สำหรับผู้ที่ทำประกันสังคมไว้ และมีการส่งเงินสมทบมาโดยตลอด เมื่อถึงเวลาที่ให้กำเนิดบุตร ก็คงจะมีคำถามคาใจพอสมควรว่า สามารถใช้สิทธิประกันสังคมอะไรได้บ้าง เกี่ยวกับเรื่องของเงินสงเคราะห์บุตร เพื่อนำเงินจำนวนนั้นมาช่วยแบ่งเบาภาระจากค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งในส่วนของผู้ที่เป็นบิดาและมารดา ซึ่งเราก็ได้รวบรวมรายละเอียดทั้งหมดมาไว้ในบทความนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาดูกันว่าสามารถใช้สิทธิอะไรได้บ้าง

  1. กรณีเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 สามารถขอรับสิทธิ์ในการเบิกเงินเกี่ยวกับการคลอดและเงินสงเคราะห์บุตรได้หรือไม่?
    อธิบายก่อนว่า ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 คือผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี แต่มีเหตุให้ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง ตามมาตรา 38(2) ซึ่งก็คือการสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง ถ้าหากยังมีความประสงค์จะเป็นผู้ประกันตนต่อไป ก็สามารถแจ้งความจำนงได้ต่อสำนักงานประกันสังคม ภายในระยะเวลา 6 เดือนนับตั้งแต่วันที่สิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตน
    เมื่อเป็นผู้กระกันตนตามมาตรา 39 และได้ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนจนครบตามที่กำหนด (12 เดือน ภายใน 36 เดือน) ก็สามารถรับความคุ้มครองได้ดังต่อไปนี้ คือ กรณีเจ็บป่วย, ทุพพลภาพ, ชราภาพ, เสียชีวิต, คลอดบุตร และสงเคราะห์บุตร เพราะฉะนั้นในกรณีนี้ก็สามารถเบิกเงินเกี่ยวกับการคลอดและเงินสงเคราะห์บุตรได้อย่างแน่นอน
  2. ในกรณีที่ยื่นเรื่องเบิกเงินเกี่ยวกับการคลอดและเงินสงเคราะห์บุตร และได้มีหนังสือตอบรับการพิจารณาเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น จะสามารถรับเงินได้อย่างไร ?
    คำถามนี้เป็นอีกคำถามที่ถามกันเข้ามามากพอสมควร ซึ่งเราก็จะขอแยกคำตอบออกเป็น 2 กรณี คือ หากเป็นเงินกรณีคลอดบุตร ผู้ประกันตนฝ่ายมารดา จะได้รับเงินค่าคลอดบุตรแบบเหมาจ่ายในราคา 13,000 บาทต่อการคลอด 1 ครั้ง โดยจะสามารถรับเงินจำนวนนี้ตามช่องทางที่ได้มีการยื่นเรื่องไว้ เช่น ทางเงินสด ทางเช็ค หรือการโอนเข้าบัญชี เป็นต้น ซึ่งผู้ประกันตนฝ่ายบิดาก็สามารถยื่นเรื่องขอค่าคลอดบุตรได้เช่นกัน แต่ในส่วนของเงินสงเคราะห์บุตรนั้น จะเป็นเงินส่วนของการชดเชยรายได้ที่ได้จากการหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้าง เป็นเวลา 90 วัน และจะได้เงินเพื่อการสงเคราะห์บุตรทุกเดือน เดือนละ 400 บาท/คน จนกว่าบุตรจะมีอายุครบ 6 ปี ซึ่งเงินจำนวนนี้จะได้รับผ่านการโอนเข้าบัญชีตามที่ได้มีการยื่นเรื่องไว้
  3. สามารถรับเงินสงเคราะห์บุตรตั้งแต่วันที่ได้ให้กำเนิดบุตรได้เลยหรือไม่ ?
    สามารถรับเงินได้ทันทีเมื่อให้กำเนิดบุตร แต่จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของสำนักงานประกันสังคม นั้นก็คือการโอนเงินสงเคราะห์บุตรให้ทุกๆ สิ้นเดือน ซึ่งถ้าหากเดือนไหนวันสิ้นเดือนเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก็อาจจะมีการคลาดเคลื่อนหรือล่าช้าไปประมาณ 1-2 วัน แต่ถ้าหากมีบุตรคนที่ 3 ก็จะไม่สามารถรับเงินสงเคราะห์บุตรได้แล้ว
  4. การนับอายุบุตรของสำนักงานประกันสังคม ในกรณีที่มีอายุครบ 6 ปี จะมีการนับอย่างไร หากบุตรเกิดในช่วงกลางเดือนหรือปลายเดือน ภายในเดือนสุดท้ายจะยังสามารถรับเงินสงเคราะห์บุตรได้หรือไม่?
    การนับอายุของบุตรสำหรับสำนักงานประกันสังคม ใช้หลักในการนับตามความเป็นจริง ไม่ว่าบุตรของคุณจะเกิดในวันที่เท่าไรของเดือนก็ตาม ก็สามารถรับเงินเต็มจำนวนได้ แม้ในเดือนที่บุตรมีอายุครบเต็ม 6 ปีบริบูรณ์ และถ้าหากว่าไม่ได้รับเงินค่าสงเคราะห์บุตรก่อนช่วงเวลาที่บุตรจะมีอายุครบ 6 ปี ทั้งที่ได้รับเป็นประจำ ก็ให้ติดต่อสำนักงานประกันสังคมที่ได้มีการยื่นเรื่องไว้ หรือสอบถามผ่านทางสายด่วนที่เบอร์ 1506 เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งได้
  5. หากบิดาและมารดาไม่ได้มีการจดทะเบียนสมรสกัน สามารถรับสิทธิเบิกเงินเกี่ยวกับการคลอดและเงินสงเคราะห์บุตร ได้หรือไม่ ?
    สามารถรับสิทธิได้ แต่ต้องทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ คือ ผู้ประกันตนฝ่ายมารดาจะต้องทำเรื่องขอตรวจสอบชื่อมารดาของบุตรในใบสูติบัตรว่าตรงกับชื่อตัวเองหรือไม่ ซึ่งผู้ประกันตนฝ่ายบิดาก็ต้องทำเช่นเดียวกัน คือตรวจสอบรายชื่อบิดาว่าตรงกันชื่อสกุลที่ทำประกันของตนหรือไม่ หากตรงก็สามารถทำหนังสือรับรองความเป็นมิดามารดา เพื่อขอรับสิทธิในส่วนนี้ได้ ถึงแม้ว่าไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันก็ตาม
  6. กรณีที่บริษัทที่ผู้ประกันตนทำงานอยู่ จ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการคลอดบุตร (เงินชดเชยจากการลาคลอด) ให้เพียง 30 วันเท่านั้น เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่ ?
    ถึงแม้ว่าตามกฎหมายแรงงาน จะระบุว่าให้นายจ้างจ่ายเงินในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้าง เป็นเวลาไม่เกิน 90 วัน แต่ก็ต้องดูจำนวนวันที่ได้มีการลาหยุดประกอบด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบ-เสียเปรียบระหว่างนายจ้างและผู้ประกันตน
  7. หากตัดสินใจลาออกจากการทำงาน มาเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน ยังมีสิทธิ์ได้รับเงินสงเคราะห์บุตรต่อจนบุตรอายุครบ 6 ปีหรือไม่ ?
    ย้อนกลับไปที่ข้อ 1 อีกครั้ง หากคุณลาออกจากงาน แล้วยื่นเรื่องเป็นผู้ขอประกันตนต่อตามมาตรา 39 ก็ยังสามารถรับสิทธิ์นี้ได้ต่อไป แต่ควรสอบถามจากสำนักงานประกันสังคมอีกครั้งเพื่อความชัดเจน

และนี่คือคำตอบทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องของการใช้สิทธิประกันสังคม ในกรณีที่เกี่ยวกับการเบิกเงินค่าคลอด และการสงเคราะห์บุตร ซึ่งเราก็หวังว่าจะช่วยคลายข้อสงสัยให้กับหลาย ๆ คนได้เป็นอย่างดี และช่วยเพิ่มความเข้าใจให้กับผู้ประกันตนมากขึ้นด้วย

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ