การที่คนเราไม่สามารถคาดการณ์ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตของเราบ้างนั้น สิ่งนี้เองเรียกว่า “ความไม่แน่นอนในชีวิต” และความไม่แน่นอนในชีวิตนี้เอง ถือเป็นความเสี่ยงที่คนเราจะต้องเผชิญในทุก ๆ วัน สิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่คาดฝันอาจมีผลกระทบกับเราในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การสูญเสียเงินทอง ทรัพย์สิน หรือแม้แต่ร่างกายและชีวิตของเราเอง ทั้งจากอุบัติเหตุและโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่มาแบบไม่ทันให้เราได้ตั้งตัว

สิ่งที่จะเป็นหลักประกันสร้างความมั่นคงให้แก่ชีวิตของเราได้มากขึ้นนั้น คือ การทำประกันชีวิต ไม่มีใครหลีกเลี่ยงความไม่แน่นอนเหล่านี้ได้ แม้ว่าบางครั้งเราจะใส่ใจและระมัดระวังในการใช้ชีวิตแค่ไหนก็ตาม การทำประกันชีวิตจะช่วยบรรเทาภาระที่เกิดจากผลกระทบของความสูญเสียเหล่านั้นให้เบาลงได้  โดยเฉพาะสำหรับคนที่เป็นหลักในการหารายได้ของบ้าน เป็นคนดูแลครอบครัว หากว่าเกิดอะไรขึ้นกับเราแล้ว แน่นอนว่าคนข้างหลังจะต้องเดือดร้อน ก็ควรนึกถึงเรื่องของการทำประกันชีวิตเอาไว้

ประโยชน์ ประกันชีวิต

นอกจากการทำประกันชีวิตจะมีประโยชน์ในเรื่องความคุ้มครองแล้ว ยังมีประโยชน์อีกหลายอย่างด้วยกัน ดังนี้

  1. หลักประกันสร้างความมั่นคง ข้อนี้ถือเป็นประโยชน์ข้อหลักของการทำประกันชีวิต เมื่อเกิดการสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุที่ทำให้ต้องกลายเป็นผู้ทุพพลภาพหรือเสียชีวิต เราจะมีเงินก้อนไว้ช่วยบรรเทาภาระทางการเงินจากการขาดรายได้ไว้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของครอบครัว เช่น ค่าเล่าเรียนลูก ใช้เป็นทุนสำหรับการประกอบอาชีพหรือนำไปชำระหนี้ที่มีอยู่ได้ การทำประกันชีวิตเอาไว้จะช่วยสร้างความอุ่นใจให้แก่คนในครอบครัวได้
  2. เงินออม การทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์หรือแบบตลอดชีพนั้น หากเรายังอยู่เมื่อถึงกำหนดครบตามสัญญาก็จะได้เงินก้อนคืนพร้อมกับดอกเบี้ย เนื่องจากลักษณะของการทำประกันชีวิตนั้น เป็นการส่งค่าเบี้ยประกันแบบกึ่งบังคับ เพราะหากเราหยุดส่งหรือยกเลิกสัญญาไปก่อน จะต้องเวนคืนกรมธรรม์ไม่คุ้มค่าเบี้ยประกันที่จ่ายไป และระยะเวลาความคุ้มครองการทำประกันชีวิตจะค่อนข้างยาว จึงทำให้การประกันชีวิตนั้นช่วยสร้างวินัยในการออมให้กับเราได้ด้วย เมื่อถึงเวลาเราก็จะมีเงินก้อนพร้อมดอกเบี้ยสำหรับนำไปใช้จ่ายในเรื่องที่เราต้องการ เป็นทางเลือกในการออมเงินสำหรับไว้ใช้ในยามเกษียณได้อีกช่องทางหนึ่ง
  3. การลงทุนระยะยาวที่มีความเสี่ยงต่ำ การทำประกันชีวิตถือเป็นการลงทุนอีกรูปแบบหนึ่ง เนื่องจากมีผลตอบแทนเช่นเดียวกับการลงทุนประเภทอื่น ๆ แม้ว่าโดยเฉลี่ยแล้วผลตอบแทนจะต่ำกว่าก็ตาม เพราะประกันชีวิตให้ทั้งความคุ้มครองและการลงทุนควบคู่กันไป ความเสี่ยงที่เกิดกับเงินต้นก็เรียกได้ว่าแทบจะเป็นศูนย์ หากว่าเราส่งค่าเบี้ยประกันครบและรอจนถึงกำหนดครบตามสัญญา แม้ว่าจะยาวหน่อยแต่ก็มั่นใจได้ว่าจะได้รับเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยอย่างแน่นอน กรมธรรม์ประกันชีวิตบางประเภทยังมีเงินคืนระหว่างทางก่อนถึงเวลาครบกำหนดสัญญา เหมาะสำหรับผู้เอาประกันที่ต้องการกระแสเงินสดไว้ใช้จ่ายไม่ต้องการรอเงินก้อนคืนตอนครบสัญญาเพียงอย่างเดียว
  4. สิทธิประโยชน์เรื่องภาษี การทำประกันชีวิตยังให้สิทธิประโยชน์ในเรื่องภาษีกับผู้เอาประกันด้วย เนื่องจากรัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของการทำประกันชีวิต จึงส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนคนไทยทำประกันชีวิตกันมากขึ้นเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงให้กับตัวเอง ด้วยการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกับผู้ซื้อประกันชีวิต สามารถนำเอาค่าเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายในแต่ละปีมาเป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้ได้มากถึง 100,000 บาทต่อปี สำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีระยะเวลาเอาประกันตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
  5. แหล่งเงินกู้ยามฉุกเฉิน ประโยชน์ของการทำประกันชีวิตในข้อนี้มีหลายคนที่ยังไม่ทราบ เมื่อกรมธรรม์ประกันชีวิตเริ่มมีมูลค่าเงินสดเมื่อใด ผู้เอาประกันจะสามารถทำเรื่องขอกู้เงินกับบริษัทประกันตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนดได้ สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ก็จะค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับการกู้เงินจากแหล่งอื่น ถือเป็นแหล่งเงินกู้ยามฉุกเฉินเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้เงินได้

เราจะเห็นได้ว่า ประโยชน์ของการทำประกันชีวิตนั้นมีอยู่หลายข้อด้วยกัน ทุกข้อล้วนแล้วแต่เป็นการสร้างความมั่นคงและเป็นหลักประกันเรื่องการเงินให้แก่ชีวิตของเราทั้งนั้น นอกจากการทำประกันชีวิตจะเป็นประโยชน์กับตัวเราและครอบครัวแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในแง่ของการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข ใครที่ประสบกับความสูญเสียก็ได้รับเงินช่วยเหลือจากบริษัทประกันไปก่อน ทำให้บุตรหลานได้รับการศึกษาต่อเนื่อง ไม่เป็นภาระกับสังคม เป็นหลักประกันในการแก้ปัญหาการเงินของแต่ละครอบครัว แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาล เป็นการสร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจของประเทศชาติโดยรวม

ที่มา : Shopsmart Finance