หลังจากที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ได้ทุ่มเทแรงกายและแรงใจทำงานที่เรารักมาตลอดหนึ่งเดือนเต็ม ในที่สุดก็ถึงวันสำคัญที่ทุกคนรอคอย นั่นก็คือวันเงินเดือนออกนั่นเอง พรุ่งนี้จะไปช้อปปิ้งที่ไหนดีนะ แต่ช้าก่อน ก่อนจะคิดไปถึงการใช้เงินของเรานั้น พวกเราเคยสังเกตไหมว่าเงินเดือนที่เราได้รับจริงๆ ต่างจากเงินเดือนประจำตำแหน่งของเรามากน้อยแค่ไหน และต่างไปเพราะอะไรบ้าง บ้างก็มีค่าโอที บ้างก็มีการหักเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สิ่งเหล่านี้จะแตกต่างไปในแต่ละบุคคล แต่ละบริษัท แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนจะมีเหมือนกันไม่ว่าจะทำงานบริษัทเอกชนแห่งใดก็ตาม ซึ่งก็คือค่าประกันสังคมนั่นเอง โดยจะคิดที่ 5% ของฐานเงินเดือน ฐานต่ำสุดที่ใช้ในการคิดคือ 1,650 บาท ส่วนฐานสุงสุดที่ใช้ในการคิดคือ 15,000 บาท ซึ่งเมื่อเราต้องจ่ายไปทุกเดือนๆ ก็นับว่าเป็นเงินไม่น้อยเลยทีเดียว เราไปช้อปปิ้งเราก็ได้รับสินค้ากลับมา แล้วเราจ่ายค่าประกันสังคมไป เราได้รับอะไรกลับมาบ้าง วันนี้เราได้นำตัวอย่างสิทธิประโยชน์ของประกันสังคมที่น่าสนใจไว้  โดยมีทั้งหมด 3 ส่วน ดังนี้

สิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรม

แม้ว่าฟันจะเป็นอวัยวะที่แข็งแรงที่สุดของมนุษย์ แต่หากขาดการดูแลรักษาที่ถูกต้องและสม่ำเสมอแล้ว ฟันก็อาจจะอยู่กับเราได้ไม่นานอย่างที่ควรจะเป็น ข่าวดีก็คือ เราสามารถใช้สิทธิประกันสังคมสำหรับบริการด้านทันตกรรมได้ เริ่มตั้งแต่การถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และผ่าฟันคุด ซึ่งสามารถรับค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริง 900 บาท/ครั้ง/ปี โดยไม่ต้องสำรองจ่ายไปก่อนสำหรับโรงพยาบาลและคลินิกทันตกรรมที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคม (สามารถตรวจสอบรายชื่อได้ในเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม) ส่วนโรงพยาบาลและคลินิกทันตกรรมอื่น ๆ เราต้องชำระค่าบริการล่วงหน้าไปก่อน จากนั้นจึงค่อยทำเรื่องขอคืนย้อนหลัง นอกจากนี้ยังสามารถใช้สิทธิสำหรับบริการเกี่ยวกับฟันเทียมได้อีกด้วย โดยจะมีรายละเอียดปลีกย่อยเพิ่มเติมพอสมควร สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคมเช่นกัน

สิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน

ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ตำแหน่งงานของเราก็เช่นกัน หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นทำให้เราต้องออกจากงาน เงินที่เราจ่ายให้ประกันสังคมไปทุกเดือนๆ ก็จะกลับมาช่วยชีวิตเราอีกครั้ง โดยเราต้องเข้าไปขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานภายใน 30 วันหลังจากสิ้นสุดสัญญาจ้าง จากนั้นเราจะต้องเตรียมเอกสารต่าง ๆ และเข้าไปรายงานตัวที่สำนักงานประกันสังคม โดยจำนวนเงินทดแทนและระยะเวลาที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับลักษณะของการว่างงาน ถ้าถูกเลิกจ้างจะได้รับเงิน 50% ของฐานเงินเดือน (ฐานเงินเดือนขั้นต่ำ 1,650 บาท สูงสุด 15,000 บาท) เป็นระยะเวลาปีละไม่เกิน 180 วัน (ประมาณ 6 เดือน) ส่วนกรณีลาออกจากงานจะได้รับเงิน 30% ของฐานเงินเดือน (ตามฐานเงินเดือนขั้นต่ำและสูงสุดทางด้านบน) เป็นระยะเวลา 90 วัน (ประมาณ 3 เดือน) นับเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระเรื่องค่าใช้จ่ายได้อีกส่วนหนึ่งเลยทีเดียวสำหรับเงินทดแทนจากประกันสังคมส่วนนี้ ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องเงื่อนไข ขั้นตอนและเอกสารสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม

สิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตร

สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะมีลูก รู้หรือไม่ว่าเรามีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือค่าบริการทางการแพทย์เป็นจำนวนเงินถึง 13,000 บาทต่อการคลอดบุตรหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ ผู้ประกันตนหญิงยังมีสิทธิรับเงินช่วยเหลือสำหรับการหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรที่ 50% ของเงินเดือนเป็นระยะเวลา 90 วัน (ประมาณ 3 เดือน) อีกด้วย ทั้งนี้ กรณีสามีและภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ให้ใช้สิทธิในการเบิกค่าคลอดบุตรได้แค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องเงื่อนไข ขั้นตอนและเอกสารสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคมเช่นกัน

อย่างไรก็ดี สิทธิประโยชน์ที่ได้ยกตัวอย่างมาข้างต้นนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีสิทธิประโยชน์ รวมถึงรายละเอียดและเงื่อนไขอื่นๆอีกมากมาย หากท่านใดสนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ