ในยุคที่คน Gen Y & Gen Z กำลังมาแรง! กระแสมนุษย์ฟรีแลนซ์หรือการเป็นเจ้านายตัวเองกลายเป็นที่สนใจร้อนแรงตามไปด้วย ซึ่งเชื่อว่าในตอนนี้มีมนุษย์เงินเดือนเกินกว่า 20% ใฝ่ฝันและวางเป้าหมายไว้ว่า วันนึงจะได้ลาออกมาทำกิจการ ทำธุรกิจในแบบที่ชอบหรือได้ทำงานอย่างอิสระแบบไม่ต้องเข้าออฟฟิศ

แต่เดี๋ยวก่อน! ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ถ้าไม่อยาก “เสี่ยงอด” มากเกินไป มาดูก่อนว่าวันนี้คุณมี “เงินออม” สำรองมากพอแล้วหรือยัง? หากจะต้องลาออกจากงานประจำจริง ๆ เงินออมควรมีเท่าไรถึงจะเสี่ยงน้อยสุด? มาเช็คกัน

  1. เงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่าย เงินส่วนนี้จะมากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับภาระค่าใช้จ่ายของแต่ละคนต่อเดือน ยกตัวอย่าง เช่น “นายเอ มีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องจ่ายทุกเดือนอยู่ที่ 15,000 บาท / เดือน ซึ่งหากต้องการลาออกเพื่อหางานใหม่ หรือออกมาทำธุรกิจของตัวเอง นายเอควรมีเงินสำรองอย่างน้อย 12 เดือน x 15,000 = 180,000 บาท เพื่อเพียงพอต่อการรองานใหม่ และเพียงพอต่อการที่จะรอให้ธุรกิจเริ่มมีกำไร
  2. เงินสำรองสำหรับหนี้สิน การไม่เป็นหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ แต่หากเรามีหนี้อันเนื่องมาจากการซื้อทรัพย์สินมา ตั้งแต่ก่อนออกจากงานประจำ เช่น บ้าน รถ ฯลฯ ก็ควรต้องพิจารณาถึง “รายจ่าย” ในส่วนนี้ด้วย เพื่อเพียงพอต่อการรับผิดชอบ “หนี้” ในแต่ละเดือน โดยใช้การคำนวณแบบข้อที่ 1 เพื่อใช้จ่ายหนี้ได้อย่างน้อย 6 / 12 เดือน โดยไม่เป็นภาระและกระทบกับเงินส่วนอื่นในอนาคต ตัวอย่างเช่น นายเอ มีค่าบัตรเครดิต ค่าบ้าน ค่ารถที่ต้องจ่ายรวมทั้งสิ้น 15,000 บาท / เดือน ควรมีเงินออมสำรองสำหรับหนี้สิน x6 , x12 เดือน = 90,000 – 180,000 บาท
  3. เงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน โดยปกติ ข้อดีของการเป็นพนักงานประจำบริษัทส่วนใหญ่คือการมีสวัสดิการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล, ค่านอนพักรักษาตัว, ฯลฯ แต่หากต้องลาออกจากบริษัทแล้ว คุณก็ไม่ควรมองข้ามเงินสำรองในส่วนนี้ด้วย โดยแนะนำให้มีเงินสำรองอย่างน้อย 10% ของ “ค่าใช้จ่ายประจำเดือน” รวมทั้งพิจารณาทำประกันสุขภาพแบบชดเชยรายได้ เผื่อในกรณีต้องนอนพักรักษาตัว ไม่สามารถทำงานได้ สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่เราไม่คาดคิดได้เป็นอย่างดี
  4. เงินสำรองสำหรับวัยเกษียณ อีกหนึ่งเงินออมที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด คือ เงินสำหรับใช้ในวัยเกษียณที่คุณต้อง ประเมินว่าจะเกษียณช่วงอายุเท่าไร? อยากใช้ชีวิตหลังเกษียณไปอีกกี่ปี? เช่น ต้องการเกษียณตอนอายุ 60 แล้ว ใช้ชีวิตอีก 20 ปี = 80 ปี คุณต้องวางแผนเงินออมสำรองแยกไว้ต่างหาก เพื่อใช้ในยามเกษียณ [เท่านั้น] ตัวอย่างเช่น หลังเกษียณต้องการเงินใช้จ่ายเพื่อเลี้ยงชีพเดือนละ 20,000 บาท x 12 เดือน = 240,000 บาท x 20 ปี = 4,800,000 บาท

หรือเลือกใช้ชีวิตให้สบายใจยิ่งขึ้น แล้วรอรับเงินก้อนเป็นของขวัญในวัยเกษียณด้วยประกันเกษียณอายุ | PR60 เหมาะสำหรับคุณที่อยากออกจากงานประจำและวางแผนวัยเกษียณ เพื่อลดความเสี่ยงให้ตัวเอง อุ่นใจได้เงินคืนเพิ่มขึ้นทุกปีของจํานวนเงินเอาประกันภัย ไปจนกระทั่งอายุ 59 ปี และรับเงินก้อนตอนอายุ 60 ปี [ขึ้นอยู่กับอายุรับประกันภัย] พิเศษ! รับเงินปันผล ณ วันครบกําหนดสัญญาสูงสุด 18%** [ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก >> https://www.krungthai-axa.co.th/th/pr60]

… ทั้งหมดเป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้นที่คุณสามารถนำไปปรับใช้กับตัวเองได้ ซึ่งหากคำนวณออกมาแล้วเงินออมสำรองที่แนะนำก่อนลาออกจากงานประจำก็คือ เงินสำรองเลี้ยงชีพ + เงินสำรองชำระหนี้ + เงินสำรองค่ารักษาพยาบาล + เงินสำรองใช้ในยามเกษียณ = เงินออม ดังนั้น รวมเงินออมสำรองในแต่ละส่วนไม่ควรน้อยกว่า 3 – 6 เดือน หรือเสี่ยงน้อยสุดก็ควรมีอย่างน้อย 12 เดือน เพื่อให้การ “ลาออก” ครั้งนี้ ได้ทั้งความสบายใจและได้ทั้งอนาคตที่มั่นคงด้วยในเวลาเดียวกัน

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ