ตั้งแต่เด็กจนโต ก็ได้ยินแต่คนบอกให้ทำ “บัญชีรายรับรายจ่าย” แต่ความจริงแล้ว ไม่เคยรู้สึกว่าการทำบัญชีรายรับรายจ่ายนั้นมีดีและมีประโยชน์อย่างไร วันนี้เลยอยากมาแชร์ ข้อดีหรือประโยชน์ของการทำบัญชีรายรับรายจ่าย

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า บัญชีรายรับรายจ่าย คืออะไร

ถ้าลองมองตัวเราเป็นหนึ่งบริษัท แน่นอนว่าเราจะต้องทำงบดุล (เพื่อแสดงสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนความเป็นเจ้าของ) และงบกระแสเงินสด (เพื่อแสดงสภาพคล่องของบริษัท) บัญชีรายรับรายจ่ายส่วนบุคคล คือ การทำงบกระแสเงินสดเพื่อให้ตัวเราทราบถึงสภาพคล่องของเราว่ารายได้เรามากกว่ารายจ่ายหรือเรียกง่าย ๆ ว่า ตอนนี้สภาพคล่องของเรา  “ขาดทุน” หรือไม่

ประโยชน์ของการทำบัญชีรายรับรายจ่าย

  1. เพื่อทราบว่าตอนนี้ รายรับ มากกว่า รายจ่าย หรือน้อยกว่า
    การที่เรามีรายรับมากกว่ารายจ่าย เรียกว่า สภาพคล่องเป็นบวก หรือมี Survival ratio มากกว่า 1 แสดงว่ามีโอกาสในการก่อหนี้สินต่ำ แต่หากมีรายจ่ายมากกว่ารายรับ เรียกว่า สภาพคล่องเป็นลบ หรือมี Survival ratio น้อยกกว่า 1 แสดงว่ามีโอกาสในการก่อหนี้สูง
    หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “ชักหน้าไม่ถึงหลัง” ซึ่งมักจะเกิดกับคนที่มีเงินสภาพคล่องต่ำ หรือ มีรายจ่ายมากกว่ารายได้ จนต้องนำเงินเก็บออกมาใช้ และเงินเก็บนั้นหมดไป เป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดหนี้สิน
  2. เพื่อทราบว่าค่าใช้จ่ายมาจากส่วนไหนมากที่สุด
    หากเราไม่เคยทำบัญชีรายจ่ายเลย เราจะไม่ทราบว่าค่าใช้จ่ายของเราไปอยู่ส่วนไหนบ้าง ค่ากิน ค่าเดินทาง หรือค่าสันทนาการ ทำให้การบริหารจัดการเงินทำได้ยากและมีโอกาสที่จะใช้เงินเกินตัว เพราะเราจะใช้ไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีกรอบ ยกตัวอย่างเช่น กินกาแฟทุกวัน (รวมเสาร์-อาทิตย์) วันละ 2 แก้ว (เช้าแก้ว บ่ายแก้ว) เฉลี่ยแล้ววันละ 160 บาท หนึ่งเดือน คือ  4,800 บาท หนึ่งปี คือ 57,600 บาท หากเราลดการทานกาแฟเป็นวันละแก้ว เราจะมีเงินเก็บ 28,800 บาทต่อปี สมมติว่าเรานำเงินก้อนนี้ไปลงทุนในกองทุนรวมหุ้นในไทยเป็นระยะเวลา 5 ปีต่อเนื่องกัน (เฉลี่ยผลตอบแทนที่ 6%) จะทำให้เรามีเงินเก็บรวมประมาณ 162,000 บาท ถ้า 10 ปี จะมีค่าเท่ากับประมาณ 380,000 บาท คิดว่าเงินก้อนนี้มากหรือน้อย?
  3. เป็นหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยระงับความต้องการที่ไม่จำเป็น
    เมื่อเรามีการจดรายจ่ายทุกวันนั่นจะทำให้เราเห็นค่าใช้จ่ายที่แท้จริงเป็น “ตัวเลข” เมื่อเราต้องซื้อหรืออยากได้อะไร จะทำให้เราใช้ความคิดหรือเหตุผลในการตัดสินใจมากขึ้น พูดง่าย ๆ คือ เป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้เราแยก Need กับ Want ออกจากกันได้ง่ายขึ้น หรืออีกวิธีหนึ่งนอกจากการทำบัญชีรายจ่าย คือ การกำหนดงบประมาณในการใช้จ่ายในแต่ละหมวด เช่น ค่ากินห้ามเกินวันละ 300 บาทต่อวัน หรือ 9,000 บาทต่อเดือน, ค่า Shopping เดือนละ 1,000 บาท ถ้าเดือนไหนใช้เกินอีกเดือนต้องใช้ให้น้อยลง
  4. เพื่อให้เห็นไลฟ์สไตล์ของการดำเนินชีวิตของเรา
    เมื่อเราจดบัญชีรายรับรายจ่ายเป็นประจำ เปรียบเสมือนการจดบันทึกกิจกรรมชีวิตของเราไปด้วย ว่าเรามักชอบทำอะไร กินอะไร ซื้ออะไร ที่ไหน เมื่อไร และราคาเท่าไร เมื่อมองในมุมการวางแผนการเงิน หรือการบริหารการเงินจะมาช่วยกำหนดวิธีเก็บเงิน วิธีการลงทุน รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่จะนำมาใช้ในการวางแผนการเงิน
  5. เป็นหนึ่งเครื่องมือในการฝึกวินัย และใช้ในการวางแผนการเงิน
    ถ้าอยากหุ่นดีต้องมีวินัยในการออกกำลังกาย แต่ถ้าอยากมีเงินใช้จนวันตายต้องมีวินัยในการออมและบริหารเงินเช่นกัน เมื่อเราทำบัญชีรายรับรายจ่าย เราจะรู้สถานะการเงินของตัวเอง, จัดการรายจ่ายได้ดีขึ้น และเข้าใจไลฟ์สไตล์ ซึ่งจะส่งผลให้เราอยากเก็บเงิน และบริหารเงินให้งอกเงยอย่างดีและเหมาะสมที่สุดอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เราเกิด “วินัย” ทางด้านการเงินที่ดีอย่างไม่รู้ตัว

หากบัญชีรายรับรายจ่ายยังคงเป็นเรื่องน่าเบื่อและไม่น่าทำ อยากให้ลองทำสัก 1-2 เดือน เพื่อให้เห็นภาพของตัวเองมากขึ้น หลังจากนั้นถ้าไลฟ์สไตล์ในชีวิตไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เราสามารถหยุดทำและใช้ข้อมูลบัญชีรับจ่ายเดิมในการวางแผนการเงินได้ แต่ต้องคอยหมั่นอัพเดททุก ๆ ปี (สรุปคือ ทำอย่างน้อย 1-2 เดือนต่อปี)

หวังว่า การทำบัญชีรายรับรายจ่ายคงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับทุกคนเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับกลับมา พร้อมเริ่มลงมือบันทึกตั้งแต่วันนี้แล้วหรือยัง?

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ