบ้านที่หาข้อมูลมา แต่หากสามารถออมได้มากกว่านั้นในแต่ละเดือน ก็จะยิ่งทำให้การผ่อนบ้านเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น

ดูรายได้ตัวเองก่อน แล้วค่อยย้อนไปเลือกซื้อบ้านให้เหมาะสม

คนที่ไม่อยากมีความเสี่ยงสูงให้ใช้หลักการหันกลับมาดูที่รายได้หลักของตัวเอง ก่อนที่จะหันไปมองว่าชอบบ้านหลังไหน หากทราบรายได้ของตัวเองดีแล้วนำมาคำนวณก่อนอย่างที่กล่าวไปข้างต้น จะทำให้เราทราบว่าควรเลือกบ้านแบบไหนที่จะไม่กลายเป็นภาระหนี้สินตามมา

หลักในการคำนวณง่าย ๆ ยกตัวอย่างเช่น มีเงินเดือนตกอยู่ที่ 20,000 บาทต่อเดือน หากต้องกู้ธนาคาร จะสามารถกู้ได้อยู่ที่ 15 – 25% ของเงินเดือนที่หักค่าใช้จ่ายส่วนอื่นออกไปแล้ว หากหักค่าใช้จ่ายไปแล้ว เหลือเงินเดือนอยู่ราว 15,000 บาท ความสามารถในการผ่อนค่างวดในวงเงิน 25 % ของเงินเดือนหลังหักค่าใช้จ่าย จะคำนวณได้เป็น 15,000 x 0.25 ซึ่งเท่ากับ 3,750 บาท เป็นศักยภาพที่เราจะสามารถผ่อนชำระได้ในแต่ละเดือน แต่หากเงินเดือนหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือ 30,000 บาท จะมีความสามารถในการผ่อนได้สูงกว่าอยู่ที่เดือนละ 7,500 บาท นั่นเอง

งบประมาณควรรู้ก่อนซื้อบ้านที่หลายคนมองข้าม

การซื้อบ้านไม่ได้จบแค่ค่าผ่อนบ้านเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีงบประมาณในส่วนของการตกแต่งภายใน, เฟอร์นิเจอร์, ค่าก่อสร้างต่อเติมรอบ ๆ บ้าน และค่าตกแต่งสวนหน้าบ้าน เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ล้วนมีผลต่อค่าใช้จ่ายสำหรับซื้อบ้านทั้งสิ้น ดังนั้นงบประมาณที่ควรเตรียมไว้จึงต้องแบ่งเอาไว้ด้วยกันหลักๆ คือ ค่าตกแต่งภายในและภายนอกบ้าน ค่าเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง และค่าส่วนกลาง ซึ่งเป็นค่าที่ต้องจ่ายกรณีที่อยู่อาศัยเป็นหมู่บ้าน หรือคอนโดสมัยใหม่ที่มีคนคอยดูแลรักษาความปลอดภัย รักษาความสะอาด และค่าไฟฟ้าส่วนกลางด้วย

จะเห็นได้ว่าการซื้อบ้านสักหลังหนึ่ง ไม่ใช่เพียงแค่รู้สึกชอบแล้วตัดสินใจกู้ยืมเงินมาซื้อเลย เพราะการบริหารแบบนี้จะส่งผลกระทบต่อการผ่อนชำระค่างวดในอนาคต ทางที่ดีที่สุดควรดูงบประมาณของตัวเองก่อน ดูพฤติกรรมการออมเงินของตัวเอง ให้พอมีเงินเย็นสำหรับเตรียมไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน แล้วค่อยตัดสินใจซื้อบ้านในงบประมาณที่สามารถเอื้อมถึง ก็จะช่วยให้บ้านกลายเป็นความภาคภูมิใจ ไม่ต้องมานั่งอมทุกข์กับปัญหาเงินไม่พอผ่อนบ้านตามมาในภายหลัง

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ